ข่าววันนี้
เพราะความจนรอไม่ได้ สิ่งเดียวที่พี่ชายคนโต ที่มีน้องอีก 10 คน จะช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ได้ นอกจากจะทำทุกอย่างแบบไม่เกี่ยงงานแล้ว เมื่อเรียนจบ ต้องรีบหางานทำให้เร็วที่สุด และใครจะคิดว่า ด้วยเงินเริ่มต้นเพียง 320 บาท จะสามารถเปลี่ยนชีวิตเด็กต่างจังหวัด ให้กลายเป็น เจ้าของอาณาจักรร้านขายยาที่ใหญ่และมีสาขามากที่สุดในประเทศไทย ตลอดการเดินทาง 40 ปี คุณเล้ง-ภก.ไชยเสน พิศาลวาเลิศ ประธานกรรมการบริษัท โปรฟาสซิโน จำกัด ย้อนความให้ฟังว่า ตนเกิดและเติบโตในครอบครัวคนจีน จ.นครสวรรค์ ฐานะทางบ้านไม่ค่อยดีนัก พ่อแม่ มีอาชีพค้าขาย รายได้ไม่เพียงพอ เพราะมีลูกมากถึง 11 คน ตนเป็นลูกชายคนโต ชีวิตวัยเด็กจึงต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินมาจุนเจือครอบครัว ทั้งขายลอตเตอรี่ เรียงเบอร์ ไอติม ฯลฯ และด้วยส่วนตัวมีความชอบเรื่องการค้าขาย พอเข้ามหาวิทยาลัย จึงตัดสินใจเลือกเรียนเภสัช ด้วยมีความฝันอยากเปิดร้านขายยา จึงได้มุ่งมั่นและสอบเข้าเรียนคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สมดังใจ หลังจากจบการศึกษาปี 2519 ตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อหางานทำ มีเงินติดตัวเพียง 320 บาท เป็นเงินก้อนสุดท้ายที่จะขอจากครอบครัว มุ่งมั
บทความโดย : อมร อำไพรุ่งเรือง กูรูแฟรนไชส์ ในโลกของภาพยนตร์ Thunder Express ไม่มีคำว่า “แฟรนไชส์” ปรากฏอยู่ในบท ไม่มีโลโก้ร้าน ไม่มีการเซ็นสัญญาสิทธิการใช้แบรนด์ แต่สิ่งที่ชัดเจนกลับเป็นภาพของคนตัวเล็กที่ต้องวิ่งให้ทันระบบใหญ่ คนที่อยู่ปลายทางของห่วงโซ่โลจิสติกส์ คนที่ถูกใช้เพื่อส่ง แต่ไม่แน่ใจว่าตัวเองคือ “ส่วนหนึ่งขององค์กร” หรือแค่ “ฟันเฟืองที่เปลี่ยนได้” และนั่นเองที่ทำให้ Thunder Express ไม่ได้สะท้อนโลกแฟรนไชส์ด้วยคำพูด แต่มันสะท้อนด้วย “โครงสร้าง” ที่บอกว่า ในอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยความเร็ว การขยายสาขา และการกระจายบริการ คนตัวเล็กในระบบแฟรนไชส์ กำลังเผชิญกับคำถามเดียวกัน Flash Express เคยเป็นผู้สร้างแรงกระเพื่อม ตั้งแต่วันที่ให้ใครก็ได้เปิด “Flash Home” ด้วยเงินเริ่มต้นไม่ถึงหมื่น โมเดลที่เคยถูกมองว่าเปิดให้คนทั่วไปเข้าถึงระบบขนส่งได้อย่างเสมอภาค กลายเป็นทางลัดให้คนตัวเล็กเข้าร่วมกับแบรนด์ใหญ่ในระบบแฟรนไชส์ ไม่มีหน้าร้าน ไม่มีภาระมากมาย แค่เปิดจุดส่ง รับรายได้จากยอดพัสดุ แต่เมื่อเวลาผ่านไป เรากลับพบว่า โมเดลนั้นอาจจะดีเกินไปบนกระดาษ เพราะในโลกจริง ความไม่แน่นอนของยอดส่ง การขา
เจ้าของฉายา “ใช้ ดอนคิง” ที่เป็นคนไทยคนแรก สามารถขี่จักรยานยนต์คนเดียวรอบโลกมาแล้ว ถ่ายทอดประสบการณ์ส่วนหนึ่ง เมื่อครั้งนั้น ให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟังว่า ถ้าจะมองในแง่นิสัยการทำมาหากินแล้ว รู้สึกทึ่งคนจีน อย่างเคยขี่มอเตอร์ไซค์ไปชนบทในที่ต่างๆ ไม่น่าเชื่อ ทั้งอเมริกากลาง อเมริกาใต้ หรือแม้กระทั่งในยุโรป ตามเมืองเงียบๆ เล็กๆ กลับไปมีร้านค้าคนจีนซ่อนอยู่ แปลว่าคนจีนไปแทบทุกที่ในโลก และมีครั้งหนึ่ง เคยไปรถเสียอยู่ก่อนถึงกรุงลิมา ประเทศเปรู ได้คนจีน ให้การช่วยเหลือ สุดท้ายคุยไปคุยมา ทราบชื่อ “มิสเตอร์ไซ” เป็นเจ้าของโรงแรม เจ้าของร้านอาหารจีน อยู่ในเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่งในประเทศเปรู แปลว่าคนจีนไปทุกที่เลย อันนี้คือเป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นว่า ความขยันขันแข็ง และการมองเห็นโอกาสตลอดเวลาของคนจีนนั้น เพาะบ่มนิสัยให้ชนชาติจีนทุกวันนี้ค่อนข้างจะแข็งแรงมั่นคง คุณใช้ เล่าอีกว่า จากการไปเปิดโลกของเขา อีกอย่างหนึ่งที่มองเห็น ที่คนไทยควรภูมิใจจริงๆ คืออาหารไทย เป็นอาหารที่โม้ได้เลยว่าเป็น “นัมเบอร์วัน” ของโลกเหมือนกัน และจริงๆ แล้วเป็น Storm Power ไม่ใช่แค่ Soft หรอก เพียงแต่พวกเรามองมันเป็น Soft มาก
“จับเสือมือเปล่า” ไม่ยั่งยืนเท่า “การลงทุนภายใต้มาตรฐานอันเป็นที่ยอมรับ” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ผลิตภัณฑ์อาหารแพลนต์เบสไทย” ที่ควรต้องมีหลักเกณฑ์มาตรฐานและข้อกำหนดที่เฉพาะ ซึ่งจากการร่วมศึกษาและผลักดันโดย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมประกาศข่าวดีสำหรับผู้ประกอบการถึงโอกาสที่จะได้รับในการแข่งขันด้วย “ความเชื่อมั่นในความปลอดภัยภายใต้มาตรฐานโลก” โดยเท่าเทียม ภายหลัง “เกณฑ์มาตรฐานแพลนต์เบสไทย” จะประกาศใช้เป็นครั้งแรกเร็วๆ นี้ เพื่อผู้บริโภคจะได้ไม่ต้องพบกับความเสี่ยงโดยไม่จำเป็นอีกต่อไป รศ.ดร.ชนิพรรณ บุตรยี่ อาจารย์ประจำกลุ่มวิชาการและวิจัยด้านอาหารและโภชนาการ สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยถึงความคืบหน้าของการวางมาตรฐานอาหารแพลนต์เบส ที่ทางสถาบันฯ ได้ศึกษาร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยมีพื้นฐานสำคัญจากการทำงานวิจัยที่พร้อมทุ่มเทมาอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้สามารถกำหนดกรอบการควบคุมคุณภาพอาหารแพลนต์เบสได้อย่างครอบคลุม พร้อมสนับสนุนและผลักดันผลิตภัณฑ์อาหารแพลนต์เบสไทยให้มีการพัฒนาด้วยมาตรฐานที่อ้างอิงได้โดย FAO CODEX และ ISO/DIS 8
จัดเป็น “เชฟคนดัง” ระดับประเทศ ที่มีแฟนคลับอยู่ไม่น้อย สำหรับ เชฟอาร์-ธีรภัทร ตียาสุนทรานนท์ ซึ่งเคยเป็นแชมป์การแข่งขันทำอาหารมาหลากหลายเวที แต่ที่สร้างชื่อให้รู้จักกันทั่วบ้านทั่วเมืองเห็นจะเป็นตำแหน่ง The Next Iron Chef Season 2 ที่เขาคว้ามาได้อย่างสมภาคภูมิ วันก่อน เชฟอาร์ สละเวลามาพูดคุยกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ด้วยอัธยาศัยเป็นกันเอง พูดคุยกันหลายต่อหลายประเด็น ไล่เรียงมาตั้งแต่ประวัติส่วนตัว ครอบครัว การศึกษา แต่มีตอนหนึ่งของบทสนทนา ที่น่าสนใจมาก จึงขอตัดตอนนำมาเสนอเป็นเรื่องราว “ออเดิร์ฟ” ก่อน “หลังเรียนจบปริญญาตรีจากวิทยาลัยดุสิตธานี ทำงานโรงแรมที่ไทย 6 เดือน ก่อนบินไปทำงานที่อเมริกา ทำอยู่ 4 ปี รู้สึกเหงา คิดถึงบ้านเลยขอกลับ ก่อนเอาทุนทรัพย์ที่ทำงานเก็บมา 4 ปี จากที่อเมริกา มาเปิดร้านอาหารที่บ้านเกิด” เชฟอาร์ เล่าความหลังเมื่อครั้งเขาอายุได้ 24 ปีกว่า ก่อนเล่าต่อ ร้านอาหาร ซึ่งเป็นธุรกิจแรกของเขา เป็นสไตล์อาหารตะวันตก พวก สเต๊ก สลัด และพาสต้า เปิดหน้าสวนสัตว์เชียงใหม่ ทางขึ้นดอยสุเทพ “ร้านแรกของผม เป็นตึกแถว 3 ชั้น มีทั้งหมด 80 ที่นั่ง ด้วยเด็กอายุ 24 นะ คิดว่าทำได้ เพราะทำโร
