ข่าววันนี้
โค้งสุดท้าย คนละครึ่ง เฟส 3 รีบใช้ ก่อนหมดเขต 31 ธ.ค.นี้ วันที่ 7 ธ.ค. 2564 หลังจาก กระทรวงการคลัง เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com โดยกำหนดโควต้า 28 ล้านคน ด้วยการโอนเงิน 4,500 บาท เข้าแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง เพื่อให้ใช้สิทธิกับร้านค้าร่วมโครงการ สำหรับเงื่อนไขการใช้สิทธิ รัฐช่วยจ่าย 50% ผู้ได้รับสิทธิจ่ายเอง 50% โดยใช้สิทธิผ่านแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง จำกัดสิทธิไม่เกิน 150 บาทต่อวัน โดยที่ยอดรวมการใช้สิทธิคนละครึ่ง ไม่เกิน 4,500 บาท ตลอดโครงการ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 64 เป็นต้นไป ไม่หักสิทธิหากใช้ไม่หมดในแต่ละวัน โดยระบบจะคืนสิทธิที่ไม่ได้ใช้เข้ายอดรวมของผู้ได้รับสิทธิ และจะคำนวณสิทธิใหม่ในเวลา 06.00 น. ของทุกวัน ใช้สิทธิได้ที่ร้านค้าที่ร่วมโครงการเท่านั้น ใช้ได้เวลา 06.00-23.00 น. ไม่สามารถใช้สิทธิคนละครึ่งนอกเวลาดังกล่าวได้ สินค้าที่เข้าร่วมโครงการ รัฐสนับสนุน ค่าอาหาร-เครื่องดื่ม ค่าสินค้า ค่าบริการ (สปา/นวด/ทำเล็บ ทำผม) โครงการคนละครึ่งเฟส 3 ผ่านฟู้ดดีลิเวอรี่แอพพลิเคชั่น ค้นหาร้านอาหาร/เครื่องดื่มที่ร่วมรายการได้ที่แอพพลิเคชั่นเป๋าตัง โครงการคนละครึ่งเฟส 3 ผ่านฟู้ดดีลิ
ส่องแฟรนไชส์ทำเงิน ไก่ทอดเดชา ต้นตำรับ 40 ปี การันตีความอร่อยจากหาดใหญ่ ไก่ทอด เมนูอาหารทานง่ายได้รับความนิยมสุดๆ วันนี้จะพามารู้จัก ต้นตำรับไก่ทอดจากหาดใหญ่ “ไก่ทอดเดชา” แบรนด์ที่พลิกวิกฤตโควิดเป็นโอกาส ขยายธุรกิจในยุคเจนเนอเรชั่น 3 เตรียมเปิดตัวแฟรนไชส์ด้วยเงินทุนเริ่มต้น 200,000 บาท การันตีความอร่อยเกินต้านฉบับออริจินอลกว่า 40 ปี ช่วยทำเงินได้ทุกสถานการณ์ คุณยุทธนา และตี รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดชา จำกัด ผู้บริหารธุรกิจไก่ทอดเดชา พร้อมด้วย คุณเดียร์น่า และตี และ คุณอริต้า และตี ผู้บริหารฝ่ายบริหารการจัดการทั่วไป ร่วมกล่าวถึงประสบการณ์ความอร่อยเด็ดของไก่ทอดหาดใหญ่ ที่สืบทอดต่อกันมากว่า 4 ทศวรรษ คุณยุทธนา ผู้บริหารรุ่นที่ 2 เล่าว่า ธุรกิจไก่ทอดเดชาบุกเบิกมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อคุณแม่เมื่อกว่า 40 ปีที่แล้ว เจ้าของสูตรไก่ทอดหาดใหญ่คือ คุณแม่นัยนา นิยมเดชา และคุณพ่อยูโซ๊ฟ และตี เดิมคุณแม่เป็นแม่ค้าขายไก่สดอยู่ในตลาดที่หาดใหญ่ แต่เพราะการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง การค้าขายเริ่มไม่คล่องตัว คุณแม่ผู้มีเสน่ห์ปลายจวักเป็นทุน จึงหันมาแปรรูปไก่สดเป็นไก่ทอดที่ทั้งคู่ช่วยกันคิดค้นสูตรเ
เพื่ออนาคตลูก ท้อไม่ได้ คุณพ่อนักสู้ ขับแกร็บ เลี้ยงทุกคนในครอบครัว เมื่อพูดถึงคำว่า “พ่อ” เราจะนึกถึงภาพของผู้ชายที่เข้มแข็ง คนที่หวังดีและเคียงข้างเราเสมอ ลองมาดูเรื่องราวของคุณพ่อท่านนี้ พ่อผู้เป็นเสาหลักของทุกคนในครอบครัว คุณอู-เอกลักษณ์ บุญสืบสาย หนุ่มใหญ่วัย 43 ที่ยึดอาชีพขับแกร็บมานานกว่า 7 ปี ย้อนกลับไปเมื่อปี 2525 หากใครเคยผ่านแถวสนามหลวงจะมีภาพของเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่กำลังยืนขายถุงกระดาษที่หอบเอาไว้เต็มมือ เพื่อช่วยแม่หารายได้มาจุนเจือครอบครัว