ข่าววันนี้
เงินหมื่นมาแน่! รมว.คลัง ย้ำ แจกเงินหมื่นกลุ่มเปราะบาง 14.5 ล้านคน ปลายเดือนกันยายนนี้ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ออกมาเปิดเผยว่า รัฐบาลจะดำเนินการแจกให้กลุ่มเปราะบาง คาดว่าจะโอนเงินได้ในช่วงวันที่ 20 ก.ย. เป็นต้นไป ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ต้องรอ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ในวันที่ 12-13 กันยายน “รัฐบาลจะโอนเงิน 10,000 ให้กลุ่มเปราะบางเป็นกลุ่มแรก น่าจะสักช่วงวันที่ 20 ก.ย. นี้ ทั้งนี้ กลุ่มดังกล่าว มีผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ 13.5 ล้านคน ส่วนผู้พิการนั้นมี 2.2 ล้านคน แต่บางคนก็อยู่ในกลุ่มบัตรสวัสดิการฯ อยู่ด้วย ซึ่งต้องตัดออกให้ข้อมูลไม่ซ้ำซ้อนกัน ก็น่าจะเหลือ 14.5 ล้านคน” นายพิชัย กล่าว สำหรับโครงการ ดิจิทัลวอลเล็ต เงินดิจิทัล 10,000 บาท จะปิดลงทะเบียนสำหรับกลุ่มที่มีสมาร์ทโฟน ในวันที่ 15 ก.ย. 2567 ตามกำหนดการเช่นเดิม โดยตอนนี้มีผู้ลงทะเบียนผ่านแอปทางรัฐแล้ว 32 ล้านคน จากนั้นจะเปิดให้กลุ่มที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ลงทะเบียนวันที่ 16 ก.ย. 2567 ไปจนถึงวันที่ 15 ต.ค. 2567 ส่วนใครที่ยังไม่ลงทะเบียน ยังมีเวลาเหลือถึงวันที่ 15 ก.ย. นี้ ข้อมูลจาก ข่าวสดออน
ความสำเร็จ FEED Y ขับเคลื่อนซีรีส์วาย สมชื่อเมืองหลวงซีรีส์วาย ครองใจคนทั้งโลก อนาคตและความหวังของสังคมไทย ขึ้นอยู่กับความสามารถในการค้นหา พัฒนา และผลักดันศักยภาพใหม่ สู่ น่านน้ำใหม่ บนกระแสแห่งการเปลี่ยนแปลง ซึ่ง “ซีรีส์วาย” คือ ปรากฏการณ์อุตสาหกรรมบันเทิงไทย บุกตลาดโลก ที่ประสบความสำเร็จสูงสุด นับตั้งแต่ ปี 2565 FEED ผู้ผลิตคอนเทนต์ไลฟ์สไตล์ในเครือมติชน ได้จัดกิจกรรมระดับชาติ งาน “FEED Y CAPITAL เมืองหลวงซีรีส์วาย” นำเสนอเรื่องราวอุตสาหกรรมซีรีส์วาย ด้วยความเชื่อมั่นว่า “ซีรีส์วาย” คือตัวแทนพลังมหาศาลของคนรุ่นใหม่ ที่จะมาพร้อมกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ขนาดใหญ่ที่จะขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า ด้วยแฟนคลับ ศิลปิน และทีมผู้สร้าง FEED Y CAPITAL เมืองหลวงซีรีส์วาย ปีที่ 1 (2565) ลานจอดรถที่ 3 (SEE FAH), SIAM SQUARE นำเสนอพลังอุตสาหกรรมซีรีส์วาย โดยเชิญนักแสดงซีรีส์วายยอดนิยม 4 คู่จิ้น 8 นักแสดงจากซีรีส์ Y สุดปัง มาไว้ที่เวทีเดียว เพื่อให้เหล่าแฟนด้อมได้กรี๊ดลั่นยาวๆ กว่า 7 ชั่วโมง และผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในอุตสาหกรรมซีรีส์วาย ได้แก่ ตัวแทนนักแสดงซีรีส์วาย นักเขียน ผู้กำกับ และ
เอ็มเค อเมซอน มาม่า สามแม่ครัว ขึ้นแท่น สุดยอดแบรนด์ทรงพลัง เมื่อเร็วๆ นี้ ภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงานมอบรางวัล “The Most Powerful Brands of Thailand 2024” หรือ “สุดยอดแบรนด์ทรงพลังของประเทศไทย 2024” ที่หอประชุมจุฬาฯ โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร ผู้รักษาการอธิการบดีจุฬาฯ เป็นประธานมอบรางวัลให้กับผู้บริหารแบรนด์ซึ่งได้รับรางวัลทั้งสิ้น 29 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ถือเป็นการสำรวจแบรนด์ครั้งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย กล่าวรายงานโดย ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล หัวหน้าภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ ภายในงานมีการเสวนาผลวิเคราะห์ “The Most Powerful Brands of Thailand 2024” และ “7 Generations of Thai Consumer” โดย รศ.