ข่าววันนี้
ตลาดวัยเรียน กำลังกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้บริโภคที่ทรงอิทธิพลที่สุดในยุคนี้ ทั้งในแง่กำลังซื้อ การสร้างเทรนด์ และอิทธิพลต่อการตัดสินใจภายในครอบครัว ท่ามกลางการเติบโตของอุตสาหกรรมความงามไทยที่มีมูลค่ามากกว่า 400,000 ล้านบาท และยังคงเติบโตต่อเนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ นั่นจึงเป็นโอกาสให้ Zadi & Jo (เซดี้ แอนด์ โจ) เป็นแบรนด์ความงามไทยรายแรกที่ถูกออกแบบมาสำหรับกลุ่มอายุ 10-20 ปีโดยเฉพาะ ครอบคลุมทั้งสกินแคร์ เมกอัพ และน้ำหอม ภายใต้แนวคิด Clean & Playful Beauty มีทั้งความอ่อนโยน ความสนุก และความมั่นใจไว้ด้วยกัน ทรงสมร ฮัทเท็ท ประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจ (Chief Growth Officer) บริษัท เจนเนอรัส ซีนิธ จำกัด กล่าวว่า เซดี้ แอนด์ โจ เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะสร้างแบรนด์ความงามที่เข้าใจวัย 10-20 ปีอย่างแท้จริง ทั้งในด้านผิว ความรู้สึก และการค้นหาตัวตน “เราต้องการให้การดูแลตัวเองเป็นประสบการณ์ที่สนุก อ่อนโยน และช่วยสร้างความมั่นใจในแบบที่เหมาะสมกับวัย เพราะเราเชื่อว่าช่วงวัยนี้คือช่วงเวลาสำคัญที่สุดของการเรียนรู้ที่จะรักและดูแลตัวเองอย่างสมดุล” Teen Beauty กลายเป็นตลาดแห่งอนาคต
เรียกได้ว่าเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในตอนนี้ กับ 3 แอปพลิเคชันจีน ที่ทำมาเพื่อคนจีนที่อาศัยอยู่ในไทย โดยเป็นภาษาจีน จ่ายด้วยเงินหยวน ด้าน นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่ปรากฏข่าวเกี่ยวกับแพลตฟอร์มสัญชาติจีนที่ให้บริการสั่งอาหารและบริการประเภทอื่นๆ โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นนักท่องเที่ยวหรือชาวจีนที่มาอาศัยในประเทศไทย เนื่องจากประสบข้อจำกัดด้านภาษาในการใช้งานแอปพลิเคชันเดลิเวอรีของไทย บริษัทจีนจึงเล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจและเข้ามาเปิดให้บริการแพลตฟอร์มดังกล่าว ได้แก่ Gokoo, Feixiang (เฟยเซี่ยง) และ E-Gets ซึ่งกำลังได้รับความสนใจจากสังคม ขณะนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้เร่งดำเนินการตรวจสอบ และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกของแพลตฟอร์มทั้ง 3 ราย เพื่อพิจารณาว่าการดำเนินธุรกิจเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องหรือไม่ อธิบดีพูนพงษ์ กล่าวต่อว่า “จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่า มีการจดทะเบียนนิติบุคคลในรูปแบบบริษัท โดยมี 2 รายที่มีผู้ถือหุ้นชาวไทยถือหุ้นเกินกึ่ง
