ข่าววันนี้
นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ภาวะสังคมไทยไตรมาส 2/2559 มีการจ้างงานทั้งสิ้น 37,393,472 คน ลดลง 0.9% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยจ้างงานภาคเกษตร ลดลง 6.2% แม้ภัยแล้งสิ้นสุดลงแล้วแต่สถานการณ์ภัยแล้งที่สะสมมาตั้งแต่ฤดูกาลเพาะปลูกปี 2557 ทำให้กิจกรรมทางการเกษตรลดลงต่อเนื่อง ส่วนการจ้างงานภาคนอกเกษตร เพิ่มขึ้น 1.4% สอดคล้องกับการจ้างงานสาขาก่อสร้างเพิ่มขึ้น 5.4% การขนส่งเพิ่มขึ้น 1.4% โรงแรมและภัตตาคารเพิ่มขึ้น 4% และการค้าปลีก 1.4% ยกเว้นสาขาอุตสาหกรรม ลดลง 1.7% ซึ่งลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 เนื่องจากภาคการส่งออกคงมีแนวโน้มติดลบ ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถแบกภาระต้นทุน หันใช้วิธีลดแรงงานและใช้เครื่องจักรทดแทนแรงงานคน นายปรเมธี กล่าวว่า ส่วนการว่างงานไตรมาส 2/2559 มีทั้งสิ้น 411,124 คน ซึ่งคิดเป็นอัตราการว่างงาน 1.08% เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 0.88% โดยผู้ที่เคยทำงานมาก่อนว่างงานเพิ่มขึ้น 31.3% สอดคล้องกับข้อมูลผู้ประกันตนที่ขึ้นทะเบียนขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเพิ่มขึ้น 8.9% เป็นกรณีเลิกจ้างเพิ่มขึ้น 3
คุณธนายุทธ ทองจินดาวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พี.พี. สยามลาเท็กซ์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัท พี.พี. สยามลาเท็กซ์ฯ เป็นผู้นำธุรกิจผลิตภัณฑ์ยางพารา โดยจำหน่ายสินค้าที่นอนและหมอนเพื่อสุขภาพที่ทำจากยางพารา 100% โดยกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ คือ กลุ่มนักท่องเที่ยวเป็นหลัก โดยภายหลังจากการรุกธุรกิจด้านผลิตภัณฑ์ยางพาราจนเป็นที่ยอมรับ จึงเกิดแนวความคิดในการส่งเสริมธุรกิจสินค้ายางพาราเพื่อให้เป็นที่แพร่หลายมากขึ้น ประกอบกับในปัจจุบัน การทำธุรกิจ ไม่ใช่หมายถึง การขายอย่างเดียว แต่ต้องเน้นการให้ความรู้และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ซื้อ จึงเป็นที่มาของการสร้าง Rubber Land (รับเบอร์ แลนด์)บนพื้นที่กว่า 4,400 ตารางเมตร ด้วยงบประมาณกว่า 300 ล้านบาท เพื่อจะเป็นอุทยานการเรียนรู้เรื่องยางพาราและแหล่งท่องเที่ยวสำหรับคนไทยและชาวต่างชาติ สำหรับการเปิดตัว RubberLand ครั้งนี้ ถือเป็นการฉีกแนวกลยุทธ์การตลาดที่จะยกระดับแบรนด์และสร้างความเหนือกว่าทางธุรกิจด้วยการมอบประสบการณ์และสร้างสรรค์เนื้อหา เพื่อชูจุดเด่นที่ไม่เหมือนใครด้วยกลยุทธ์ Attraction Marketing คุณธนายุทธ เผยต่อว่า การขายสินค้าหรือการให้บริการแบบทั่วๆ
เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ผลกระทบจากระดับน้ำโขงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ถึงระดับประมาณ 10.10 เมตร ห่างจากจุดวิกฤต ประมาณ 3 เมตร ไม่เพียงส่งผลให้พื้นที่ 4 อำเภอ ที่ติดกับลำน้ำโขงเท่านั้น มี อำเภอบ้านแพง อำเภอท่าอุเทน อำเภอเมือง และอำเภอธาตุพนม ที่เสี่ยงต่อปัญหาน้ำโขงหนุนท่วมพื้นที่ลุ่ม รวมถึงพื้นที่ชุมชน หากมีฝนตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่อง เพราะจะทำให้น้ำไหลระบายลงน้ำโขงได้ช้าเกิดปัญหาน้ำท่วมตามมา นอกจากนี้ ยังพบว่าหลังน้ำโขงสูง ยังกระทบต่อลุ่มน้ำสงคราม เพิ่มระดับต่อเนื่อง และไม่สามารถไหลระบายลงน้ำโขงได้ ส่งผลให้เริ่มเกิดปัญหาเอ่อท่วมพื้นที่การเกษตรนาข้าวของเกษตรกร รวมถึงจ่อท่วมบ้านเรือนของชาวบ้านในพื้นที่ลุ่มน้ำสงคราม โดยเฉพาะ บ้านท่าบ่อ ต.ท่าบ่อสงคราม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ที่ติดกับลำน้ำสงคราม แม่น้ำสาขาสายหลักที่เชื่อมไปยังน้ำโขง พบว่ามีบ้านเรือนของชาวบ้าน เกือบ 500 หลังคาเรือน ที่เสี่ยงได้รับผลกระทบจากปัญหาน้าสงครามเอ่อท่วม หากมีฝนตกลงมาซ้ำอีกในช่วงนี้ ซึ่งมีบางจุดน้ำเริ่มสูงเข้าใกล้บ้านเรือนแล้ว เพราะเป็นพื้นที่ติดกับลำน้ำสงคราม ตั้งอยู่ในลักษณะแอ่งกระทะ ทำให้ใน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายแซม พิมสอน อายุ 27 ปี ชาวลาวที่อาศัยอยู่บ้านเฮือนหิน เขวงสวรรณเขต ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.ลาว) กล่าวว่า ตนนำเห็ดระโงกจากประเทศลาวบรรทุกใส่เรือข้ามแม่น้ำโขงมาจำนวนกว่า 60 กิโลเมตร เนื่องจากประเทศลาวมีฝนตกหนักและมีป่ามทึบเห็ดระโงกจะออกเป็นจำนวนมากแต่ละเจ้าจะนำข้ามโขงมาจำหน่ายทางฝั่งไทยทุกวันในช่วงนี้ โดยจำหน่ายที่ริมฝั่งไทยกิโลกรัมละ 100-120 บาท วันหนึ่งๆ มีชาวลาวนำเห็ดระโงกมาจำหน่ายทางฝั่งไทยวันละหลายร้อยกิโลกรัมสร้างรายได้ดีให้กับพวกตน โดยชาวไทยก็ชอบเห็ดชนิดนี้ และที่สำคัญคนไทยใจดีไม่เคยต่อราคาพวกตนเลย ด้านนายเปรียบ ทับแสง ปลัดเทศบาลตำบลชานุมาน อ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ กล่าวว่า ในช่วงนี้น้ำโขงมีระดับสูงขึ้นกว่า 10.85 เมตรและไหลเชี่ยวสาเหตุจากน้ำเหนือไหลหนุนมาจาก จ.หนองคาย นครพนม และมุกดาหาร ส่งผลให้น้ำโขงมีระดับสูงขึ้นทุกขณะแต่อย่างไรก็ตามทางอำเภอและทางจังหวัดเตรียมรับมือกับน้ำโขงที่อาจจะสูงขึ้นเกิน 12 เมตรและไหลล้นตลิ่มเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรและพืชผักสวนครัวต่างๆไว้แล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงนี้คือมีบรรดาชาวลาวนำเห็ดป่าเป็นเห็ดชะโงกมาจ
