ข่าววันนี้
“Nose Tea” แบรนด์เครื่องดื่มครีมชีสสัญชาติไทยที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ ประกาศเปิดตัวคอนเซ็ปต์สโตร์ที่ทุกคนรอคอย Nose Tea Black Signature ที่เซ็นทรัล พาร์ค ชูความยิ่งใหญ่ของคอนเซ็ปต์และเมนู ที่อัดแน่นอยู่ในพื้นที่เพียง 36 ตารางเมตร ความพิเศษของสาขา Nose Tea Black Signature คือการยกระดับแนวคิด ไม่ใช่แค่สาขาที่มีเมนูพิเศษ แต่คือบ้านของ Signature’s Series อย่างแท้จริง เป็นสาขาเดียวที่รวบรวมเมนู Signature ที่ดีที่สุดไว้ครบครัน และเป็นห้องทดลองแห่งรสชาติ (Flavor Laboratory) สถานที่สำหรับคิดค้นและปล่อยเมนู Signature ใหม่ๆ ในอนาคตต่อไป โดยตั้งเป้าเจาะกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มคนที่ชอบลองรสชาติใหม่ๆ ตื่นเต้นกับการค้นหาประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร ไม่ใช่แค่ดื่มอร่อย แต่ยังอยากได้เรื่องราวกลับไปแบ่งปัน และกลุ่มแฟนพันธุ์แท้ของ Signature Series ที่เชื่อมั่นในรสชาติและมั่นใจว่าจะได้ความอร่อยที่คุ้นเคยเสมอ หัวใจของ Signature’s Series ที่ทำให้เมนูในกลุ่มนี้พิเศษกว่าใครคือ โครงสร้าง 3 ชั้น อันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้รสชาติครบจบในแก้วเดียว โดย Nose Tea ได้เปิดตัว 2 เมนูใหม่ใน Ser
ท่ามกลางบรรยากาศการเมืองที่ร้อนระอุและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ชื่อของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย มักถูกผูกติดอยู่กับภาพของนักการเมืองผู้เจนจัด แต่ในอีกมุมหนึ่งที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ เส้นทางเศรษฐีขอพาไปส่อง “หลังบ้าน” ของว่าที่ผู้นำคนนี้ สู่เรื่องราวของ “คุณจ๋า-ธนนนท์ นิราษิท” หวานใจของเขา ที่มีอาณาจักรเล็กๆ แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นที่จังหวัดระนอง ย้อนกลับไปช่วงที่นายอนุทินปฏิบัติภารกิจในฐานะรัฐมนตรี ได้มีโอกาสเดินทางมายังจังหวัดระนองบ่อยครั้ง และได้รับการแนะนำจาก ส.ส. ในพื้นที่ จนได้รู้จักและเริ่มคบหาดูใจกับคุณจ๋า ก่อนจะตัดสินใจเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2565 ที่ผ่านมา ร้านกาแฟ “จ่าจ้า คอฟฟี่” (JaJaa Coffee) ของเธอ จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ธุรกิจส่วนตัว แต่ยังทำหน้าที่เป็นเหมือนห้องรับรองแขกบ้านแขกเมือง และเคยเป็นจุดนัดพบสำคัญทางการเมืองเมื่อครั้งที่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐา 1 เดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการแบบสัญจรครั้งแรกที่จังหวัดระนอง ร้านแห่งนี้เคยทำหน้าที่เป็นสถานที่ต้อนรับและให้การดูแลอย่างใกล้ชิด สะท้อนให้เห็นว่าร้านกาแฟเล็กๆ แห่งนี้มีความสำคัญมากกว่าที่ตาเห็น ร้าน “จ่าจ้
กระแส T-Beauty หรือผลิตภัณฑ์ความงามแบรนด์ไทย กำลังเป็นดาวรุ่งที่เติบโตอย่างร้อนแรง และถูกจับตามองว่าจะขึ้นแท่นซอฟต์พาวเวอร์ใหม่ที่พร้อมก้าวสู่เวทีสากล ด้วยมูลค่าตลาดสูงถึงกว่า 2.58 แสนล้านบาท โดยพบว่า ราวครึ่งหนึ่งของหญิงไทย (47.1%) เลือกซื้อสินค้าความงามผ่านช่องทางออนไลน์ และกว่า 70% กลับมาซื้อซ้ำ สะท้อนถึงศักยภาพของตลาดความงามออนไลน์ที่ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก การขยายตัวของตลาดส่งผลให้การแข่งขันทวีความดุเดือดไม่แพ้กัน และบนสังเวียนนี้เองที่แบรนด์ไทยอย่าง JOURNAL