เด็กชายในวันนั้นได้เติบโตมาเป็นคุณอู “ผมไม่ได้เกิดมาในครอบครัวร่ำรวย แม่เป็นกระเป๋ารถเมล์อยู่แถวสนามหลวง สิ่งที่เด็กในวัยนั้นอย่างผมพอจะทำได้เพื่อหาเงินมาช่วยแม่ คือการพับถุงกระดาษขาย ตอนนั้นผมอยากไปวิ่งเล่นสนุกกับเพื่อนนะ แต่พอเห็นแม่ลำบากผมก็ไม่อยากไป พอมองย้อนกลับไปสิ่งเหล่านั้นมันทำให้ผมกลายเป็นคนที่ไม่ยอมแพ้กับอะไรง่ายๆ” คุณอู เล่า ก่อนเล่าต่อ แต่ทุกอุปสรรคที่เคยมีมาเทียบไม่ได้เลยกับตอนที่ลูกชายคลอดก่อนกำหนด ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิต เพราะความหวังเดียวในตอนนั้นคืออยากให้ลูกมีชีวิตรอด จึงตัดสินใจให้ภรรยาลาออกจากงานเพื่อ
ธ.ก.ส. ยืนยัน จ่ายเงินประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว 9 ธ.ค.นี้ วันที่ 6 ธ.ค. 2564 นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 และมติที่ประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2564 เห็นชอบกรอบแนวทางการดำเนินงานเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 (เพิ่มเติม) พร้อมอนุมัติวงเงินงบประมาณจำนวน 74,569.31 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์กว่า 4.69 ล้านครัวเรือน ในส่วนของ ธ.ก.ส.ได้มีการเตรียมความพร้อม โดยเร่งตรวจสอบข้อมูลเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตรและได้รับสิทธิ ให้เสร็จภายในวันที่ 7 ธันวาคม 2564 และเตรียมการโอนเงินให้กับเกษตรกรแต่ละรายตามสิทธิที่ได้รับในวันที่ 8 ธันวาคม 2564 ซึ่งในวันที่ 9 ธันวาคม 2564 เงินดังกล่าวจะโอนเข้าบัญชีของเกษตรกรโดยตรง โดยเฉพาะเกษตรกรในเขตพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคใต้ จำนวนประมาณ 7.7 แสนราย ส่วนเกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะเริ่มโอนในวันที่ 10 ธันวาคม 2564 ประมาณ 7.5 แสน
สจ๊วตหนุ่ม แอร์เอเชีย ขอบคุณสายการบิน ที่มีนโยบายไม่ปลดพนักงานออก สจ๊วต แอร์โฮสเตส หรือ พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน คืออาชีพที่หลายคนใฝ่ฝัน คุณมารุจน์ กูมมุดดิน ศิษย์เก่าสาขาวิชาภาษาอังกฤษ วิทยาลัยศิลปศาสตร์ และปริญญาโทสาขา Bilingual Education and English Language Teaching วิทยาลัยครูสุริยเทพ มหาวิทยาลัยรังสิต ปัจจุบัน เป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ของสายการบิน Air Asia ทำมาได้ประมาณ 3-4 ปีแล้ว “ภาพในจินตนาการของหลายคน อาจมองว่าอาชีพนี้ ความสวยหล่อ คือหนึ่งในข้อจำกัดหรือไม่ แต่บอกได้เลยครับ มีอีกหลายอย่างที่เป็นความยาก กว่าจะได้เป็นแอร์หรือสจ๊วต” คุณมารุจน์ เผยให้ฟังเป็นการเกริ่นบทสนทนา ก่อนบอกต่อ ความยากในการเข้าสู่อาชีพนี้ เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนสมัคร เพราะมีคนสมัครเป็นจำนวนมาก กว่าจะผ่านการทดสอบ กว่าจะรอประกาศผล เมื่อผ่านขั้นตอนแรก ก็ต้องเข้ารับการอบรมอีก 3 เดือน ซึ่ง Air Asia เป็นสายการบินของประเทศมาเลเซีย จึงต้องไปฝึกอบรมที่มาเลเซีย 2 เดือน และกลับมาอบรมที่เมืองไทยอีก 1 เดือน ซึ่งเนื้อหาการอบรมเข้มข้นมาก เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด มีทั้งการสอบข้อเขียนและสอบปฏิบัติ “อาชีพนี้จำเป็นต้องใช้ Pe