เมื่อเร็วๆ นี้ สถาบันจีน-ไทย แห่งมหาวิทยาลัยรังสิต นำโดย ดร.พิชยพันธุ์ ชาญภูมิดล รองอธิการบดีฝ่ายการต่างประเทศและผู้อำนวยการสถาบันจีน-ไทย ผศ.ดร.สมเกียรติ รุ่งเรืองวิริยะ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสื่อสารองค์กร ดร.กัญจน์นิตา สุเชาว์อินทร์ คณบดีวิทยาลัยนานาชาติจีนและรองผู้อำนวยการสถาบันจีน-ไทย อาจารย์อำพร พัวประดิษฐ์ รองคณบดีวิทยาลัยนานาชาติ และคณะผู้แทนมหาวิยาลัยรังสิต ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างมหาวิทยาลัยรังสิต และ Xi’an Eurasia University พร้อมทั้งร่วมพิธีเปิด Digital Silk Road AI Innovation Research Institute และหารือแนวทางความร่วมมือด้านหลักสูตรต่างๆ อาทิ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) นิเทศศาสตร์ และด้านธุรกิจระหว่างประเทศ ณ นครซีอาน ประเทศจีน
เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท ทิฟฟานี่โชว์ พัทยา จำกัด ผู้บุกเบิกและผู้นำธุรกิจการแสดงคาบาเร่ต์ระดับโลก ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน Bangkok Pride Forum 2025 บนเวทีเสวนาหัวข้อ “Economic Impact” ซึ่งจัดขึ้นโดย Bangkok Pride เพื่อเผยความมุ่งมั่นและบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศโดยชุมชน LGBTQIAN+ ตลอดจนผลสำเร็จของความทุ่มเทเพื่อร่วมเปิดศักยภาพ เปิดการยอมรับของสังคม และเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจสำหรับกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศตลอด 50 ปีที่ผ่านมา คุณอลิสา พันธุศักดิ์ คุนผลิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิฟฟานี่โชว์ พัทยา จำกัด และประธานคณะกรรมการจัดการกองประกวด Miss Tiffany’s Universe และ Miss International Queen Pageant ร่วมเสวนาหัวข้อ Economic Impact ในช่วง The Business of Entertainment : Beyond Stereotypes to Empowerment พร้อมเผยวิสัยทัศน์และประสบการณ์ในการสร้างความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมผ่านธุรกิจบันเทิงระดับโลก ที่เปิดกว้างและยอมรับความหลากหลายทางเพศอย่างแท้จริง ซึ่งผ่านบทพิสูจน์ให้เห็นชัดเจนแล้วว่า Tiffany’s Show และการประกวดทั้ง 2 เวที เป็นมากกว่าการแสดงและกิจกรรมบัน
เมื่อเร็วๆ นี้ คณาจารย์ศศินทร์ นำโดย ศาสตราจารย์ ดร. เกื้อ วงศ์บุญสิน นักวิชาการอิสระ อดีตศาสตราจารย์วิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาฯ และสถาบันบัณฑิตฯ ศศินทร์ ได้เผยแพร่บทความน่าสนใจ โดยระบุว่า “ความผกผันทางประชากร” คือ ปรากฏการณ์ที่โครงสร้างประชากรซึ่งเราเคยคุ้นชินมาเป็นระยะเวลานาน กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรุนแรงในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มขึ้นของจำนวนและสัดส่วนประชากรสูงวัย การลดลงของอัตราการเกิด และการหดตัวของจำนวนประชากร (หรือการที่สังคม ‘ตายมากกว่าเกิด’) การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะส่งผลกระทบอย่างมากในอนาคตอันใกล้ และในหลากหลายมิติต่อประชากรของประเทศแทบจะทุกประเทศในโลกใบนี้ก็ว่าได้ สำหรับประเทศไทย จากข้อมูลคาดการณ์จำนวนประชากรในบทความเรื่อง “จะเป็นอย่างไรหากสังคมไทย ‘ตายมากกว่าเกิด’ ไปเรื่อย ๆ” พบว่า ภายในปี ค.