ได้พิสูจน์ความสำเร็จ ก้าวขึ้นเป็นแถวหน้าของวงการบิวตี้ไทย โดยมีหัวใจสำคัญคือการเข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคอย่างแท้จริง ผสานกับกลยุทธ์ออนไลน์ที่ใช้ศักยภาพของเทคโนโลยีอีคอมเมิร์ซ เพื่อเสริมแกร่งและยกระดับการตลาดให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในสมรภูมิ “เรดโอเชียน” แห่งตลาดความงาม การได้เป็นหัวแถวไม่ใช่เรื่องง่าย แต่แบรนด์บิวตี้อย่าง JOURNAL ที่แม้เพิ่งก่อตั้งได้เพียง 7 ปี แต่กลายเป็นดาวรุ่งที่สร้างความแตกต่างด้วยแนวคิด ‘Scent with Story’ เล่าเรื่องราวผ่านกลิ่นหอมที่หยิบแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมไทย มาผสมผสานกับประสบการณ์การใช้ผลิตภัณฑ์อย่างลงต
จากความสำเร็จของโปรโมชัน “คุ้ม คุ้ม อิ่มไม่อั้น 299 บาท” ตั้งแต่เดือนมิถุนายน–สิงหาคม 2568 ต่อเนื่องกว่า 3 เดือน ส่งผลให้ยอดขายของ MK Restaurants เติบโต 5% และเฉพาะสาขาที่ร่วมโปรโมชันนี้เติบโต 33% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ รวมกว่า 1.7 ล้านคน ทั้งกลุ่มลูกค้าที่ไม่ได้มา MK นานกว่า 6 เดือน กลุ่มลูกค้าปัจจุบันมาบ่อยขึ้น รวมถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ที่มีอายุน้อยลงก็ให้ความสนใจจำนวนมาก อีกทั้งการขยายสาขาเพิ่มจาก 254 สาขา เป็น 299 สาขา ในช่วงเดือนกรกฎาคม ยังช่วยต่อยอดศักยภาพการเติบโตให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น กลยุทธ์การตลาดครั้งนี้จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสำเร็จจากเสียงตอบรับอย่างกว้างขวาง และสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันอย่างแท้จริง วันนี้ MK Restaurants ประกาศเดินเกมต่อ ลุยโปรโมชัน อัปเลเวลเป็น “คุ้มเกินคุ้ม 299 บาท” ต่อ ปรับให้คุ้มกว่าเดิมทุกมิติ! เมนูมากขึ้น! ฟินยาว ถึงสิ้นปี! พร้อมเมนูพิเศษทุกเดือน โดยยังอร่อยคุณภาพตามแบบฉบับของ MK เหมือนเดิม แถมฟินจุใจถึง 90 นาที “299 คุ้มเกินคุ้ม ดีขึ้นทุกมิติ” เมนูเพิ่มขึ้นเป็น 29 เมนู เน้นความคุ้มค่
วิทยาลัยดุสิตธานี สถาบันการศึกษาด้านธุรกิจบริการชั้นแนวหน้าในเครือโรงแรมดุสิตธานี นับเป็นต้นทางในการผลิตผู้เชี่ยวชาญทั้งทางด้านการโรงแรมและการประกอบอาหารเข้าสู่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและอาหารของไทยมายาวนานกว่า 3 ทศวรรษ จึงไม่น่าแปลกใจที่จะพบศิษย์เก่าของวิทยาลัยดุสิตธานีจำนวนมากที่มีชื่อเสียงและสร้างคุณประโยชน์ให้แก่วงการท่องเที่ยวและอาหารทั้งของไทยและในระดับสากล ด้วยเหตุนี้ สมาคมศิษย์เก่าวิทยาลัยดุสิตธานี จึงเกิดแนวคิดริเริ่ม ชักชวนศิษย์เก่าผู้มีชื่อเสียงในวงการ ประกอบด้วย 12 เซเลบริตี้เชฟและ 1 ซอมเมอลิเยร์ มารวมตัวกันทำกิจกรรมเพื่อสังคม โดยรายได้สุทธิจากการจัดงานครั้งนี้ จะนำไปสมทบทุนเพื่อการศึกษาสำหรับนักศึกษาวิทยาลัยดุสิตธานี และมอบให้แก่องค์กรสาธารณกุศล ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดงาน คือส่งเสริมความมุ่งมั่นในสายงานอุตสาหกรรมการบริการ สร้างสายสัมพันธ์รุ่นพี่-รุ่นน้อง และช่วยแบ่งเบาภาระสังคม สำหรับการรังสรรค์ดินเนอร์สุดพิเศษ ในงาน JOURNEY OF FLAVOR “A TWIST FOR THE BETTER TOGETHER” ครั้งนี้ มาพร้อมกับแนวคิด 5 Regions with a Modern Thai Twist หรือ อาหารไทย 5 ภูมิภาคกับกลิ่นอายร