เริ่มจากศูนย์ ไปให้สุด ล่าสุดเปิดบู๊ธในห้าง สร้างโรงงานเล็กๆ เตรียมต่อยอดแฟรนไชส์ ถูกนำเสนอบนพื้นที่ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มามากกว่า 1 ครั้ง สำหรับเรื่องราวของ คุณคเณค์ ณิชกุลกัลยาภา อดีตนักร้องหนุ่มค่าตัวแพง ประจำตามผับ/เธค ที่ประเทศสิงคโปร์ ที่โดนพิษโควิด ต้องกลับมาบ้านเกิดที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ก่อนปิ๊งไอเดีย คิดทำ กล้วยโมเลน (กล้วยพันแป้งก่อนนำไปทอด) ไปยืนขายตามสี่แยกไฟแดง โดยลงทุนแต่งกายเป็น มนุษย์ต่างดาว ปรากฏถูกใจชาวโซเชียล แห่ถ่ายคลิปจนกลายเป็นกระแสไวรัลโด่งดัง ติดลมไปแล้ว อ่านข่าวเกี่ยวข้อง ไม่อายเลยครับ! นักร้องหนุ่มค่าตัวแพง แต่ง พรีเดเตอร์ ขายกล้วยทอดสี่แยกไฟแดง ร้อนหนักมาก พรีเดเตอร์ แต่งชุดไทยขายกล้วยทอดกลางสี่แยก รับสงกรานต์ เมื่อกลายเป็นคนดังบนโลกออนไลน์ ทำให้ผู้คนที่สัญจรผ่านไปมาบริเวณสี่แยกไฟแดงอาเซียน (กกโอ) อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ต่างถามหา และอยากอุดหนุน กล้วยทอดโมเลน กันแทบทุกคัน กระทั่งหนุ่มเจ้าของกิจการ ต้องเพิ่มทีมขาย เป็น 3 คน แต่ไม่ทิ้งแนวคิดแต่งตัวเป็นมนุษย์ต่างดาว แถมเพิ่มเติมลูกเล่น เป็นการเต้นตามเพลง เรียกสีสันการขายมากขึ้นไปอีก และล่าสุด กิจการของอดีต
ห่วง คนรุ่นใหม่ แห่ลงทุนสกุลเงินดิจิทัล ระวังเสี่ยงสูง พลาดอาจเป็นหนี้นอกระบบ ผศ.ดร.บุญยิ่ง คงอาชาภัทร หัวหน้าสาขาวิชาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) กล่าวว่า รูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนทุกวันนี้ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องรูปแบบการใช้จ่าย จากเดิมที่เคยใช้เงินสด บัตรเครดิต เมื่อเข้าสู่ช่วงวิกฤต COVID-19 ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่หันไปใช้ระบบออนไลน์ ทั้งการเลือกซื้อสินค้าและบริการ ใช้สแกน QR Code และการโอนเงิน เพื่อการใช้จ่ายแบบไร้สัมผัสกันมากขึ้น เช่นเดียวกับการลงทุน พบว่า คนรุ่นใหม่สนใจใช้เงินสกุลดิจิทัล “Cryptocurrency” กันมากขึ้นทั่วโลก และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยในประเทศไทย พบว่า เริ่มมีใช้ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กันบ้างแล้ว ที่น่าเป็นห่วงคือ คนไทยส่วนใหญ่ยังขาด “ทักษะทางการเงิน” หรือ “Financial Literacy” ที่เพียงพอรองรับเทคโนโลยีดังกล่าว โดยแม้ว่าในคนรุ่นใหม่ จะเข้าถึงเทคโนโลยีในโลกยุคดิจิทัลได้อย่างรวดเร็วและง่ายกว่าคนรุ่นอื่นๆ แต่ประสบการณ์และความรู้ความเข้าใจอาจยังคงมีจำกัด
รัชกาลที่ 9 พระราชทานอาชีพ เลี้ยงโคนม อ.ส.ค. พร้อมสืบสานสู่ความยั่งยืน ปัจจุบัน เกษตรกรไทยส่วนใหญ่ มีอายุค่อนข้างมากและก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ ส่งผลให้การประกอบอาชีพเกษตรกรรมมีประสิทธิภาพลดลง ขณะที่เยาวชนรุ่นใหม่และบุตรหลานเกษตรกรได้ให้ความสนใจเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมและบันเทิงเพิ่มมากขึ้น และการสานต่ออาชีพเกษตรกรรมจากบรรพบุรุษมีแนวโน้มลดลง ซึ่งการเลี้ยงโคนมก็เป็นหนึ่งอาชีพที่กำลังเผชิญปัญหาดังกล่าวเช่นกัน องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ในฐานะองค์กรหลักที่มีบทบาทในการส่งเสริมและพัฒนาการเลี้ยงโคนมของไทยมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 59 ปี ได้กำหนดแนวทางพัฒนาและสืบสานอาชีพการเลี้ยงโคนม ซึ่งเป็นอาชีพพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ให้คงอยู่จากรุ่นสู่รุ่นและมีความมั่นคงยั่งยืนสืบไป สำหรับแนวทางพัฒนาและสืบสานอาชีพการเลี้ยงโคนม ทาง อ.