ตึกแถว หรืออาคารพาณิชย์ ในยุคหนึ่งคืออสังหาริมทรัพย์เนื้อหอมที่ใครๆ ก็อยากลงทุน อาคารความสูง 3-4 ชั้น ชั้นล่างเปิดเป็นร้านขายของ ชั้นบนเป็นที่นอน กินอยู่ค้าขายใต้หลังคาเดียวกัน สะดวก ประหยัด และตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองได้แบบครบเครื่อง แต่เมื่อโครงสร้างเมืองเปลี่ยนอสังหาริมทรัพย์แนวสูง ห้างสรรพสินค้าผุดขึ้นทุกหัวมุม และคอนโดมิเนียมเริ่มเข้ามาแทนที่ ตึกแถวก็กลายเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกสั่นคลอนทันที ที่สำคัญที่สุดคือ ธุรกิจออนไลน์มันเข้ามาเปลี่ยนเกม ในอดีตตึกแถวอาจตอบโจทย์คนที่อยากทำธุรกิจ แต่ปัจจุบันที่ธุรกิจออนไลน์รุกคืบ การทำธุรกิจไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านอีกต่อไป ทุกวันนี้คนขายของผ่านมือถือ สต๊อกสินค้าไว้ที่บ้าน ไม่ต้องเช่าหน้าร้านให้แบกต้นทุนเพิ่ม ทำให้ความต้องการเช่าซื้อตึกแถวลดลง ลดราคา 50% ก็ยังขายไม่ออก อ้างอิงข้อมูลจาก โมเดอร์น พร็อพเพอร์ตี้ ระบุว่า ปัจจุบันมีตึกแถวหายไปจากตลาด 50% ขณะที่ตึกแถวมือสองเผชิญภาวะขายออกยาก ทำให้ต้องลดราคา โดยเฉพาะบริษัทบริหารสินทรัพย์หรือธนาคารที่ขายทรัพย์มือสอง ถ้าหากอยากจะขายตึกแถวได้ต้องลดราคา 50% จากราคาปกติ แต่ยังถือว่าขายออกยาก โดยเฉพาะในต่าง
หากพูดถึงคาเฟ่ หลายคนอาจนึกถึงร้านกาแฟที่มีบรรยากาศดีและเมนูอร่อย แต่ “พาเฟ่” (PAfé) เป็นมากกว่านั้น พาเฟ่ เป็นร้านกาแฟที่เปิดภายใต้แนวคิด “สุขที่ได้แบ่งปัน” ต่อยอดมาจากภารกิจหลักของ “มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย” โดยมีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ภารกิจหลักของมูลนิธิฯ คือการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เพื่อให้ผู้ประสบภัยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด สามารถพึ่งพาตนเองและดำเนินชีวิตได้อย่างยั่งยืน หลายพื้นที่ที่มูลนิธิฯ เข้าไปช่วยเหลือส่วนใหญ่เป็นชุมชนเกษตรกรรม หนึ่งในอาชีพสำคัญที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่คือ “การปลูกกาแฟ” ที่สามารถสร้างรายได้เลี้ยงดูครอบครัวได้อย่างต่อเนื่อง และยังเป็นพืชที่ช่วยในการรักษาป่า เพราะสามารถเติบโตได้ดีใต้ร่มไม้ใหญ่ โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าต้นน้ำ ต่อมา เมื่อมูลนิธิฯ ได้ย้ายที่ตั้งสำนักงานมายังอาคารอนุรักษ์ของกรมศิลปากรในปัจจุบัน จึงได้จัดสรรพื้นที่เพื่อ
ตี๋น้อยบาร์บีคิว คือร้านปิ้งย่างภายใต้อาณาจักรสุกี้ตี๋น้อย แต่ทำไม ถึงยังเลือกเปิดร้านปิ้งย่างอีกร้าน จะไม่แย่งลูกค้ากันเองหรือ? คำถามที่หลายคนคงคิดเมื่อเห็นข่าวการเปิดร้านปิ้งย่างใหม่ “นายพรานหมูกระทะ” ในเมื่อสุกี้ตี๋น้อยมี “ตี๋น้อย บาร์บีคิว” อยู่แล้ว ทำไมถึงยังลงทุนเปิด “นายพรานหมูกระทะ” เพิ่มอีกแบรนด์หนึ่ง ทั้งที่ดูเผินๆ แล้วต่างก็เป็นธุรกิจปิ้งย่างบุฟเฟต์เหมือนกัน ในทางการตลาด นี่คือกรณีศึกษาที่น่าสนใจของแนวคิด Brand Cannibalization หรือ “การกินส่วนแบ่งตลาดกันเอง” ซึ่งปกติแล้วเป็นสิ่งที่หลายบริษัทพยายามหลีกเลี่ยง แต่สำหรับบางองค์กร การยอมให้แบรนด์ในเครือแข่งขันกันเอง อาจเป็นกลยุทธ์ที่ดีกว่าปล่อยให้คู่แข่งจากภายนอกเข้ามาแย่งลูกค้าไป Brand Cannibalization คืออะไร Brand Cannibalization คือสถานการณ์ที่แบรนด์หนึ่งของบริษัทเข้าไปดึงยอดขายจากอีกแบรนด์หนึ่งของบริษัทเดียวกัน ตัวอย่างเช่น หากลูกค้าที่เคยกินตี๋น้อย บาร์บีคิว เปลี่ยนมากินนายพรานหมูกระทะแทน รายได้อาจไม่ได้เพิ่มขึ้นจริง เพราะเป็นการย้ายเงินจากกระเป๋าซ้ายไปกระเป๋าขวา โดยปกติแล้ว นักการตลาดมักมองว่าการ Cannibalization เป็นเรื่อง