เมื่อวันที่ 26 ก.ค.2559 เวลา 09.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดินทางมายังทำเนียบรัฐบาลเพื่อเป็นประธานในการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ โดยก่อนการเข้าประชุม หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำคณะเข้าพบนายกรัฐมนตรีเพื่อแนะนำโครงการ “84 ฝาย ถวายราชินี” นายกรัฐมนตรีได้เสนอแนะให้มีการจัดทำฝายขนาดเล็กทั่วประเทศ เพราะฝายมีหน้าที่เก็บความชุ่มชื้นให้แก่ป่า อีกทั้งเราทุกคนต้องรวมกันปลูกป่าเนื่องจากตอนนี้มีภูเขาหัวโล้นจำนวนมาก ต้องช่วยกันสร้างร่มเงาให้ป่าไปพร้อม ๆ กัน จากนั้นนายธนศักดิ์ วัฒนฐานะ ผู้ว่าการการประปานครหลวงนำตัวแทนสถาบันการศึกษาและกลุ่มนักเรียนเข้าพบนายกรัฐมนตรีเพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมส่งเสริมการประหยัดน้ำในสถาบันการศึกษา “Water Ranger ปฎิบัติการพิทักษ์น้ำ ปีที่ 5” ซึ่งเป็นกิจกรรมเพื่อรณรงค์ให้เยาวชนมีความรู้ความเข้าใจในการรักษาทรัพยากรน้ำและสร้างจิตสำนึกให้ร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัดและมีคุณค่า สำหรับโครงการดังกล่าวมีโรงเรียนเข้าร่วมแล้ว 15 โรงเรียน โดยการประปานครหลวงจะให้ทุนเพื่อสนับสนุน
เมื่อไม่นาน มีข้อมูลจาก ธนาคารกสิกรไทย ระบุถึงตัวเลขเกี่ยวกับการค้าขายออนไลน์ ไว้อย่างน่าสนใจว่า ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างน้อยร้อยละ 20 ต่อปี ปัจจุบันมีผู้ประกอบธุรกิจอีคอมเมิร์ซผ่านช่องทางต่างๆ กว่า 500,000 ราย และมีคนไทยซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ถึง 14.87 ล้านคน ทั้งนี้ มีการประเมินด้วยว่า ปีที่ผ่านมา มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซ ในส่วนของการซื้อขาย ตรงไปยังผู้บริโภคนั้นสูงถึง 2.2 แสนล้านบาท ซึ่งปัจจัยที่ส่งต่อการเติบโตของอีคอมเมิร์ซ เป็นผลมาจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยี การเข้าถึงอินเตอร์เน็ต จำนวนการใช้สมาร์ตโฟนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงระบบชำระเงินออนไลน์ที่พัฒนาขึ้นไปอย่างมาก เมื่อบรรยากาศโดยรวมแสนจะคึกคักอย่างที่เกริ่น ยามนี้ จึงมีธุรกิจหลายรูปแบบ กระโดดเข้ามาเป็น “ผู้เล่น” ในตลาดออนไลน์ กันมากหน้าหลายตา เมืองนอกมีแล้ว ปรับใช้คนไทยไม่เวิร์ก Shipyours-ชิปยัวร์ส คือหนึ่งในผู้เล่นในตลาดค้าขายออนไลน์ เป็นธุรกิจบริการรับจัดเก็บสินค้า ที่มาพร้อมกับการรับบรรจุและจัดส่ง สำหรับผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซขนาดย่อม ที่ต้องการพื้นที่ในการจัดเก็บสินค้าขนาดเล็ก พร้อมทีมง
