ข่าววันนี้
คุณธนโชติ บุญมีโชติ กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจกุ้ง บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ไทยยูเนี่ยน เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอาหารทะเลแช่แข็งมายาวนานกว่า 40 ปี และเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนในระดับโลก โดยนำความเชี่ยวชาญด้านการผลิตและส่งออกอาหารทะเลแปรรูปมาต่อยอด สร้างแบรนด์ “คิวเฟรช” ด้วยเป้าหมายในการส่งมอบผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่อร่อย มีคุณภาพ และเข้าถึงได้ให้แก่ผู้บริโภคชาวไทย ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมการบริโภค ได้เห็นโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สอดรับความต้องการของตลาด เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มความสามารถการแข่งขันของแบรนด์ในระยะยาว โดยในปี 2567 พอร์ตธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งภายใต้กลุ่มไทยยูเนี่ยนนั้นประกอบด้วย 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ กุ้ง (สัดส่วน 59%) แซลมอนและปลากะพง (สัดส่วน 21%) อาหารสำเร็จรูปแช่แข็งพร้อมทาน (สัดส่วน 18%) และซีฟู้ดสแน็ก (สัดส่วน 2%) ซึ่งมีการดำเนินธุรกิจทั้งในรูปแบบรับจ้างผลิต (Private Label) และภายใต้แบรนด์ของบริษัทเองอย่าง คิวเฟรช ปัจจุบันธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งในประเทศไทยมีการเติบโตต่อเนื่องและมีฐานลูกค้าครอบคลุมตั้งแต่ธุรกิจค้
เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาหลายคนคงเห็นการเปลี่ยนแปลงของร้านสเต๊กชื่อดังอย่าง Santa Fe’ Steak ที่ได้ออกมาโพสต์ถึงการเปลี่ยนโฉมร้านสเต๊กหัวรถจักรอายุกว่า 20 ปี เป็นร้านสเต๊กสุดเฟรนด์ลี่ เข้าถึงง่ายในชื่อว่า “Santa Fe Happy Steak” การรีแบรนด์ในครั้งนี้เริ่มรีโนเวตที่สาขาสยามสแควร์ ซอย 10 ปรับดีไซน์ร้านใหม่ให้สดใส ทันสมัย เข้าถึงง่าย ด้วยโทนสีส้ม พร้อมปรับคาแร็กเตอร์ร้านให้เป็นกันเองมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่ต้องการร้านที่เข้าถึงง่าย ราคาไม่แรง นอกจากนี้ ยังมีการเปลี่ยนโลโก้จากรถจักรเป็นฟอนต์ Santa Fe Happy Steak พื้นหลังสีส้ม และเติมร้อยยิ้มในโลโก้อีกด้วย พร้อมเปิดตัวโปรโมชัน “8 บาท 8 วัน” ทุกสาขาทั่วประเทศ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นกระแสไวรัลอย่างรวดเร็วบนโลกออนไลน์ นับเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ที่พยายามปรับตัวให้เชื่อมโยงกับคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น โดย Santa Fe’ Steak เป็นแบรนด์ในเครือ FAB (บริษัท เอฟเอบี ฟู้ดโฮดิ้ง จำกัด) ที่เกิดจากการจับมือกันของ 3 พันธมิตร FOOD FACTORS, AQUA และ เบียร์ ใบหยก ที่นอกจาก Santa Fe’ Steak แล้วยังมีแบรนด์ในเครื
คุณจิรกิตติ์ กว้างสุขสถิตย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจดีลิเวอรี แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า สงครามการแข่งขันในตลาดบุฟเฟต์หม้อไฟมูลค่ากว่า 25,000 ล้านบาท ไม่เพียงแต่สร้างสีสันและความคึกคักให้กับธุรกิจร้านอาหาร แต่ยังส่งผลถึงพฤติกรรมการสั่งอาหารผ่านบริการฟู้ดดีลิเวอรีด้วย โดยในช่วง2 เดือนที่ผ่านมา (มิถุนายน–กรกฎาคม 2568) พบมีจำนวนการค้นหาเมนูสุกี้บนแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว และมียอดสั่งเมนูสุกี้เติบโตขึ้นกว่า 65% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกัน โดยผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ กว่า 80% เลือกสั่งสุกี้จานเดี่ยว ไม่ว่าจะเป็น สุกี้แห้งหรือสุกี้น้ำ สุกี้สไตล์ไทย ถือเป็นหนึ่งในเมนูอาหารจานเดียวที่ได้รับความนิยม เนื่องจากเป็นเมนูที่กินง่าย มีรสชาติเข้มข้น และมีวัตถุดิบที่หลากหลาย ทั้งเนื้อสัตว์ วุ้นเส้น และผัก ทำให้ถูกใจคนกินอาหารจานเดียวที่ต้องการได้สารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ โดยในปีที่ผ่านมา มีผู้ใช้บริการ GrabFood สั่งเมนูสุกี้มากกว่า 270,000 ออร์เดอร์ ซึ่งเมนูยอดฮิต คือ สุกี้แห้งหมู ตามมาด้วย สุกี้แห้งเนื้อ และสุกี้แห้งทะเล โดย 3 แบรนด์สุกี้จานเดี่ยวที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ สุกี้ช้างเผือก
เมื่อเร็วๆนี้ นายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตร โครงการ “ส่งเสริมกาแฟไทยอย่างยั่งยืนด้วย FTA” จัดโดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ มีนโยบายขับเคลื่อนการส่งออกและขยายตลาดใหม่ โดยเร่งรัดการเจรจา FTA ใหม่ ๆ และปรับปรุงให้ทันสมัยและสอดรับกับประเด็นสำคัญ เช่น สิ่งแวดล้อมและการค้าโลกยุคใหม่ และส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs ให้ก้าวทันยุคดิจิทัล เข้าถึงเทคโนโลยีและตลาดออนไลน์ จึงมอบหมายให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศดำเนินโครงการ เพื่อมุ่งพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการสินค้ากาแฟ ให้มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการใช้ประโยชน์จาก FTA ขยายการส่งออกไปตลาดการค้าเสรี 18 ประเทศ ที่ได้ลดหรือยกเว้นการจัดเก็บภาษีนำเข้าศุลกากรให้กับสินค้าส่วนใหญ่จากไทยแล้ว และดำเนินธุรกิจสอดคล้องกับระเบียบการค้าโลกใหม่ที่ให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม ความรับผิดชอบต่อสังคม และการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ซึ่ง กาแฟ เป็นสินค้าดาวรุ่งที่มีการบริโภคเติบโตเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่องในตลาดโลกและภายในประเทศ ตลาดกาแฟ ยังมีช่องว่างในการเติบโตอีกมาก โดยเฉพาะตลาดจีน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยว่า ปัจจุบันมากกว่า 76% ของสาเหตุการเสียชีวิตทั้งหมดในประเทศมาจากโรค NCDs จึงส่งผลให้การออกกำลังกายกลายเป็นที่ได้รับความสนใจมากขึ้น จากผลสำรวจของกรมพลศึกษา พบว่า คนไทยมีแนวโน้มออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ โดยสัดส่วนของกลุ่มสำรวจที่อายุมากกว่า 15 ปี ที่ออกกำลังกายมากกว่า 3 วัน/สัปดาห์ และต่อเนื่องอย่างน้อย 30 นาที เพิ่มขึ้นจาก 40.4% ในปี 2022 เป็น 44.4% ในปี 2024 ทั้งนี้ ผลสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภค ในปี 2025 ระบุว่า 60.2% ของผู้ที่ออกกำลังกายเลือกใช้บริการฟิตเนส ขณะที่มีเพียง 39.8% ที่ออกกำลังกายในสถานที่อื่นๆ โดยปัจจุบันบทบาทของฟิตเนสนั้นไม่ใช่แค่สถานที่ออกกำลังกาย แต่ยังเป็นคอมมูนิตี้ที่รวมทั้งพื้นที่สำหรับการดูแลสุขภาพ พบปะผู้คนเพิ่มเติมด้วย รายได้ธุรกิจฟิตเนสโตต่อเนื่อง ตามกระแสออกกำลังกายที่กลายเป็นไลฟ์สไตล์ คาดว่าในปี 2025 รายได้ธุรกิจฟิตเนสจะเติบโต 18% ทะลุ 12,000 ล้านบาท จากจำนวนนิติบุคคลจัดตั้งใหม่ใน 5 เดือนแรกของปีนี้ ที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 31 บริษัท รายได้ของธุรกิจฟิตเนสในปร
