ข่าววันนี้
เพจ China Xinhua News รายงานว่า เหตุการณ์ระทึกขวัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ก.ย. รถเทรลเลอร์ ซึ่งบรรทุกรถยนต์เต็มคันพุ่งแฉลบออกจากทางหลวง จากนั้นก็ค้างเติ่งอยู่บนที่สูงจากพื้นดินถึง 150 เมตรในมณฑลกวางตุ้งทางใต้ของจีน โชคยังดีที่ไม่มีผู้บาดเจ็บใดๆ เนื่องจากเป็นกังวลว่าการจราจรจะติดขัด เจ้าหน้าที่จราจรจึงใช้เวลาเพียง 20 นาทีในการเคลียร์สถานที่เกิดเหตุ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อรถเทรลเลอร์ชนกับแผงคอนกรีตกั้นถนน จากนั้นก็พุ่งแฉลบเกือบร้อยเมตรข้ามแผงคอนกรีตกั้นถนนจนค้างเติ่งอยู่อย่างที่เห็น
พ.ต.ท. ฤทธิ์ ศิริเทพ สารวัตรใหญ่สถานีตำรวจภูธรรำมะสัก ต.รำมะสัก อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง กล่าวว่า การเลี้ยงปลากระชังเป็นโครงการ ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็นนโยบายของผู้บังคับบัญชา สนับสนุนให้ตำรวจชั้นผู้น้อย ใช้เวลาว่างหารายได้เลี้ยงครอบครัว ประกอบกับที่หน้าโรงพัก ส.ภ.ต. รำมะสัก มีคลองสีบัวทองมีน้ำไหลผ่านตลอด สามารถที่จะเลี้ยงปลาได้ จึงส่งเสริมให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเลี้ยงปลากระชัง โดยเลี้ยงปลาเทโพและปลาดุก ในกระชังขนาดกว้าง 3 เมตร ยาว 6 เมตร จำนวน 4 กระชัง โดยใช้เวลาว่างดูแล กระชังปลา ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงนำร่องการเรียนรู้ เป็นทุนอาหารกลางวันตำรวจ พร้อมนำไปปรับใช้ในการทำอาชีพเสริม เพื่อสร้างรายได้ ลดรายจ่ายในครัวเรือน
วันที่ 7 ก.ย. น.ส.จริยา เสนพงศ์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่าการจัดอันดับเมืองที่มีมลพิษฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5)ในประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ “ขออากาศดีคืนมา #RightToCleanAir” เพื่อปกป้องสุขภาพคนไทยจากมลพิษทางอากาศ จากข้อมูลของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษ 12 สถานี 10 จังหวัดทั่วประเทศ น.ส.จริยากล่าวว่าเดือน ม.ค.-ก.ค.59 เมืองที่มีค่าเฉลี่ยรายปีของฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน2.5 ไมครอน(PM2.5) สูงสุด 5 อันดับ จ. เชียงใหม่ ลําปาง ขอนแก่น กรุงเทพฯ และ จ.ราชบุรี และยังพบว่าปี 57-59 มีค่าเฉลี่ยรายปีของฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน 11 พื้นที่ใน 10 จังหวัด สูงเกินกว่าค่ามาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกแนะนำไว้ที่ 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร “มาจากภาคการขนส่ง การผลิตไฟฟ้า อุตสาหกรรมการผลิต ที่อยู่อาศัย ธุรกิจการค้า และการเผาในที่โล่ง แบ่งได้เป็นฝุ่นที่เกิดจากแหล่งกำเนิดโดยตรงและฝุ่นที่เกิดจากการรวมตัวของก๊าซและมลพิษในบรรยากาศ โดยเฉพาะซัลเฟอร์ไดออกไซด์และออกไซด์ของไนโตรเจน ฝุ่นละอองขน