บรรยากาศค้าขายออนไลน์ นับวันยิ่งคึกคัก สินค้าประเภทเดียวกัน มีผู้นำเสนอมากหน้าหลายตา ฉะนั้น ตัวบ่งชี้แห่งยุคสมัยนี้ ที่อาจบอกว่าร้านไหนน่าสนใจกว่า น่าจะขึ้นกับ “ยอด LIKE (ไลก์)” ในแฟนเพจเฟซบุ๊ก หรือ “ยอด Followers (ฟอลโลเออร์)” ในอินสตาแกรม แหล่งข่าวซึ่งขอสงวนรายละเอียดส่วนตัว จากร้าน www.instagramthai.com กิจการรับปั๊มไลก์ เปิดเผยกับ “เส้นทางเศรษฐี” ว่าการเพิ่มยอดฟอลโลเออร์ หรือการเพิ่มยอดไลก์นั้น มีประโยชน์อย่างมากกับผู้ขายของผ่านทางออนไลน์ เพราะสามารถเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ เพิ่มโอกาสในการโปรโมตสินค้าและเพิ่มรายได้มากขึ้น โดยใช้เวลาเพียงไม่นาน ไม่ต้องเสียเวลารอให้คนอื่นกดติดตามอีกต่อไป ซึ่งบริการของทางร้าน www.instagramthai.com นั้น ไม่ใช่ระบบแลกไลก์หรือแลกฟอลโลเออร์ ลูกค้าไม่ต้องเสียเวลาดูแลเอง เพราะทางร้านจะจัดการให้ทุกอย่างโดยไม่ต้องให้รหัสผ่าน “การใช้บริการกับเราปลอดภัยอย่างแน่นอน เพราะข้อมูลการใช้บริการลูกค้าทุกท่านเป็นความลับ ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ มีลูกค้าและองค์กรชื่อดังใช้บริการมาอย่างต่อเนื่อง” แหล่งข่าวท่านเดิม ระบุ ส่วนขั้นตอนการเข้ารับบริการจากทางร้านนั้น เมื่อสม
เชื่อว่า ชีวิตคนเมืองหลายๆ คน เวลาเดินทางไปไหนมาไหน คงมีปัญหาเรื่องการหาที่จอดรถไม่ได้กันอยู่เป็นประจำแน่นอน แต่ด้วยปัจจุบันเทคโนโลยีถูกพัฒนาคู่มากับไอเดีย สามารถสร้างความง่ายในการดำเนินชีวิต ช่วยสนับสนุนการใช้ชีวิตของมนุยษ์ให้ง่ายขึ้นไปอีกขั้น เช่นเดียวกับไอเดีย เว็บไซต์ “จอดสบาย” ที่ถูกคิดขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ ให้กับคนที่ใช้รถใช้ถนน คิดจากปัญหา สร้างเว็บไซต์ “จอดสบาย” คุณอนงค์ลักษณ์ แซ่ลิ้ม หรือ คุณเปิ้ล นักศึกษาปริญญาโท MBA, Thammasat Business School เล่าให้ฟังในฐานะ ผู้เป็นเจ้าของไอเดีย และหนึ่งในผู้ก่อตั้ง “เว็บไซต์จอดสบาย” ว่าไอเดียจอดสบายนี้ เกิดขึ้นมาจากการได้มีโอกาสและประสบการณ์ได้ไปอเมริกา ซึ่งเขามีบริการจองที่จอดรถ ส่วนตัวเองเห็นว่ามีประโยชน์ เมืองไทยน่าจะสามารถมีและทำได้ เลยได้ไอเดียมาจากตรงนั้น ระยะเวลาประมาณ 6 เดือน ที่เริ่มทำบริการ จอดสบาย จนพัฒนามาเป็นเว็บไซต์ “จอดสบาย” ขึ้นนี้ เริ่มจากการเจาะตลาดงานอีเว้นต์เป็นหลัก ซึ่งถือเป็นกลุ่มลูกค้าและกลุ่มเป้าหมายหลักที่มาใช้บริการจอดสบาย จากการเก็บข้อมูลในระยะเวลาที่ผ่านมา มีฐานลูกค้าประมาณ 130 คน ปัจจุบัน ความต้องการที่จอดรถมีแนว