ดร.ณัฐพล อัสสะรัตน์ หัวหน้าโครงการวิจัย และการเสวนา “ถอดรหัสการตัดสินใจของผู้บริโภคไทย : Unfolding 7 Generations of Thai Consumers” โดย ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล หัวหน้าภาควิชาการตลาด และ รศ.ม.ล.สาวิกา อุณหนันท์ รองประธานหลักสูตร ปริญญาโทด้านแบรนด์และการตลาด (Master in Branding and Marketing : MBM) ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล หัวหน้าภาควิชาการตลาด คณะพาณิชย
เคล็ด (ไม่) ลับ โอกาสปรับตัวสู่เศรษฐกิจสีเขียว มุ่งมั่นสู่ความยั่งยืน เมื่อเร็วๆ นี้ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) จัดงาน The Cooler Earth ที่ประเทศไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยปีนี้รูปแบบงาน TCE จัดแบบซีรีส์ ล่าสุดมาในธีม “เคล็ด(ไม่)ลับ…โอกาสปรับตัวสู่เศรษฐกิจสีเขียว” ซึ่งเปิดให้องค์กรต่างๆ และประชาชนทั่วไปเข้าร่วม จุดประสงค์เพื่อให้ทุกคนเห็นความสำคัญของการปรับตัวสู่เศรษฐกิจสีเขียวในแง่มุมต่างๆ ทั้งในภาพเล็ก และภาพใหญ่ โดยมีผู้บรรยาย และผู้ร่วมเสวนาจากหน่วยงานภาครัฐ นักธุรกิจ นักกฎหมาย ธนาคาร ได้แก่ BOI, LinkedIn, Baker McKenzie, Greenery, Circular และ CIMB Thai เริ่มต้นสัมมนา โดย คุณฐนิตา ศิริทรัพย์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) บรรยายหัวข้อ “ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว : โอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรมอัจฉริยะและยั่งยืน” โดยให้ความรู้เกี่ยวกับ BCG โมเดล (Bio Economy ระบบเศรษฐกิจชีวภาพ, Circular Economy ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน, Green Economy ระบบเศรษฐกิจสีเขียว) ที่เรียกได้ว่ามีโอกาสอีกมากมายสำหรับแต่ละด้านภายใต้ 3 ระบบเศรษฐกิจนี้ เช่น
“ผัดกะเพรา” สร้างเรื่องอีกแล้ว เมื่อ “เรนะ มิยาชิตะ” ดาราเอวีญี่ปุ่น โพสต์ภาพกินผัดกะเพรา 5 วันติด เรื่องราวดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเรนะ บินมาทำงานที่ประเทศไทย เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยตลอด 5 วัน เธอได้กินผัดกะเพราทุกวันอีกทั้งยังโพสต์ภาพสุดน่ากินลงบน X (Twitter) ซึ่งมีทั้งกะเพราเนื้อวากิว กะเพราหมูสับ กะเพราหมูชิ้น และกะเพราไก่ไข่ดาว ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกที่ชาวต่างชาติจะกินอาหารไทย แต่เรื่องของเธอกลับสร้างไวรัลบน X (Twitter) เพราะแฟนคลับของเธอพากันอยากกินผัดกะเพราตามดาราคนโปรด จากการที่เธอโพสต์ภาพเมนูนี้ซ้ำๆ มาตลอด 5 วัน และมีการเปลี่ยนวัตถุดิบที่หลากหลายมากๆ ซึ่งเป็นอีกจุดเด่นของเมนูกะเพรา จนหลายคนอยากจะรู้ว่ารสชาติของกะเพราเป็นแบบไหน อย่างไรก็ตาม ไวรัลนี้สะท้อนให้เห็นถึงการมีอิทธิพลของคนดัง คนมีชื่อเสียง หรืออินฟลูเอนเซอร์ ในการโน้มน้าวหรือดึงดูดใจให้ผู้คนคล้อยตาม คล้ายๆ กับการทำการตลาดแบบ Influencer Marketing ที่ทำการตลาดโดยใช้บุคคลมีชื่อเสียง มาช่วยโปรโมตแบรนด์ รีวิวสินค้า แนะนำบริการ ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ อ้างอิงข้อมูลจาก https://dpxecommerce.com/influencer-marketing/