โลกอีคอมเมิร์ซในยุคดิจิทัล เปิดโอกาสให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างไร้ขีดจำกัด แต่ผู้ขายต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพึ่งพางบโฆษณาจำนวนมากอาจไม่ใช่ทางออกอีกต่อไป ในทางกลับกันผู้ขายที่กล้าเปิดรับนวัตกรรมและใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาด เพื่อให้สินค้ามีโอกาสถูกมองเห็นและปิดการขายได้ในจังหวะที่ ‘ใช่’ คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในยุคดิจิทัล รายงานล่าสุดจาก Momentum Works ร่วมกับลาซาด้า เผยว่า หากผู้ขายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถใช้ศักยภาพของ AI ได้อย่างเต็มที่ จะสามารถปลดล็อกมูลค่าทางเศรษฐกิจในระบบนิเวศอีคอมเมิร์ซทั่วภูมิภาคได้สูงถึง 4.5 ล้านล้านบาทต่อปี (หรือราว 131 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ภายในปี 2030 ตัวเลขนี้สะท้อนถึงโอกาสมหาศาลในการขับเคลื่อนธุรกิจอีคอมเมิร์ซให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ในฐานะผู้บุกเบิกแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลาซาด้า เล็งเห็นศักยภาพดังกล่าวตั้งแต่แรกเริ่ม และได้นำ AI มาเป็นพลังสำคัญที่ช่วยเสริมขีดความสามารถ ให้ผู้ขายไทยแข่งขันและเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่อง เจาะลึกโอกาสและพฤติกรรมการใช้ AI ของผู้บริโภคและผู้ขายไทย จากรายงาน Digital 2025 นักช้อปไทย ม
LINE STICKERS เดินหน้ากลยุทธ์ธุรกิจ IP Business ต่อยอดความสำเร็จ LINE CREATOR ไทย สู่โลกออฟไลน์ ผ่านการพัฒนาสินค้าลิขสิทธิ์ (Licensing Business) ทั้งในรูปแบบสินค้าและสินทรัพย์ดิจิทัลนอกแพลตฟอร์ม นำร่องด้วยโปรเจ็กต์แรกจากคาแร็กเตอร์ Dueb Dueb (ดึ๊บ ดึ๊บ) สติกเกอร์มีมสุดฮาขวัญใจผู้ใช้งานไทยที่มียอดดาวน์โหลดสติกเกอร์เกินล้านครั้ง ซึ่งเป็นการปูทางสู่การสร้างแบรนด์ที่มีศักยภาพในการเติบโตต่อเนื่องในตลาดจริง พร้อมเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้กับครีเอเตอร์ไทยพัฒนาผลงานที่สะท้อนอัตลักษณ์เฉพาะตัว การเปลี่ยนผ่านจากโลกดิจิทัลสู่ของสะสมในโลกจริง การเปิดตัวกล่องสุ่ม Dueb Dueb ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงบทบาทของ LINE STICKERS ในการต่อยอดสติกเกอร์ที่เป็นที่รักให้กลายเป็นสินค้าสะสมที่มีค่าในโลกจริง สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่และเชื่อมโยงอารมณ์ความรู้สึกระหว่างแฟนๆ กับคาแร็กเตอร์ที่ชื่นชอบได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ก็เป็นการยืนยันเจตนารมณ์ของ LINE ในการขยายและสร้างความหลากหลายให้กับพอร์ตโฟลิโอทรัพย์สินทางปัญญาผ่านการริเริ่มที่ขับเคลื่อนโดย LINE CREATOR โปรเจ็กต์นี้สอดรับกับเทรนด์การสะสม Art Toy ที่กำลั
สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) โดย ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. เข้าร่วมพิธีเปิดงาน อว. แฟร์ (SCI POWER FOR FUTURE THAILAND) งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจําปี 2568 (National Science and Technology Fair 2025) และพิธีมอบรางวัล Prime Minister’s Science Award 2025 โดยมี นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงาน โดยในปีนี้ อว.