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผย ธุรกิจตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ (Vending Machine) มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง สอดรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวกสบาย เข้าถึงสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง และรองรับการชำระเงินที่หลากหลาย โดยในปี 2567 สามารถสร้างรายได้ถึง 10,156 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.74% จากปี 2566 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้จัดทำบทวิเคราะห์ประจำเดือนกรกฎาคม 2568 พบว่า ธุรกิจตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ (Vending Machine) เป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบาย สามารถเลือกซื้อสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง และมีช่องทางการชำระเงินได้หลากหลาย ปัจจุบันมีนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจดังกล่าวจำนวน 760 ราย ทุนจดทะเบียน 5,962 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดเล็ก (S) จำนวน 724 ราย คิดเป็น 95% ทุนจดทะเบียน 1,800 ล้านบาท รองลงมาคือ ธุรกิจขนาดกลาง (M) จำนวน 30 ราย คิดเป็น 3.95% ทุนจดทะเบียน 2,303 ล้านบาท และธุรกิจขนาดใหญ่ (L) จำนวน 6 ราย คิดเป็น 0.79% ทุนจดทะเบียน 1,860 ล้านบาท ในปี 25
วันที่ 29 สิงหาคม 2568 นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดแคมเปญ เที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT ปี 2 ว่า กระทรวงพาณิชย์ โดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้าร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรชั้นนำ จัดแคมเปญ ‘เที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT ปี 2’ สานต่อความสำเร็จและต่อยอดส่งเสริมผู้ประกอบการร้านอาหารไทยที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT จากกระทรวงพาณิชย์ โดยหน่วยงานพันธมิตรชั้นนำที่เข้าร่วมแคมเปญฯ มอบสิทธิพิเศษแก่ผู้บริโภคและร้านอาหาร ได้แก่ LINE MAN และ Grab มอบคูปองส่วนลด/โค้ดพิเศษ THAISELECT เมื่อสั่งอาหารจากร้าน Thai SELECT, บัตรเครดิตกรุงไทย (KTC) มอบสิทธิประโยชน์แก่ผู้ใช้จ่ายในร้าน Thai SELECT, CP Axtra ให้โปรโมชันลดต้นทุนค่าใช้จ่ายร้าน Thai SELECT, The Mall นำร้าน Thai SELECT ออกงานแสดงสินค้า, การบินไทยนำร่องหนุนนักท่องเที่ยวออสเตรเลียทานอาหารที่ร้าน Thai SELECT ในประเทศไทย สามารถร่วมส่งใบเสร็จเพื่อลุ้นตั๋วเครื่องบินกลับมาเที่ยวประเทศไทยอีกครั้ง (Australian เที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT) รวมถึง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, Gourmet & Cuisine, สมาคมร้านอาหารไทยและสตร
LINE MAN Wongnai เข้าซื้อกิจการ JERA Cloud สตาร์ตอัปสัญชาติไทย ผู้พัฒนาระบบ Cloud และ POS สำหรับบริหารจัดการธุรกิจความงามและสุขภาพ เพื่อขยายกลุ่มธุรกิจ Merchant Digital Solutions ไปสู่อุตสาหกรรมอื่น นอกเหนือจากธุรกิจร้านอาหารเป็นครั้งแรกของ LINE MAN Wongnai JERA Cloud ภายใต้การบริหารของบริษัท ละมุนภัณฑ์ ไอที จำกัด เป็นสตาร์ตอัปไทยที่ก่อตั้งมานาน 8 ปี พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเป็นผู้นำในตลาดโซลูชันระบบ Cloud และ POS สำหรับธุรกิจความงามและสุขภาพอันดับ 1 ด้วยส่วนแบ่งตลาดสูงสุด และได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ากว่า 1,700 สาขาในธุรกิจความงามและสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น คลินิกความงามชั้นนำอย่าง Aura Bangkok Clinic ที่มี 20 สาขา คลินิกทันตกรรมชื่อดัง Teeth Talk ที่ให้บริการ 19 สาขา ตลอดจนร้านเสริมสวยและสปาอีกมากมาย การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์ของ LINE MAN Wongnai ในการต่อยอดจากธุรกิจ Wongnai POS ที่เน้นกลุ่มร้านอาหาร ขยายพรมแดนธุรกิจสู่อุตสาหกรรมข้างเคียงที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงในอนาคตอย่างตลาดความงามและสุขภาพ ซึ่งมีประเทศไทยเป็นฐานสำคัญที่มีความพร้อมก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางระดับโลกในอุตสาหก
บริษัท สมุนไพรไทย หงส์ไทย จำกัด คว้ารางวัล Asia Pacific Enterprise Awards (APEA) 2025 สาขา Inspirational Brand Award บริษัท สมุนไพรไทย หงส์ไทย จำกัด ผู้ผลิตยาดมสมุนไพร “หงส์ไทย” ประกาศความภาคภูมิใจครั้งสำคัญ ด้วยการคว้ารางวัล Asia Pacific Enterprise Awards (APEA) 2025 ในสาขา Inspirational Brand Award หรือรางวัล “แบรนด์สร้างแรงบันดาลใจ” ตอกย้ำความสำเร็จของแบรนด์สมุนไพรไทยที่ก้าวสู่ระดับสากล สำหรับพิธีมอบรางวัลจัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา ในงาน Asia Pacific Enterprise Awards (APEA) 2025 Thailand Awards Ceremony & Gala Dinner ณ แอทธินี คริสตัล ฮอลล์ ชั้น 3 โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล อะ ลักซ์ชัวรี คอลเลคชั่น โฮเทล กรุงเทพฯ โดยมีผู้ประกอบการและผู้นำธุรกิจจากหลากหลายอุตสาหกรรมทั่วเอเชียแปซิฟิกเข้าร่วม รางวัลอันทรงเกียรตินี้จัดโดย Enterprise Asia องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรระดับนานาชาติที่มุ่งส่งเสริมผู้ประกอบการและการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยรางวัล Inspirational Brand Award มอบให้แก่แบรนด์ที่สร้างแรงบันดาลใจต่อสังคมผ่านการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน นวัตกรรมที่ต่อเนื่อง และความเป็นผู้นำที่แท้จร
สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD โดย ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการ OKMD แถลงผลการดำเนินงานไตรมาส 4 ปี 2568 พร้อมเปิดแผนยุทธศาสตร์ปี 2569 ยกระดับบทบาทขับเคลื่อน Soft Power ไทย ใน 4 อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ได้แก่ ดนตรี หนังสือ แฟชั่น และ Wellness พร้อมใช้เครื่องมือจัดการความรู้และเครือข่ายพันธมิตรรอบด้าน สร้างผลกระทบเชิงระบบและเชื่อมต่อสู่ระดับสากล ดร.ทวารัฐ กล่าวว่า ในปี 2568 OKMD เริ่มขับเคลื่อน Soft Power ด้านดนตรีและหนังสือ โดยดำเนินโครงการ Talent Everywhere ครอบคลุม 10 พื้นที่ บ่มเพาะเยาวชนกว่า 1,500 คน พร้อมจัดทำหลักสูตรออนไลน์ ‘The Artist’s Journey’ เข้าถึงได้ผ่าน OFOS Portal ด้านหนังสือมีโครงการ One Book One City ผลิตนิทานภาพท้องถิ่น 3,000 เล่ม เทศกาล TK Book Fair ในสนามกีฬาในร่ม อบรมบุคลากรในอุตสาหกรรมหนังสือ 6 หลักสูตร และสร้างสื่อความรู้ The KOMMON และ OKMDV สำหรับเด็ก เยาวชน และครอบครัว ดร.ทวารัฐ กล่าวว่า สำหรับ แผนดำเนินงานปีงบประมาณ 2569 OKMD จะขยายผลสู่ 4 อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดยเน้นการพัฒนาศักยภาพเชิงลึก ได้แก่ 1. ดนตรี จะพัฒนา 4 หลักสู