ก๊อบเกรดเอ! เผ็ดมาร์ค โดนพี่จีนเลียนแบบทั้งร้าน สร้างความเสียหายให้แบรนด์ ย้ำมี 2 สาขาเท่านั้น กลายเป็นประเด็นบนโลกโซเชียล เมื่อ “เผ็ดมาร์ค” ร้านกะเพราชื่อดัง ย่านเอกมัย ที่มีทั้งชาวต่างชาติและชาวไทยมาต่อคิวรอตั้งแต่ร้านยังไม่เปิด โดนชาวจีนนำชื่อร้าน รวมไปถึงรูปแบบของร้านไปเปิดขายในประเทศของตน เรียกได้ว่า เป็นงานก๊อบเกรดเอเลยทีเดียว จากประเด็นดังกล่าว ทำให้เจ้าของร้านตัวจริง ได้ออกมาโพสต์ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ค Phed Mark เผ็ดมาร์ค – Pad Kaprao เกี่ยวกับประเด็นที่ทางร้านว่า “Phed Mark only has 2 original locations in Bangkok (Ekamai for dine in and Sukhumvit 49 for takeaway and delivery). There have been reports of some knockoff locations claiming to be original, but they are not associated with us. Thank you.” โดยข้อความข้างต้นแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “Phed Mark มีสถานที่ดั้งเดิมเพียง 2 แห่งในกรุงเทพฯ (เอกมัยสําหรับทานที่ร้านและสุขุมวิท 49 สําหรับซื้อกลับบ้านและเดลิเวอรี่) มีการรายงานเกี่ยวกับสถานที่ที่ตัดขาดบางแห่งอ้างว่าเป็นต้นฉบับ แต่พวกเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรา ขอบใจนะ” ทำเอาชาวเน็ตหลา
ลาซาด้า สร้างปรากฏการณ์ ‘หลอน’ กลางกรุง ปลุกกระแสรับ 9.9 คุณวาริสฐา เกียรติภิญโญชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลาซาด้า ประเทศไทย เผยว่า ในฐานะแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลาซาด้า มุ่งมั่นที่จะส่งมอบสินค้าในราคาที่ดีที่สุด พร้อมประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับนักช้อป โดย LazMall ยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ขับเคลื่อนการเติบโตของแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่อง ทั้งในการเป็นแหล่งช้อปปิ้งสินค้าแท้จากหลากหลายแบรนด์ดังที่นักช้อปไทยไว้วางใจ และการเป็นช่องทางที่แบรนด์ชั้นนำ ทั้งจากประเทศไทยและระดับโลก เลือกใช้ในการเข้าถึงและสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านบริการและฟีเจอร์ที่อำนวยความสะดวกในการช้อป รวมถึงแคมเปญการตลาดที่โดดเด่นตลอดทั้งปี และเพื่อต้อนรับมหกรรมการช้อปออนไลน์แรกของช่วงปลายปี ลาซาด้า เสิร์ฟกิจกรรมการตลาดเซอร์ไพรส์นักช้อป ภายใต้แนวคิด เปลี่ยนที่ดีกว่า (Switch to Better) โดยได้หยิบอินไซต์ของนักช้อปออนไลน์ ที่อาจพบกับประสบการณ์ที่ไม่ดีจากการโดน “หลอก” ไม่ว่าจะหลอกให้ใช้คูปองที่ลดไม่จริง หลอกว่าส่งฟรี หรือหลอกว่าสินค้าแบรนด์แท้ ซึ่งเปรียบเสมือนโดนผี
ดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ปรับรูปแบบจ่ายเงินสดบางส่วน รอแถลงนโยบายกลาง ก.ย. นี้ เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 4 ก.