แฟร์ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Creators of Tomorrow” ที่สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของ “นักสร้างสรรค์แห่งอนาคต” โดยการเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และสร้างความร่วมมือในหลากหลายมิติ เพื่อพัฒนาประเทศไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน ซึ่ง สอวช. ได้หยิบยกประเด็นการพัฒนากำลังคนตอบโจทย์ประเทศ มาร่วมออกบูธในงานดังกล่าวด้วย สำหรับบูธของ สอวช. ในปีนี้ เปิดพื้นที่ชวนคนรุ่นใหม่ ครู ผู้ปกครอง นักเรียน นักศึกษา และแรงงานยุคใหม่ มาร่วมค้นหาตัวตน ทักษะ แนวทางการพัฒนาตนเอง เพื่อไปสู่เส้นทางอาชีพที่เป็นที่ต้องการของประเทศที่มั่นคงและยั่ง
สืบเนื่องจากมีข้อมูลจากแพทย์ในพื้นที่แนวชายแดน ซึ่งดูแลอาการของทหารหลายนาย ระบุ นอกจากจะมีอาการการบาดเจ็บจากการปะทะแล้ว ยังมีการติดเชื้อราและติดเชื้อแบคทีเรียจากแผลแมลงกัดต่อยกันเป็นจำนวนมากนั้น ล่าสุด ทางกลุ่มจิตอาสาแพทย์แผนไทย นำโดยทีมแพทย์แผนไทยจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และเครือข่ายศิษย์เก่าแพทย์แผนไทยจากหลากหลายพื้นที่ ช่วยกันคนละไม้ละมือ ผลิต “ยาหม่องสมุนไพรสรรพยา” จำนวน 1,500 กระปุก เพื่อส่งต่อกำลังใจให้กับทหารแนวหน้า และประชาชนผู้อพยพที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา สำหรับ “ยาหม่องสมุนไพรสรรพยา” ดังกล่าว ผลิตจากสารสกัดธรรมชาติที่ทรงคุณค่าทางการแพทย์แผนไทย เช่น ใบพญายอ ฟ้าทะลายโจร ใบพลู และกระดูกไก่ดำ มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อย เคล็ดขัดยอก แมลงสัตว์กัดต่อย ไล่ยุง รวมถึงบรรเทาผื่นคันจากภูมิแพ้และการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย โดยสมุนไพรทุกชนิด ผ่านการคัดสรรและอบรมวิธีการผลิตจาก “ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรและภูมิปัญญาสุขภาพบางเดชะ” จังหวัดปราจีนบุรี โดยยาหม่องล็อตแรก จำนวน 800 กระปุก ได้ส่งมอบให้กับ “สำนักงานพัฒนา 5 หน่วยบัญชาการทหารพัฒน
บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ประกาศแต่งตั้ง ดร.ลัษมณ อรรถาพิช ดำรงตำแหน่ง ผู้จัดการใหญ่ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2568 ภายหลังจาก นายสุรพล โอภาสเสถียร ได้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ ซึ่งมีวาระการปฏิบัติงานเป็นเวลากว่า 15 ปี โดยจะสานต่อวิสัยทัศน์องค์กร การเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน มีบทบาทสำคัญในการให้บริการข้อมูลเครดิตที่มีคุณภาพ ตลอดจนส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพทางการเงินที่ดี ร่วมสร้างเสริมเสถียรภาพและการเจริญเติบโตให้กับเศรษฐกิจของประเทศ ดร.ลัษมณ อรรถาพิช ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด กล่าวว่า องค์กรให้ความสำคัญสูงสุดกับคุณภาพประสิทธิภาพของระบบข้อมูลเครดิต มุ่งมั่นขับเคลื่อนต่อเนื่องด้วยยุทธศาสตร์ด้านดิจิทัล นวัตกรรม เทคโนโลยี เพื่อยกระดับสุขภาพทางการเงินของประชาชน และสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการโดยเฉพาะเอสเอ็มอีไทย สร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบข้อมูลเครดิตในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของระบบการเงิน ร่วมเสริมสร้างเสถียรภาพและการเจริญเติบโตให้กับเศรษฐกิจไทย พร้อมปรับตัวรองรับโลกยุคใหม่ เน้นความยืดหยุ่นและสามารถตอบสนอ