ในบรรดาธุรกิจสตาร์ตอัพเมืองไทย ต้องบอก แอพพลิเคชั่น “FoodStory” มาแรงและเป็นที่สนใจของผู้คน ซึ่งมีสองหนุ่มเป็นผู้ก่อตั้งและช่วยกันบริหารคือ คุณฐากูร ชาติสุทธิผล รับตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลีฟวิ่ง โมบาย จำกัด ส่วน คุณชวิน ศุภวงศ์ หรือ คุณแจ๊ค ดูแลในฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ลีฟวิ่ง โมบาย จำกัด โดยแอพนี้เป็น 1 ใน 3 ของผู้ชนะจากเวทีประกวดธุรกิจสตาร์ตอัพ “True Incube Asia Pacific Mobile App Challenge 2014” ที่ได้รับคัดเลือกไปแข่งขันในระดับนานาชาติ ทั้งนี้ คณะกรรมการเวทีดังกล่าวตัดสินให้ “FoodStory” ชนะการแข่งขัน ด้วยเหตุผลที่ว่า FoodStory เป็นระบบจัดการหน้าร้านบนไอแพดสำหรับร้านอาหารและร้านกาแฟที่มีมากกว่า 200 ฟีเจอร์ เช่น บริหารสต๊อก จองโต๊ะอาหาร รายงานผลประกอบการ ฯลฯ โดย FoodStory มีจุดเด่นอยู่ที่สามารถเข้าถึงลูกค้าที่ใช้แอพได้แบบเรียลไทม์ ทั้งนี้ ทีมงาน FoodStory มีประสบการณ์ในการเขียนซอฟต์แวร์ให้กับธนาคาร รวมถึงประสบการณ์ทำร้านอาหารในต่างประเทศอีกด้วย มองเทรนด์เศรษฐกิจยุคดิจิตอล นอกจากนี้ ยังได้รับเลือกให้นำผลงานไปโชว์ในงานธุรกิจสตาร์ตอัพ ที่หลายหน่วยงานของภาครัฐและเอกชนจัดขึ้น เ
เดี๋ยวนี้มีไอเดียมากมายที่ผุดออกมาเป็นตัวช่วยในการดำเนินชีวิตประจำวัน และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ให้สะดวกสบายมากขึ้น อย่างเช่น หากเกิดอยากทำความสะอาดบ้าน แต่ไม่มีเวลา อยากทำผม แต่ไม่อยากไปร้าน หลอดไฟเสียหรือท่อประปารั่ว แต่ไม่รู้จะไปหาที่ไหน แอพพลิเคชั่นตัวช่วยอย่าง “Tapsey” อาจมีคำตอบและเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคนยุคใหม่ ที่บอกว่าไม่มีเวลา แอพพลิเคชั่น Tapsey คือแอพหาผู้ช่วยมืออาชีพ เพื่อตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง ไม่ว่าจะเป็นการหาแม่บ้าน ช่างซ่อม ช่างถ่ายภาพ ช่างทำผม หรือกระทั่งช่างแต่งหน้า ด้วยแนวคิดที่ว่า เวลาของชีวิตคนเมืองที่ต้องทำงานและมีเวลาน้อย บางคนไม่อยากออกนอกบ้านในวันหยุด หรือไม่มีเวลาทำงานบ้าน คุณอภิสรา ศรีพันธ์ หรือ คุณพีช ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ให้ข้อมูลว่า “แอพพลิเคชั่น Tapsey นี้ได้ทำการเปิดตัวในเมืองไทยเป็นที่แรก โดยการลงทุนของนักลงทุนหลากหลายเชื้อชาติ ซึ่งก่อนจะมาเป็นแอพนี้ ได้มีการรวบรวมทีมเพื่อทำมาร์เก็ตติ้งรีเสิร์ช ลงพื้นที่ และให้กลุ่มเป้าหมายประมาณ 200 ราย ทำการทดลองใช้แอพดังกล่าว เพื่อดูผลตอบรับและความพอใจ ซึ่งผลปรากฏว่าได้รับการตอบรับดี โดยตั้งกลุ่มเป้าหมายไว
