ข่าววันนี้
คุณฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย กล่าวตอนหนึ่งในงานแถลงข่าว โครงการประกวดอาหาร สุดยอดแชมป์ข้าวแกงไทยสู่สากล “Khao Gaeng” Thai Curry Rice Championship 2025” ว่าการจัดการแข่งขันครั้งนี้เกิดขึ้นโดยความร่วมมือจากพันธมิตรหลายฝ่าย มีเป้าหมายเพื่ออนุรักษ์และยกระดับข้าวแกงไทยในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ พร้อมตอกย้ำถึงความสำคัญของข้าวแกงที่สะท้อนเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม และยังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทั้งในมิติการท่องเที่ยว ภาคบริการ และการกระจายรายได้สู่ร้านค้ารายย่อยและชุมชนฐานรากทั่วประเทศ เนื่องจากข้าวแกง ถือเป็นเมนูที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสรสชาติไทยแท้ได้อย่างใกล้ชิด สำหรับรายละเอียดการแข่งขัน จะมีขึ้นตลอด 3 วันเต็ม ระหว่างวันที่ 17–19 ตุลาคมนี้ ที่ชั้น 4 ตึก Phenix ประตูน้ำ เพื่อเฟ้นหาสุดยอดร้านข้าวแกงที่โดดเด่นด้านรสชาติและยกระดับมาตรฐานสู่สากล โดยแบ่งออกเป็น 3 รอบ ได้แก่ Skills Challenge Day, Creativity Challenge Day และ Grand Finale Day รวมทั้งยังมีการจัดกิจกรรมเรียนรู้เชิง Interactive เสวนาเชิงวิชาการ เวิร์กช็อป และการแสดงศิลปวัฒนธรรม เพื่อมุ่งสร้างภาพลัก
คุณอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai ให้ข้อมูลระหว่างร่วมแถลงข่าวในฐานะพันธมิตรร่วมจัดโครงการประกวดอาหาร “สุดยอดแชมป์ข้าวแกงไทยสู่สากล” ว่า ร้านข้าวแกงเล็กๆ ข้างทางปรับตัวสู่ดีลิเวอรีได้อย่างรวดเร็วเพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างกว่าเดิม ปัจจุบันมีร้านข้าวแกงบน LINE MAN มากกว่า 10% ของร้านอาหารทั้งหมดบนแพลตฟอร์ม นอกจากนี้ข้อมูลจาก Wongnai POS ในไตรมาสที่ 2 ปี 2025 พบว่า ยอดขายร้านเดิมของร้านข้าวแกงลดลงเพียง -4% ในขณะที่ร้านอาหารทั่วไปยอดตกเฉลี่ยถึง -14% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นว่า Fast Food แบบไทยยังคงไปต่อได้ดีในยุคเศรษฐกิจผันผวน เนื่องจากเป็นเมนูที่คนไทยกินได้ทุกมื้อ ทุกวัน สะดวกรวดเร็ว และราคาเข้าถึงง่าย โดยเมนูข้าวแกงที่มีคนสั่งสูงที่สุด 3 อันดับ ได้แก่ อันดับ 1 ไข่พะโล้ เมนูที่ถูกจุดกระแสโดย ‘พี่เอ ศุภชัย’ ตั้งแต่ปีก่อนและยังคงครองความนิยมต่อเนื่อง อันดับ 2 หมูก้อนทอด และอันดับ 3 แกงเหลือง ยอดสั่งข้าวแกงรวมทุกเมนูบน LINE MAN ตั้งแต่เดือนมกราคม-กันยายน 2025 เสิร์ฟไปแล้วกว่า 52 ล้านจานใน 77 จังหวัดทั่วไทย ด้าน คุณบุญช่วย เทอดท
แม็คคอร์มิค (McCormick) แบรนด์สมุนไพรและเครื่องเทศอันดับ 1 ของโลก ตอกย้ำความเชี่ยวชาญในฐานะผู้นำด้านเครื่องปรุงเพื่อรสชาติเผ็ดร้อนในงาน Food Ingredients Asia (FIA) Thailand 2025 ปีนี้ ด้วยนวัตกรรมที่สร้างสรรค์ขึ้นจากอินไซต์ผู้บริโภคและปรับให้เข้ากับภูมิภาคต่างๆ พร้อมเปิดเผยแนวโน้มความชื่นชอบรสเผ็ดร้อนของกลุ่มผู้บริโภคในขนมขบเคี้ยว บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และเครื่องปรุงรสในประเทศไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย เพื่อให้ผู้ผลิตอาหารในแต่ละประเทศเล็งเห็นถึงโอกาสใหม่ๆ ในการสร้างการเติบโต ผลการศึกษาของแม็คคอร์มิคชี้ให้เห็นว่า