ศ. 2083 ประชากรในประเทศไทยจะลดลงจาก 66 ล้านคน เหลือเพียง 33 ล้านคน โดยในจำนวนนี้จะมีเพียง 14 ล้านคนที่เป็นประชากรวัยแรงงาน (อายุ 15–64 ปี) จากปัจจุบันที่มีประชากรวัยแรงงานอยู่ถึง 46 ล้านคน ยิ่งไปกว่านั้นจะพบว่า ประชากรผู้สูงวัยที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปจะเพิ่มมากขึ้นจาก 8 ล้านคน เป็น 18
สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมกับ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดตัวโครงการยกระดับเทศกาล “Pride Thailand สู่เวทีโลก : การผลักดันต้นแบบความโอบรับของเทศกาลไทยสู่สากล” โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อใช้พลังจากงานวิจัยขับเคลื่อนเทศกาลไทยสู่การยอมรับระดับสากล ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. ได้กล่าวถึงแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ปัจจุบันได้กลายเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์หลักของรัฐบาล โดยเฉพาะมิติที่เชื่อมโยงกับงานเทศกาล ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อการอนุรักษ์วัฒนธรรม แต่ยังมีศักยภาพสูงในการช่วยพัฒนาเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับท้องถิ่นไปจนถึงระดับประเทศ เทศกาลที่ดีจึงต้องตอบโจทย์เศรษฐกิจร่วมสมัย ต้องมีการออกแบบเชิงระบบ และคำนึงถึงการใช้องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ควบคู่ไปกับด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ศิลปศาสตร์ รวมถึงใช้การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) เข้าไปช่วยสนับสนุนให้เกิดงานเทศกาลที่ตอบโจทย์ผู้เข้าร่วมงาน และใช้ข้อมูลจากงานวิจัยมาจัดทำนโยบาย กลไกต่างๆ เพื่อพัฒนาให้เทศกาลไทยไปสู่สากลได้ ดร.สุรชัย กล่าวต่อว่า สอว
คุณยีน-สิริโสภา จุลเสวก หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งร้านอาหารไทย ในเครือ “นารา” กรุณาสละเวลามานั่งพูดคุยกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้ม เป็นกันเอง เมื่อวันก่อน โดยตอนหนึ่งของบทสนทนา ช่วงย้อนไปราว 20 ปี ตอนเริ่มต้นเปิดร้านอาหารนารา ในโรงแรมเอาราวัณ ย่านราชประสงค์ มีกระแส “ทอล์กออฟเดอะทาวน์” ในทำนองเป็นร้านอาหารมีเมนูเด่น เป็น “ก๋วยเตี๋ยวเรือไฮโซ” นั้น คุณยีนถึงกับยิ้มกว้าง ก่อนออกตัวเบาๆ “อย่าเรียกว่า ไฮโซ เลยค่ะ เรียกว่าเป็นการนำก๋วยเตี๋ยวเรือที่หลายคนอยากจะไปทาน แต่ค่อนข้างยากลำบากนิดหนึ่ง ที่ต้องไปข้างคลองนั่งร้อนๆ เราเลยนำขึ้นมาทานในห้าง ให้นั่งสบาย และรสชาติยังเป็นออริจินอล” “จริงๆ นารา เป็นการเจริญเติบโตแบบ ปากต่อปาก เราแทบจะไม่ทำมาร์เก็ตติ้งกันเลย เริ่มต้นอาจจะเป็นจากคน Local คนไทยที่เป็นเพื่อนๆ ญาติๆ เริ่มทานกันก่อน แล้วค่อยๆ ขยายวงกว้างออกไป ซึ่งทุกคนก็มีเพื่อนเป็นชาวต่างชาติ เป็นปากต่อปาก ประกอบกับเราอยู่ใกล้โรงแรม จะมีคนที่พักอยู่ในโรงแรมเอราวัณ เดินผ่านเพื่อไปขึ้นรถไฟฟ้าบ้าง ไปเซ็นทรัลเวิลด์บ้าง ก็จะผ่านร้านเรา” คุณยีน บอกมาอย่างนั้น และเมื่อนับจากวันนั้น พัฒนา