ที่ โรงเรียนบ้านคะปวง ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เด็กนักเรียนช่วยกันเก็บพืชผักสวนครัวที่ปลูก เพื่อนำไปประกอบอาหารกลางวัน ตามโครงการ ส่งเสริมการบริโภคผัก ผลไม้เพื่อสุขภาพในโรงเรียนบ้านคะปวง ซึ่งทางโรงเรียนได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักสร้างสรรค์โอกาสและนวัต กรรม (สำนัก 6) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่มุ่งเน้นให้นักเรียนโรงเรียนบ้านคะปวงได้รับความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ในเรื่องความสำคัญของการบริโภคผักและผลไม้ การปลูกพืชผักสวนครัว การลงมือปฏิบัติจริงในกิจกรรมโครงการปลูกผักปลอดสารพิษ เพื่อนำผลผลิตที่ได้ไปประกอบอาหารกลางวันและสร้างรายได้ให้กับนักเรียน จากรั้วโรงเรียนสู่ครอบครัว โดยผ่านกระบวนการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงของเด็กนักเรียนในระดับชั้นประถม ศึกษาปีที่ 4-5-6 ซึ่งเป็นแกนนำในการร่วมกันปลูกพืชผักปลอดสารพิษ อาทิเช่น ผักบุ้ง ผักกาดขาว ผักชี ถั่วฝักยาว ผลไม้ อาทิเช่น แก้วมังกร สับปะรด เป็นต้น ซึ่งเด็กแต่ละคนจะจับคู่กันในการเริ่มการทำแปลงเพาะปลูก การว่าน การปลูก และ การดูแลผลผลิตจนถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิตส่งขายให้กับโรงเรียนเพื่อเข้าสู่ โครงการอาหารกลางวัน
ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จัดกิจกรรมตอบแทนสังคมครั้งสำคัญ โดยนำทีมจิตอาสาทั้งพนักงาน และสื่อมวลชน เดินทางมุ่งตรงสู่ วิทยาลัยโพธิวิชชาลัย จังหวัดสระแก้ว เพื่อปลูกป่าในโครงการ “ปลูกป่า 3 ล้านกล้า ศาสนาค้ำพะยูง” ซึ่งปีนี้จัดขึ้น เป็นปีที่ 3 กับอีกหนึ่งโครงการสำคัญ “โครงการศูนย์เรียนรู้คอมพิวเตอร์จากมือพี่สู่น้อง” ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีจากคณะวิศวกรรมศาสตร์และนิสิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ส่งคณะตัวแทนมาให้ความรู้ จัดอบรม เรียนรู้ดูส่วนประกอบคอมพิวเตอร์เบื้องต้น ให้แก่คณะครูและนักเรียนจำนวน 23 โรงเรียน พร้อมทั้งร่วมกันทำพิธีส่งมอบคอมพิวเตอร์จำนวน 230 เครื่อง ให้โรงเรียนทั้ง 23 แห่ง ช่วยกันทำการติดตั้งคอมพิวเตอร์ให้ทุกๆ โรงเรียนต่อไป นอกจากนี้ยังได้จัดกิจกรรมไว้รองรับจิตอาสา เพื่อถ่ายทอดความรู้ และนำองค์ความรู้ที่ได้รับกลับไปใช้ได้ โดยกิจกรรมจะแบ่งออกเป็น 3 ฐาน ได้แก่ การทำสบู่สมุนไพรนานาชนิด จากภูมิปัญญาชาวบ้าน ด้วยวิธีง่ายๆ ในเวลาอันรวดเร็ว เมื่อเรียนรู้แล้วสามารถนำกลับไปทำใช้ได้เอง หรือจะนำไปต่อยอดสร้างอาชีพก็เป็นอีกหนทางสร้างรายได้ กับผ