“หมูกระทะจะเยียวยาทุกสิ่ง” คนไทยชอบกินหมูกระทะ ไม่ว่าจะเจอวิกฤตอะไรขอกินหมูกระทะก่อน ตลาดปิ้งย่างจึงยังขยายตัวเกือบทุกปี เป็นเซกเมนต์เนื้อหอมที่ใครก็อยากเข้ามาจับจองก้อนเค้กด้วยมูลค่ากว่า 9,000 ล้านบาท เพราะตลาดนี้ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งท่ามกลางตลาดธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในประเทศที่แข่งขันกันดุเดือด BNN Restaurant Group เจ้าของสุกี้ตี๋น้อยที่มองเห็นโอกาสในตลาดนี้ว่ายังมีช่องว่างที่แบรนด์สามารถเข้ามาเติมได้ จึงได้เปิดตัว “นายพรานหมูกระทะ” ร้านหมูกระทะบุฟเฟต์แบบติดแอร์ ลุยตลาดบุฟเฟต์ปิ้งย่าง ขยายโอกาสทางธุรกิจ โดยมีจุดขายที่การปิดดึกตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ใช้ชีวิตกลางคืน นายพรานหมูกระทะเปิดให้บริการตั้งแต่ 10.30 น. ถึง 05.00 น. ของทุกวัน บุฟเฟต์ทานได้ไม่จำกัดในเวลา 2 ชั่วโมง นายพรานหมูกระทะ แตกต่างจาก ตี๋น้อย บาร์บีคิว อย่างไร ความแตกต่างจาก “ตี๋น้อยบาร์บีคิว” คือ ตี๋น้อยบาร์บีคิวจะเน้นคนที่ชอบทานเนื้อสัตว์ ซึ่งมีทั้งเนื้อริปอาย เนื้อใบพาย เนื้อน่องลาย เนื้อออสเตรเลีย บาร์สลัด กุ้งก้ามกราม แต่นายพรานจะเป็นชุดหมูหมักสไตล์ไทย น้ำจิ้ม 3 รสชาติ ได้แก่ น้ำจิ้มนายพรานสูตรเด็ดเฉพาะ น
วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล LINE MAN Wongnai นำโดย ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สรุปความสำเร็จโครงการคนละครึ่ง พลัส ในปีที่ผ่านมา โดยมีอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมคณะ เยี่ยมชมบูธ LINE MAN ซึ่งมีร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส เลือกขายบน LINE MAN มากกว่า 65% ของร้านค้าทั้งหมด ขณะที่มูลค่าการใช้จ่ายผ่าน LINE MAN คิดเป็นสัดส่วนกว่า 63% ของยอดใช้จ่ายรวมผ่านฟู้ดดีลิเวอรี และมียอดสั่งซื้อสะสมรวมกว่า 12 ล้านออร์เดอร์ตลอดโครงการคนละครึ่ง พลัสเมื่อปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ LINE MAN ยังนำผู้ประกอบการร้านอาหารที่ได้รับประโยชน์จากโครงการมาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การเติบโตของธุรกิจ พร้อมชวนนายกฯ ชักชาไทยโชว์กลางทำเนียบ เปิดฤกษ์สั่งเดลิเวอรีไทยช่วยไทย พลัสวันแรก ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “LINE MAN ยังคงเป็นแพลตฟอร์มฟู้ดดีลิเวอรีที่มีร้านค้าเข้าร่วมโครงการภาครัฐมากที่สุดในประเทศ และสามารถรักษาอันดับ 1 ได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่โครงการคนละครึ่ง คน
