ข่าววันนี้
วันที่ 30 ต.ค. ที่ เต็นท์หน้าวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ พิธีกรสาว กาละแมร์-พัชรศรี เบญจมาศ และ รัศมิ์ลภัส กัลยาศิลปิน ผู้สื่อข่าวรายการผู้หญิงถึงผู้หญิง ได้นำเสื้อ กระโปรง กางเกงดำ รองเท้าหุ้มส้นสีดำ ทั้งของผู้หญิงและผู้ชาย มาให้ประชาชนที่เข้าไปถวายสักการะพระบรมศพ แต่ชุดไม่ถูกระเบียบ โดยกาละแมร์ เผยว่า “จุดเริ่มต้นจาก น้องแอ้ ผู้สื่อข่าวรายการผู้หญิงถึงผู้หญิงและสามีเขาเห็นว่ามีประชาชนบางส่วนที่มาแล้วแต่งกายไม่ถูกระเบียบ แมร์เห็นในไอจีน้องแอ้ก็เลยอยากมาช่วยสมทบทุนซื้อรองเท้า กระโปรง เสื้อดำ ตอนนี้เราตั้งจุดบริการอยู่บริเวณจุดรอคอยหน้าวัดมหาธาตุ ก่อนเข้าประตูวิเศษไชยศรี สำหรับคนที่มายืมชุดต้องแลกบัตรประชาชนไว้ เมื่อใช้เสร็จก็นำมาแลกคืน เรามีคนที่ช่วยนำรองเท้ามาบริจาคเยอะมาก คิดว่าพอเพียงแล้ว เพราะจะเป็นการใช้แบบหมุนเวียนกัน แต่ก็มีบางช่วงที่ของขาดตอนไปเหมือนกัน ส่วนรองเท้าผู้ชายยังขาดอยู่ อยากประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนที่จะเดินทางเข้าไปเคารพพระบรมศพ ให้สวมเสื้อมีปก ห้ามใส่เสื้อยืดคอกลม ผู้ชายห้ามสวมกางเกงยีนส์ ควรสวมสแล็คสีดำ ส่วนผู้หญิงสวมกระโปรงคลุมเข่า รองเท้าหุ้มส้นสีดำ ห้ามสวมรองเท้าแ
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ตามที่มีพระราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 08.00-21.00 น.ทุกวัน โดยวันนี้สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะก่อนเวลาตั้งแต่เวลา 05.15 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนบรรยากาศประชาชน ส่วนใหญ่ที่มาต่อแถวรอตั้งแต่ช่วงเช้ามืดจะเป็นผู้ปักหลักค้างคืนที่ท้องสนามหลวง ซึ่งต้องเผชิญกับสายฝนโปรยปรายตลอดทั้งคืน ต่างพยายามเข้าไปปักหลักรอที่เต็นท์หรือหาร่ม แผ่นพลาสติกมาคลุมนั่งและนอนรออย่างใจจดจ่อ ประชาชนบางส่วนเป็นผู้มาต่อแถวรอตั้งแต่ช่วงเช้ามืดและรอมาตลอดทั้งวันของวันที่ 29 ตุลาคม แต่ยังไม่ได้เข้า เนื่องจากมีหมู่มวลพสกนิกรจำนวนมาก อีกทั้งยังประสบปัญหาการแอบแซงคิว และความสับสนในการต่อแถวต่างๆ แต่ก็มีจิตใจมุ่งมั่นไม่ย่อท้อ ทั้งนี้ ภายหลังจากเปิดเข้าถวายสักการะไม่นาน พสกนิกรจากทั่วประเทศพร้อมใจใส่ชุดสีดำสุภาพ ทยอยเดินทางมาต่อแถวเพื่อเข้าสักการะเป็นจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่จัดต่อแถวตอนเรียง 4 แต่แถวก็ยาวล้นออกไปนอกพระบรมมหาราชวังทางประตูวิเศษไชยศรี มาที่
จากกรณีมีเพจนักฎหมายบางแห่งได้เขียนข้อกฎหมายให้ความรู้เกี่ยวกับการขายของบนเฟซบุ๊ก หรือโลกออนไลน์ ซึ่งระบุว่า “ขายข้าวสารผ่านเฟซบุ๊ก ระวังโดนจับนะ” เนื่องจาก พ.ร.บ.ขายตรงและการตลาดแบบตรง ซึ่งมีสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นผู้มีอำนาจดำเนินคดี การโพสต์ขายสินค้าออนไลน์นั้น ต้องยื่นเรื่องขอจดทะเบียนต่อ สคบ.