บริษัท มอลล์ (ไทยแลนด์) ผุดเว็บไซต์ ThailandMall นำสินค้าโอท็อปขึ้นการบินไทย พร้อมลุยตลาดค้าปลีกออนไลน์ขายสินค้าไทยทุกประเภท บุกตลาดต่างชาติ 80% เผยสินค้ายอดซื้อฮอต กระเป๋าย่านลิเภา เมืองนครศรี-เนกไท โกมลผ้าโบราณ เมืองแพร่-ไทยโคโคนัทบิวตี้เซ็ต สปาภูตะวันจากสมุทรปราการ ชี้ผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมแล้วกว่า 100 ราย คาดสิ้นปีเพิ่มถึง 5 พันราย ตั้งเป้าระยะยาวเป็นอาลีบาบาสินค้าไทย นางพรรณประวีร์ กิวานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มอลล์ (ไทยแลนด์) จำกัด เจ้าของเว็บไซต์ www.thailandmall.com ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า นอกจากบริษัทจะเป็นเทรดเดอร์ร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) และการบินไทย โดยการนำสินค้าโอท็อปขึ้นไปขายบนเครื่องบินแล้ว ยังทำ e-Marketplace โดยเปิดเว็บไซต์ www.thailandmall.com ให้เป็นอีกหนึ่ง ช่องทางสำหรับผู้โดยสารที่นั่งการบินไทยมาสั่งสินค้า และเป็นช่องทางร้านค้าทั่วไปมาลงประกาศขายสินค้าบนหน้าเว็บด้วยโดยไม่เก็บค่าแรกเข้า แต่เงื่อนไขคือต้องเป็นสินค้าไทยโดยผู้ประกอบการไทยเท่านั้น นอกจากนี้ บริษัทได้มีทีมบิสซิเนสคอนซัลแตนต์ช่วยผู้ประกอบการถ่ายรูปสินค้า เขียนรายละเอียดของ
กรมอุตุนิยมวิทยารายงานสภาพอากาศ ประจำวันที่ 7 กันยายน 2559 ดังนี้ ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นเกือบทุกภาค ยกเว้นภาคใต้ฝั่งตะวันออกโดยจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ตาก เลย หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม อุทัยธานี จันทบุรี ตราด ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ขอให้ประชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมในระยะนี้ไว้ด้วยจนถึงวันนี้ ส่วนคลื่นลมในทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีโอกาสฝนตกในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำกับมีฝนตกหนักบางแห่ง ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนาม ตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่งในบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 0
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในช่วงที่แจ็ค หม่า มหาเศรษฐีชาวจีน ยังเป็นเพียงคนยากจนคนหนึ่ง เคยถูกปฏิเสธงานจากบริษัทหลายสิบแห่ง หนึ่งในนั้น มี “เคนตั๊กกี้ ฟรายด์ ชิกเก้น” หรือ เคเอฟซี รวมอยู่ด้วย ตอนนี้ แจ็ค หม่า กลายเป็นมหาเศรษฐีรายใหญ่ ได้เวลากลับมาซื้อกิจการของเคเอฟซีในจีนไปเรียบร้อยแล้ว รอยเตอร์รายงานว่า บริษัท แอนท์ ไฟแนนเชียล บริษัทลูกของอาลีบาบา ของ แจ็ค หม่า ซึ่งเป็นผู้ให้บริการ “แอร์เพย์” และบริษัท พรีมาเวรา แคปิตอล ของนายเฟรด หู อดีตประธานโกลด์แมน แซคส์ ไชน่า ได้ให้เข้าซื้อหุ้นในธุรกิจของ “ยัม ไชน่า” เจ้าของธุรกิจ เคเอฟซี และ พิซซ่า ฮัท ในประเทศจีน โดยยัม แบรนด์ ระบุว่า ทั้งสองบริษัท ได้ซื้อหุ้นของยัม ไชน่า คิดเป็นเงินทั้งสิ้น 460 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นส่วนของพรีมาเวลา 410 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเป็นของแอนท์ ไฟแนนเชียลที่ลงทุนอีก 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม คาดว่าการซื้อขายหุ้นดังกล่าวจะเสร็จสมบูรณ์ในวันที่ 31 ตุลาคมนี้