ผู้บริโภครุ่นใหม่ทั่วเอเชียมีบทบาทสำคัญในการกำหนดแนวโน้มความนิยมในด้านรสชาติอาหาร โดยกลุ่มมิลเลนเนียลและ Gen Z ชื่นชอบอาหารรสเผ็ดเป็นชีวิตจิตใจ โดยมองว่าเป็นการแสดงออกถึงตัวตนและการผจญภัยรูปแบบหนึ่ง ผู้บริโภคกลุ่มนี้จำนวนไม่น้อยมักเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีรสเผ็ดร้อนเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว และเครื่องปรุงรส เพื่อลิ้มลองความรู้สึกสนุกสนานใหม่ๆ ซึ่งความนิยมที่เกิดจากการเปลี่ยนผ่านเจเนอเรชันนี้เห็นได้เด่นชัดในเอเชีย ส่งผลให้ภูมิภาคนี้กลายเป็นศูนย์กลางของโ
ลาซาด้า ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่กับแคมเปญ “9.9 ลดอลัง ปังทุกแบรนด์” ด้วยตัวเลขการเติบโตที่แข็งแกร่งทั่วทั้งภูมิภาค ตอกย้ำกลยุทธ์ที่ขับเคลื่อนด้วยสินค้าแบรนด์ ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาสินค้าคุณภาพจากแบรนด์แท้เพิ่มมากขึ้น ในแคมเปญ 9.9 ครั้งนี้ LazMall ศูนย์รวมแบรนด์ชั้นนำจากทั่วโลกกว่า 32,000 แบรนด์ ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพในการเชื่อมโยงนักช้อปและแบรนด์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างแข็งแกร่ง โรนัลด์ ฟู ผู้อำนวยการฝ่ายแคมเปญ ลาซาด้า กรุ๊ป กล่าวว่า ขณะที่ผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ความสำคัญกับเรื่องสินค้าแท้ ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ และประสบการณ์การช้อปปิ้งระดับพรีเมียมมากขึ้น LazMall ยังคงเป็นหัวใจในการขับเคลื่อนความสำเร็จของแคมเปญใหญ่ของลาซาด้า ส่วนการเติบโตของการบริโภคออนไลน์ ด้วยจำนวนประชากรชนชั้นกลางและกลุ่มผู้บริโภคที่มีความคุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยีในภูมิภาคที่มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ลาซาด้าได้สร้างสถิติใหม่บนแพลตฟอร์ม โดยมีมูลค่าเฉลี่ยของคำสั่งซื้อที่สูงขึ้น 30% เมื่อเทียบกับแคมเปญ 9.9 ในปีที่ผ่านมา แ
ในยุคที่ออนไลน์ครองเมือง การทำอะไรก็ตามมักจะง่ายและสะดวกเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส รวมไปถึงเรื่องธุรกรรมการเงินด้วย ที่ผู้คนแทบจะไม่มีเงินสดติดตัวกันอย่างแต่ก่อน แต่ด้วยความง่ายดายนั้น แฝงเข้ามาซึ่งอาชญากรไซเบอร์ที่เข้ามาหลอกลวงและทำผิดกฎหมาย หนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่มิจฉาชีพใช้ก็คือ “บัญชีม้า” ซึ่งเป็นบัญชีธนาคารของบุคคลอื่นที่ถูกนำมาใช้เป็นสะพานในการโอนย้ายเงินที่ได้จากการกระทำผิด จากประเด็นดังกล่าวที่มิจฉาชีพกระทำนั้น ทำให้มีผู้ได้รับความเสียหายจำนวนไม่น้อย ที่ถูกอายัดบัญชี เนื่องจากบัญชีม้าโอนเงินเข้าบัญชี และกว่าจะแก้ไขได้ ก็ได้รับผลกระทบ ที่ไม่สามารถทำธุรกรรมใดๆ ได้ โดย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสมาคมธนาคารไทย ได้ชี้แจงว่า ธนาคารจะระงับยอดเงินที่มีปัญหา ไม่ใช่ทุกบัญชี และทุกธนาคารใช้มาตรฐานเดียวกัน ในการระงับวงเงินต้องสงสัยเพียง 3 วัน ยกเว้น บัญชีที่มีเส้นทางการเงินเกี่ยวข้อง กับ บัญชีม้าดำ และ ม้าเทา ที่ระยะเวลาการระงับวงเงินจะยืดออกไป ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้แบ่งระดับความเสี่ยงของบัญชีม้า ออกไว้เป็น 5 ระดับสี เพื่อสร้างความเข้าใจและคลายกังวลให้กับประชาชน ดังนี้ ม้าดำ คือ
นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เผยว่า “แกร็บได้ริเริ่มโครงการส่งเสริมคนขับ Grab จดทะเบียนรถรับจ้างสาธารณะผ่านแอป มาตั้งแต่ปี 2565 โดยมุ่งผลักดันให้คนขับที่ให้บริการบนแพลตฟอร์มของเรา ไม่ว่าจะเป็น บริการ GrabCar (รถยนต์) หรือ GrabBike (รถจักรยานยนต์) ปฏิบัติตามข้อกำหนดของกรมการขนส่งทางบก รวมทั้งประกาศของคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะการทำใบขับขี่สาธารณะ ซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการขั้นพื้นฐานของการจดทะเบียนเป็นรถรับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาแกร็บได้จัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นและส่งเสริมให้คนขับไปทำใบขับขี่สาธารณะและจดทะเบียน รย.18 อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น การเปิดรอบพิเศษเพื่อให้คนขับไปยื่นเอกสาร ตรวจประวัติอาชญากรรม เข้าอบรมและสอบข้อเขียน การจัดเจ้าหน้าที่เพื่อให้คำแนะนำด้านเอกสารและอำนวยความสะดวกในทุกขั้นตอนที่สำนักงานขนส่ง โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีคนขับให้บริการเป็นจำนวนมากอย่างกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต ชลบุรี และขอนแก่น ทั้งยังมีทีมงานจากศูนย์ย่อยของแกร็บ (Mini Grab Center) คอยให้คำแนะนำกับคนขับในจังหวัดอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย นอกจา
The Next Forest คือกิจการเพื่อสังคมที่มองการปลูกป่าไม่ใช่เพียงการโปรยเมล็ดพันธุ์ลงดิน แต่เป็นกระบวนการฟื้นฟูที่ครบวงจรและสอดคล้องกับธรรมชาติอย่างแท้จริง ทางทีมงาน The Next Forest จึงผสมผสาน “วิทยาศาสตร์ป่าไม้” เข้ากับ “ศิลปะแห่งการจัดการพื้นที่” นับตั้งแต่การเลือกชนิดพันธุ์ไม้ที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มอัตรารอดของกล้าไม้ การออกแบบพื้นที่ฟื้นฟูและวางแผนการดูแลหลังปลูก ไปจนถึงการติดตามผลอย่างเป็นระบบ รวมทั้งการประเมินด้านระบบนิเวศ เช่น ปริมาณการกักเก็บคาร์บอนในต้นไม้ ความหลากหลายทางชีวภาพ ปริมาณน้ำที่กักเก็บ เพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืนจริงๆ ต้นไม้ทุกต้นที่ลงดินจึงไม่เพียงแต่เพิ่มพื้นที่สีเขียว แต่ยังช่วยเพิ่มศักยภาพในการดูดซับก๊าซเรือนกระจก จนกลายเป็นหนึ่งในวิธีการรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่จับต้องได้ที่สุดในปัจจุบัน “การฟื้นฟูป่าไม่ใช่แค่การปลูกต้นไม้ แต่คือการนำวิทยาศาสตร์มาทำความเข้าใจระบบนิเวศ และใช้ศิลปะในการสร้างความสมดุลให้ธรรมชาติกลับคืนมา เราหวังว่าเรื่องราวของเราจะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น” คุณปาย-จุฑาธิป ใจนวล ผู้ร่วม
จากกลยุทธ์การสร้างประสบการณ์ใหม่ในปีนี้ของ MK Restaurants ยังคงยึดคอนเซ็ปต์ “หม้อแดง หม้อเดิม เพิ่มเติม ประสบการณ์ใหม่” โดยต่อยอดประสบการณ์จากแคมเปญ “สุกี้ผัดแห้ง” เมื่อต้นปี ที่สร้างไวรัลบนโลกโซเชียล สะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์สามารถฉีกกฎการกินสุกี้แบบเดิมๆ ไปสู่ประสบการณ์ใหม่ที่ลูกค้าพร้อมแชร์ พร้อมลอง และพูดถึงกันอย่างล้นหลาม ในครั้งนี้ “หม้อแดง หม้อเดิม” พร้อมที่จะพาทุกคนเปิดโลกการกินสุกี้รสชาติใหม่ จากเดิมที่เคยกินแต่ซุปใส แต่ครั้งนี้คุณจะได้รสชาติใหม่ที่หลากหลายกว่าเดิม เพราะยกความอร่อยมากับ 