ส.ค. ระบุไว้ว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานอาชีพการเลี้ยงโคนมแก่เกษตรกรไทยมาตั้งแต่ปี 2505 โดย อ.ส.ค. ได้สานต่อการพัฒนาอาชีพนี้พร้อมร่วมส่งเสริมพัฒนาวงการโคนม และอุตสาหกรรมนมไทย มาอย่าง
โรงเรียนของในหลวง ร.9 เปลี่ยนเด็กติดยา ให้มีอาชีพเลี้ยงครอบครัว โรงเรียนพระดาบส เป็นโรงเรียนที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงตั้งขึ้น เพื่อพระราชทาน “โอกาสครั้งที่สองของชีวิต” ให้กับพสกนิกรในพระองค์ เป็นโรงเรียนเล็กๆ ซึ่งมีหน้าที่อันยิ่งใหญ่ ในการช่วยเหลือผู้ยากไร้ ด้อยโอกาส ขาดอาชีพ ที่มุ่งมั่นจะยืนอย่างมั่นคงบนลำแข้งของตน ให้สามารถประกอบสัมมาชีพเลี้ยงตนได้อย่างมีศักดิ์ศรี มีคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ โดยใช้กระบวนการศึกษานอกระบบตามแนวพระราชดำริ พระองค์ท่านทรงมีพระราชกระแสในเรื่องนี้ เมื่อปี พ.ศ. 2518 ไว้ตอนหนึ่งว่า “…ขณะนี้ ยังมีบุคคลอีกเป็นจำนวนมากที่มีความตั้งใจจริง มีศรัทธาขวนขวายหาความรู้เป็นวิชาชีพใส่ตน แต่ประสบปัญหา ไม่มีความรู้พื้นฐาน และไม่มีทุนทรัพย์เพียงพอที่จะเข้าศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาวิชาชีพระดับต่างๆ ได้ หากมีช่องทางช่วยเหลือบุคคลเหล่านี้ ให้มีความรู้วิชาชีพที่เขาปรารถนา ย่อมจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติได้…” “ศิษย์พระดาบส” ทุกคน ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณ เป็นทุนการศึกษาที่รวมถึงค่าเล่าเรียน อุปกรณ์การเรียน อา
พันธุ์ปลาพระราชทาน นิลจิตรลดา สร้างอาชีพเกษตรกร และความมั่นคงทางอาหาร ดร.จรัลธาดา กรรณสูต อดีตอธิบดีกรมประมง กล่าวถึงที่มาของโครงการพัฒนาสายพันธุ์ปลานิลจิตรลดา ว่า หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จขึ้นครองราชย์ในปี 2489 ขณะนั้น ประเทศไทยตกอยู่ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว อันเป็นผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่ 2 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานโครงการพระราชดำริมากมายเพื่อบรรเทาทุกข์ของประชาชน รวมถึงโครงการพันธุ์ปลานิล ซึ่งสมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ เมื่อครั้งทรงดำรงพระอิสริยยศมกุฎราชกุมาร แห่งประเทศญี่ปุ่น ได้น้อมเกล้าฯ ถวายปลาทิโลเปีย นิโลติกา (Tilapia Nilatica) จำนวน 50 ตัว เมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2508 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปล่อยลงเลี้ยงในบ่อบริเวณสวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต และได้พระราชทานลูกปลานิล 10,000 ตัว ให้กรมประมง ได้ดำเนินการขยายพันธุ์และได้แจกจ่ายให้แก่ราษฎรเพื่อนำไปเพาะเลี้ยงตามพระราชประสงค์ ภายในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา