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นพระราชธิดาพระองค์โตในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทั้งทรงเป็นพระราชนัดดาพระองค์แรกในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นพระเชษฐภคินี ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ประสูติเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2521 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดพระราชพิธีสมโภชเดือนและขึ้นพระอู่ ในวันที่ 11 มกราคม พุทธศักราช 2522 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ในพระราชพิธี พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงจรดพระกรรบิดกริบพระเกศา และทรงเจิมพระขวัญ ตามราชประเพณี ทรงเริ่มศึกษาที่โรงเรียนราชินีในระดับอนุบาลจนถึงชั้นมัธย
LINE MAN แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีอันดับ 1 ของไทย ขึ้นแท่นอันดับ 1 ฟู้ดดีลิเวอรีในโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) มีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมผ่าน LINE MAN แล้วกว่า 46,533 ร้านค้า จำนวน 46,566 สาขา (ข้อมูลตั้งแต่เริ่มเปิดลงทะเบียน วันที่ 10 มิ.ย. ถึงข้อมูลล่าสุด 11 มิ.ย. เวลา 13.00 น.) สะท้อนการตอบรับที่แข็งแกร่งจากผู้ประกอบการทั่วประเทศที่เลือก LINE MAN โดยถือเป็นการตอกย้ำจุดแข็งของ LINE MAN ที่สามารถรักษาอันดับ 1 ตั้งแต่โครงการคนละครึ่ง, คนละครึ่ง พลัส, สู่โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการทั่วประเทศที่เลือก LINE MAN เป็นพาร์ทเนอร์สำคัญในการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ภายใต้โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เพื่อขยายฐานลูกค้า เพิ่มยอดขาย และเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว นอกจากนี้ LINE MAN เตรียมมอบสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ใช้สิทธิในโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ทั้งส่วนลดค่าอาหาร สิทธิส่งฟรี และคูปองส่วนลดสำหรับการสั่งอาหารผ่านแอป เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของผู้บริโภค พร้อมกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ และส
MK Restaurants เดินหน้าตอกย้ำความสำเร็จของแคมเปญ “MK บุฟเฟต์ คุ้มเกินคุ้ม 299 บาท” หลังได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้บริโภคทั่วประเทศ ตลอดระยะเวลากว่า 1 ปี สะท้อนผ่านการสร้างยอดขาย (เฉพาะรับประทานในร้าน) เติบโตกว่า 22% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และอัตราการกลับมาใช้บริการซ้ำกว่า 39.5% โดยมีลูกค้าบางรายสร้างสถิติสูงสุดถึง 65 ครั้ง นอกจากนี้ยังมีกระแสการพูดถึงบนโซเชียลมีเดียที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากความสำเร็จดังกล่าว MK จึงเดินหน้ายกระดับประสบการณ์บุฟเฟต์ครั้งใหญ่ ด้วยการเพิ่มเมนูหมวดซีฟู้ดใหม่รวมเป็น 33 เมนู เสิร์ฟถึงโต๊ะ เสิร์ฟไม่อั้น แต่ราคาเดิม 299 บาทเนต ไม่มี VAT ไม่มี Service Charge โดยยังคงยึดมั่นในมาตรฐานด้านคุณภาพ วัตถุดิบ และการบริการแบบเดียวกับที่ลูกค้าไว้วางใจมาโดยตลอด พร้อมประกาศนโยบาย “บุฟเฟต์มหาชน” สร้างมาตรฐานบุฟเฟต์ เพื่อด้อมบุฟเฟต์อย่างแท้จริง เสียงจากผู้บริโภค จุดเริ่มต้นของการพัฒนา ตลอดปีที่ผ่านมา MK ได้ติดตามพฤติ