ก่อน มิเช่นนั้นจะมีความผิดตามกฎหมาย ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรมและโฆษกกระทรวงยุติธรรม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟชบุ๊ก ระบุถึง เกษตรกรสีข้าวและขายเองไม่ผิดพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ.2545 โดยมีข้อความระบุว่า เกษตรกรสีข้าวและขายเองไม่ผิดพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ ตามเจตนารมณ์พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ เนื่องมาจากการทำตลาดขายตรงและตลาดแบบตรงในปัจจุบันได้มีการใช้วิธีการชักชวนและจัดให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วมเป็นเครือข่ายในธุรกิจดังกล่าว โดยตกลงจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนจากการหาผู้เข้าร่วมเครือข่ายดังกล่าว ซึ่งคำนวณจากจำนวนผู้เข้าร่วมเครือข่ายที่เพิ่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.00 วันที่ 30 ตุลาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพิจิตร ว่า น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยผู้บริหารงานในส่วนต่างๆของกระทรวงพาณิชย์ และนายวีระศักดิ์ วิจิตรแสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้เดินทางมาฟังปัญหาเพื่อแนวทางช่วยเหลือการช่วยเหลือเกษตรกรชาวนา และแก้ไขปัญหาเรื่องราคาข้าวตกต่ำ พร้อมทั้งได้ประชุมร่วมกับกลุ่มเกษตรกรชาวนา 3 อำเภอ และ กลุ่มโรงสีข้าวในจังหวัดพิจิตร ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลวังกรด อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร หลังจากที่เกษตรกรชาวนา 3 อำเภอ คือ เกษตรกรจาก อ.บางมูลนาก อ.เมืองพิจิตร และ อ.ตะพานหิน ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากราคาข้าวตกต่ำ เหลือแค่ 5-6 พันบาท/เกวียน ซึ่งที่ผ่านมากลุ่มเกษตรกรชาวนา 3 อำเภอ ได้ยื่นหนังสือผ่านไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตรเพื่อขอช่วยเหลือ ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ขณะที่ น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะเดินทางมาถึง อบต. วังกรด ก่อนเข้าประชุมร่วมนั้น นางสนิท กะโห้ อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27 หมูที่ 4 ต.สายคำโห้ อ.เมืองพิจิตร ซึ่งเป็นเกษตรกรชาวนา ต.สา
เมื่อวันที่ 30 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นวันที่ 2 ที่มีพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ได้ตั้งแต่เวลา 08.00-21.00 น. ทุกวัน (ยกเว้นช่วงมีพระราชพิธีบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท) นั้น บรรยกาศการถวายสักการะพระบรมศพ ตั้งแต่เช้าตรู่ มีพสกนิกรจำนวนมากจากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศสวมชุดไว้ทุกข์มาปักหลัก เพื่อรอเข้าคิวไปถวายสักการะ บางคนมารอตั้งแต่ช่วงสายของเช้าวานนี้ ถึงแม้เจอพายุฝนอย่างหนัก บางคนนำร่มและเสื้อกันฝนที่เตรียมมาออกมาใช้เป็นเครื่องกันฝน บ้างอาศัยเต็นท์ที่เจ้าหน้าที่เตรียมไว้ให้เป็นที่หลบฝนชั่วคราว เพราะทุกคนต่างพร้อมใจกันมาถวายสักการะพระบรมศพมหาราชผู้ยิ่งใหญ่ในใจของปวงชนชาวไทย ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ต่อมาเมื่อเวลา 05.15 น. สำนักพระราชวังได้เปิดให้ประชาชนกลุ่มแรกที่ตั้งแถวรอที่หน้าประตูวิเศษไชยศรี ได้ขึ้นไปสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ ด้านเจ้าหน้าที่ก็ได้จัดระเบียบและรักษาความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ส่วนบรรยากาศของการถวายสักการะเป็นไปด้วยความโศก
‘ฟังเพลงนี้ทีไร ผมรู้สึกมีความสุข มีความอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก’ โจอี้ บอย- อภิสิทธิ์ โอภาสเอี่ยมลิขิต เขียนขึ้นต้นความรู้สึกของตัวเกี่ยวกับเพลงพระราชนิพนธ์ ‘ใกล้รุ่ง’ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัว Apisit Joeyboy Opasaimlikit ไว้อย่างนั้น ‘ผมจำเพลงนี้ได้อย่างแม่นยำ ในวัยเด็กช่วงอนุบาลที่พ่อแม่ผมแยกทางกันไปซักพักซึ่งตัวผมก็ได้ย้ายตามแม่ไปอยู่กับยาย จนกระทั่งวันนึงครอบครัวก็ได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง ยังจำเช้าวันแรกที่ลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับเพลงใกล้รุ่งที่เปิดแว่วมาจากทีวียามเช้าและภาพพ่อกับแม่พร้อมหน้าพร้อมตากันได้อย่างไม่รู้ลืม’ ไม่เพียงแต่โจอี้ บอย เท่านั้น ที่มีความรู้สึกกับเพลงพระราชนิพนธ์ของพระองค์ เพราะจากการพูดคุยกับหลายคนในวงการบันเทิง พวกเขาต่างก็มีความในใจเกี่ยวกับเพลงพระราชนิพนธ์เหล่านั้นเช่นกัน โดยศิรินทรา นิยากร บอกว่าในบรรดาเพลงที่ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ โดยส่วนตัวเธอชอบเพลง ‘แสงเทียน’ มาก “เพลงนี้มีแฝงเรื่องของสัจธรรมชีวิต ทำบุญทำทานกันไว้เถิดเกิดเป็นคน เห็นไหมคะ ว่าชีวิตคนเราเป็นไปตามกรรม เกิด แก่ เจ็บ ตาย หนีไม่พ้น ท่านให้เราได้เข้าใจถึงหลัก
เมื่อเวลา15.00 น.วันที่29ตุลาคม น.ส.วรรณิศา ภวังสวัสดิ์ อายุ 26ปี นักศึกษาปริญญาโทคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง พร้อมกลุ่มผู้เสียหายกรณีแชร์บ้านกาแฟออนไลน์กว่า10รายนำเอกสารหลักฐานการโอนเงินและหลักฐานการเข้าร่วมแชร์ มอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อแจ้งความกับร.ต.อ.พีรเชษฐ สว่างอารมณ์ สว.สอบสวน สน.หัวหมาก ให้ดำเนินคดีกับเจ้าของเพจเฟซบุ๊กบ้านกาแฟ ในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์มูลค่ากว่า3ล้านบาท น.ส.วรรณิศา กล่าวว่าพบข้อความเชิญชวนในเฟซบุ๊กชื่อบ้านกาแฟ เชิญชวนร่วมลงทุนหุ้นกาแฟเหมือนการเล่นแชร์ โดยผู้ลงทุนหน่วยละ1,000บาทได้ผลตอบแทน1,200บาทต่อ6วัน ยิ่งลงมากหน่วยจะได้มากขึ้น เห็นมีลูกค้าในเพจลงทุนจำนวนมาก จึงตัดสินใจลงทุนไปทั้งสิ้น3.5แสนบาท โดยทยอยโอนเงินเข้าบัญชีน.ส.พนิดา (สงวนนามสกุล)เป็นเวลาราว3เดือน ช่วงแรกได้รับเงินปันผล แต่ต่อมาเงียบหายไป ได้ทวงถามก็เริ่มบ่ายเบี่ยง พยายามติดต่อไปตามที่อยู่ในบัตรประชาชนที่จ.เชียงราย ก็ไม่พบตัว กลุ่มผู้เสียหายจึงรวมตัวกันมาแจ้งความ พบว่ามูลค่าความเสียหายเกือบ3ล้านบาท บางรายลงทุนเกือบ 5แสนบาท ทั้งนี้ยังมีผู้เสียหายจะทยอยเข้าแจ้งความอีกกว่า100ราย พนักงานสอบสวนได้รับแจ้
เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 29 ต.ค. ประชาชนจำนวนมากยังคงปักหลักรอเข้าถวายสักการะพระบรมศพอยู่ภายในเต็นท์ บริเวณกรมศิลปากรยาวไปถึงวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ก่อนเจ้าหน้าที่จะประกาศปิดให้เข้าถวายสักการะ สร้างความมึนงงให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก เนื่องจากบางส่วนมาปักหลักรอตั้งแต่ตี 3-4 และเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการมาแจ้งให้ทราบล่วงหน้าก่อน จากนั้นประชาชนที่ตกค้างได้ถือร่มท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย มารวมตัวกันบริเวณหน้าหน้าประตูวิเศษไชยศรี ก่อนร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและทยอยแยกย้ายกันกลับ โดยประชาชนบางส่วนที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดได้อาศัยพักค้างแรมอยู่ภายในเต็นท์บริเวณสนามหลวงและสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ให้ เพื่อรอเข้าถวายสักการะพระบรมศพอีกครั้งในวันที่ 30 ต.ค. ที่มา ข่าวสดออนไลน์
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 ต.ค. สำนักพระราชวังแจ้งว่า หลังจากการพระราชพิธีทางบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50วัน) ถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชนั้น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้ราชสกุล องคมนตรี คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม องค์กรอิสระ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และถวายเป็นพระราชกุศล ผู้มีความประสงค์ขอเป็นเจ้าภาพร่วมบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สามารถแสดงความจำนงขอเป็นเจ้าภาพได้ตั้งแต่ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 ทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดตัวอย่างหนังสือการขอร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ที่ www.brh.thaigov.net ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2559 เป็นต้นไป หรือ ขอตัวอย่างหนังสือได้ที่ฝ่ายทะเบียน สำนักพระราชวัง (สนามเสือป่า) และเมื่อเขียนหรือพิมพ์ครบถ้วนแล้ว สามารถส่งมาที่สำนักพระราชวังได้ 4 ช่องทางคือ (1.) ส่งเอกสารด้วยตนเองที่ฝ่า
วันที่ 29 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ภายหลังราคาข้าวเปลือกตกต่ำอยู่ที่กิโลกรัมละ 5-6 บาท โรงสีจะรับซื้อข้าวเปลือกความชื้นไม่เกินร้อยละ 30 เฉลี่ยอยู่ที่ตันละ 6,000 กว่าบาท ส่วนข้าวเปลือกที่เปียกน้ำหรือปลอมปน ราคาจะอยู่ที่ตันละ 5,000 กว่าบาท ทำให้ชาวนาหลายคนจำเป็นต้องนำออกไปขาย เพื่อหาเงินมาใช้หนี้ครัวเรือน สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวนาเป็นจำนวนมาก ก่อนมีคนนำไปล้อเลียนในโลกออนไลน์ทำนองว่า เรามาถึงจุดที่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีราคาแพงกว่าข้าวแล้ว จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้นายเมธา ขอชัย ปลัด อบต.สะกาด อ.สังขะ จ.สุรินทร์ เร่งระดมความคิดเห็นจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และคนหนุ่มสาว ในพื้นที่ เพื่อหาทางออกร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ ได้ข้อสรุปว่า งดขายข้าวเปลือกให้กับโรงสีหรือพ่อค้าคนกลาง หันมาลงหุ้นรวมกลุ่มกันสีข้าวจากโรงสีชุมชนขนาดกลาง และนำไปขายกันเอง โดย อบต.ประกันราคาให้ กก. ละ 20 บาท ชาวบ้านขายนำไปขาย กก.ละ 27 บาท (มารับข้าวเอง) เป็นข้าวถุงขนาด 5 ก.ก. และขนาด 48 กก. ใช้ชื่อว่า “สะกาด ขวัญข้าว” สนับสนุนชาวนาโดยองค์การบริหารส่วนตำบลสะกาด อ.สังข