กำลังเร่งเครื่องตอกเข็มก่อสร้างอย่างหนักหน่วง สำหรับโครงการถนนสาย ฉ และ สาย ค ตามผังเมืองรวมเมืองชัยนาท ของ “ทช.-กรมทางหลวงชนบท” ซึ่งใช้งบประมาณก่อสร้าง 498.760 ล้านบาท โดยมีกำหนดแล้วเสร็จในเดือน ส.ค. 2560 “พิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน” อธิบดีกรมทางหลวงชนบท กล่าวว่า ปัจจุบันงานก่อสร้างมีผลงานความก้าวหน้ากว่า 42% ขณะนี้อยู่ระหว่างงานก่อสร้างชั้นโครงสร้างทาง ส่วนงานก่อสร้างสะพานอยู่ระหว่างการตอกเสาเข็มและเจาะเสาเข็มในแม่น้ำเจ้าพระยา คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือน ส.ค. 2560 “เมื่อแล้วเสร็จจะเป็นโครงข่ายใหม่ เป็นทางเลือกเพิ่มให้ประชาชนในพื้นที่ได้ใช้ จะช่วยแก้ปัญหาการจราจรในเขตชุมชนเมืองชัยนาท ซึ่งเป็นย่านธุรกิจการค้า และมีการคมนาคมเชื่อมกับถนนสายสุพรรณบุรี-ชัยนาท ที่ปัจจุบันมีสะพานข้ามแม่น้ำเชื่อม 2 ฝั่งชุมชนเพียง 1 แห่งเท่านั้น ทำให้การขนส่งและเดินทางไม่สะดวกมากนัก อีกทั้งยังเป็นการรองรับการเติบโตของเมืองในอนาคตด้วย” สำหรับแนวเส้นทางโครงการ“อธิบดีกรมทางหลวงชนบท” อธิบายว่า มีจุดเริ่มต้นโครงการบริเวณ กม.ที่ 0+000 เชื่อมกับถนนสายลพบุรี-ชัยนาท (ทาง
ที่หนองน้ำธรรมชาติ หลังโรงเรียนท่าตูมประชาเสริมวิทย์ ต.ท่าตูม อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ชาวบ้านท่าตูมพากันเดินไปยังแหล่งน้ำธรรมชาติ ไปหาเก็บเทามาทำเป็นอาหาร ลาบเทา ถือเป็นเมนูเด็ด แซ่บ ของชาวอีสาน เทาคือสาหร่ายน้ำจืดสีเขียว เป็นเส้นเล็กๆ สีเขียวสด และจะอยู่ในหนองน้ำหรือสระน้ำที่สะอาด น้ำนิ่ง อยู่ในน้ำไม่ลึก มองเห็นด้วยสายตา จะเกาะกลุ่มกันเป็นก้อนๆ เทาที่ยังอ่อนจะลอยอยู่ใต้น้ำ ชาวบ้านใช้มือล้วงจับเอาเทาสีเขียวที่อยู่ใต้น้ำ ล้างและเก็บเศษใบไม้ ใบหญ้า หรือสิ่งเจือปนในเทาออกให้หมดจนสะอาด เห็นเป็นเส้นเทาสีเขียวสด จากนั้นนำไปประกอบปรุงเป็นอาหาร การทำลาบเทา จะมีหัวหอม ผักชี ต้นหอม ใบหูเสือ น้ำปลาร้า มะเขือต้ม ปลาทู ข้าวคั่ว พริกป่น ไม่ใส่มะนาว หรือสิ่งที่เป็นของเปรี้ยวทั้งสิ้น เพราะจะทำให้รสชาติไม่อร่อย ขั้นตอนการทำลาบเทา หลังจากได้เทาที่ล้างสะอาดแล้ว ก็มาเตรียมเครื่องปรุง คือการต้มน้ำปลาร้าให้สุก ต้มมะเขือ ปลาทู พริก ต้มสุกแล้ว จะตำพริก ตำมะเขือ และตำปลาทู คลุกเข้าด้วยกัน ให้เป็นน้ำพริกสดมะเขือปลาทู จากนั้นนำน้ำพริกที่ได้มาคลุกกับน้ำปลาร้าสุก คลุกให้เข้ากัน หากมีหอยโข่งหรือหอยเชอรี่ที่ต้มสุ