4 รสชาติใหม่ “ซุปต้มยำมันกุ้ง” แซ่บซี้ด จัดจ้าน สไตล์ไทย, “ซุปเต้าเจี้ยวโบราณ” หอม กลมกล่อมสไตล์จีน, “ซุปน้ำดำญี่ปุ่น” No.1 เรื่องอูมามิ และ “ซุปฮอตหม่าล่า” เผ็ดชาไฟลุก สไตล์เสฉวน เสิร์ฟพร้อมเนื้อ หมู หรือซีฟู้ด และผักคุณภาพดีในสไตล์ MK เสิร์ฟครบชุดในราคาเริ่มต้นเพียง 399 บาท/ชุด พร้อมประสบการณ์ใหม่ตั้งแต่การเสิร์ฟ เปิดต่อม เปิดใจ เปิดต่อมรับรสก่อนสั่งอาหารด้วย พร้อมเสิร์ฟ MK Soup Parade Testing 4 ซุปใหม่ขนาดทดลอง เพื่อให้ลูกค้าได้ลองเปิดใจและมั่นใจในความอร่อยก่อนสั่งจริง เลือกซุปที่ชอบในราคาที่ใ
เมื่อเร็วๆ นี้ มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ โดย ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร เลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับ บริษัท เธียรซัน จำกัด โดยแพทย์หญิงวรนิษฐ์ เธียรวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการฯ ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรอภัยภูเบศร และ บริษัท ตำรับไทย สมุนไพร จำกัด โดยนายมหาคุณ เทพสุทิน ประธานกรรมการบริหารบริษัทฯ ผู้มีเครือข่ายร้านค้าทั่วประเทศ เพื่อขยายช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพร “อภัยภูเบศร” ครบทุกรายการ ทั้ง ยา อาหาร และเครื่องสำอาง ในรูปแบบ Shop in Shop ภายใน “ร้านตำรับไทย” ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการเสริมจุดแข็งซึ่งกันและกัน อภัยภูเบศรในฐานะผู้ผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรคุณภาพ ที่ได้รับการยอมรับทั้งด้านมาตรฐานและองค์ความรู้แพทย์แผนไทย ผนวกกับเครือข่ายร้านตำรับไทยที่มีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ จะช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึง ยาและผลิตภัณฑ์สมุนไพรภายใต้แบรนด์อภัยภูเบศร ได้ครบถ้วน สะดวก และมั่นใจในคุณภาพ โดยในระยะแรก ได้เปิดให้บริการแล้วที่ ร้านตำรับไทย สาขาเซ็นทรัล พระราม 2 และสาขาฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต
บาร์บีคิวพลาซ่า เดินเกมต่อยอดโมเดลร้าน “Solo Dining” ครั้งแรกที่สาขาเซ็นทรัล พาร์ค ภายใต้คอนเซ็ปต์ Tasty – Easy – For Me #อร่อยง่ายเลือกเองได้ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ชื่นชอบประสบการณ์ปิ้งย่างส่วนตัว แต่ยังคงได้รสชาติและความสนุกแบบครบครัน โดยเฉพาะกลุ่มพนักงานออฟฟิศ Young Urban และคนเมืองที่ต้องการความรวดเร็วแต่ไม่อยากพลาดโมเมนต์อาหารคุณภาพ สาขาเซ็นทรัล พาร์ค ตั้งอยู่ชั้น LG ท่ามกลางโซนร้านอาหาร Quick Service ที่เน้นจานด่วน ซึ่งนับเป็นความท้าทายสำหรับ บาร์บีคิวพลาซ่า แบรนด์ที่เติบโตจากตลาดปิ้งย่างของกลุ่มครอบครัวและเพื่อน โมเดลใหม่เริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับอย่างดีจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในย่านสีลม ทำเลศักยภาพใจกลางกรุงเทพฯ รายล้อมด้วยออฟฟิศและโรงแรมในย่านธุรกิจหลัก ซึ่งช่วยให้แบรนด์สามารถขยายฐานลูกค้าได้กว้างขึ้น พร้อมสร้างกระแสความสนใจและได้รับฟีดแบ็กเชิงบวกจากลูกค้ากลุ่มคนเมือง ที่มองหาความสะดวก รวดเร็ว และพื้นที่ส่วนตัวสำหรับมื้อปิ้งย่างคนเดียว โดยไม่ต้องเขินอีกต่อไป คุณเรืองชาย สุพรรณพงศ์ ประธานบริหารสายงานปฏิบัติองค์กร บริษัท ฟู้ด