ย. 67 ที่รัฐสภา นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง กล่าวถึงภาพการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 ในวาระ 2 และ 3 ในวันแรก ว่า เป็นไปอย่างราบรื่น เดินหน้าได้ตามเป้าหมาย ซึ่งช่วงเช้าวานนี้มีการเจรจาระหว่าง 2 ฝ่ายก็คาดว่าจะเดินหน้าได้ 13 ถึง 14 มาตรา และจบในเวลา 4 ทุ่มเมื่อคืนนี้ ส่วนการลงมติก็ผ่านความเห็นชอบไปได้ด้วยดี ขณะที่การอภิปรายเป็นการหยิบยกเอาประเด็นข้อสงสัย ข้อห่วงใยและมีการถามตอบชี้แจงได้ครบถ้วนในแต่ละประเด็น ซึ่งภาพรวมเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ เมื่อถามว่าเรื่องนโยบายเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท สามารถชี้แจงให้ความมั่นใจแก่ฝ่ายค้านได้มากน้อยแค่ไหน นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เราสามารถยืนยันได้ว่านายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร แสดงเจตจำนงอย่างชัดเจนว่าจะเดินหน้าโครงการดิจิทัล 10,000 บาท แต่แน่นอนว่ารูปแบบอาจมีการปรับเปลี่ยน แต่ตราบใดที่ยังไม่มีการแถลงนโยบาย แม้ว่าตนเองจะพอรับทราบโครงสร้างใหม่มาแล้วบ้าง แต่ก็ยังไม่สามารถพูดได้อย่างชัดเจน
1 ปี บนเก้าอี้รัฐมนตรี “พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล” พลิกโฉมอุตสาหกรรมไทย นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล กล่าวว่า ในช่วง 1 ปี ของการเข้ามาบริหารงานในตำแหน่ง รมว.อุตสาหกรรม สมัยรัฐบาล “เศรษฐา” ตนได้ขับเคลื่อนนโยบาย “รื้อ ลด ปลด สร้าง” อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นแนวทางในการพลิกอุตสาหกรรมไทยที่รองรับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดย รื้อ คือ เร่งรื้อปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบให้เอื้อต่อการประกอบกิจการอุตสาหกรรมมากยิ่งขึ้น โดยการ ออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4) ที่คงค้างแล้วเสร็จ จำนวน 187 คำขอ ทำให้เกิดการลงทุนเพิ่ม 12,000 ล้านบาท และดำเนินการออกใบอนุญาตที่ขอใหม่ภายใต้กรอบระยะเวลาที่กำหนด ตลอดจนการแก้ไขปัญหาผังเมือง เพื่อให้เกิดการลงทุนการพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งจะก่อให้เกิดการจ้างงานและการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ ลด คือการลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการประกอบการ โดยเร่งดำเนินการจัดการกากอุตสาหกรรม ให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชน ช่วยเหลือชาวไร่อ้อยและสนับสนุนอุตสาหกรรมน้ำตาล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ผ่านมาตรการช่วยเหลือชาวไร่อ
ซอฟต์พาวเวอร์ ผ้าไหมไทย Chayanna คว้ารางวัล สาขา Best Thai Fashion ดร.ชญณา ศิริภิรมย์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ผ้าไหม Chayanna เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ Chayanna ได้รับรางวัล ‘Best of the Best’ ประจำปี 2024 โดยนิตยสาร Robb Report สื่อลักชูรีไลฟ์สไตล์ระดับแถวหน้า โดย Chayanna นำเสนอความเป็น ไทยแฟชั่น จากผ้าไหมมัดหมี่ทอมือ ย้อมสีธรรมชาติ แบรนด์ไทยแบรนด์แรกและแบรนด์เดียว ที่ได้รับการคัดเลือกให้ได้รับรางวัลแห่งความภาคภูมิใจ ภายใต้คุณภาพงานศิลป์ ที่การันตีโดยตรานกยูงพระราชทาน ดร.ชญณา กล่าวว่า ผ้าไหม Chayanna กำเนิดมาจากความหลงใหลในผ้าไหมสะสมของคุณแม่ กับประสบการณ์ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรต่างชาติ ที่ต้องเดินทางต่างประเทศอยู่ประจำ ได้เล็งเห็นโอกาส การนำผ้าไหมสู่สากลในรูปแบบใหม่ ประกอบกับการออกแบบตัดเย็บด้วยดีไซน์ร่วมสมัยสู่สากล ใส่ในชีวิตประจำเรียบโก้ และสวมใส่สบาย แบรนด์ Chayanna จึงได้รับการกล่าวถึง และได้รับความนิยมในเวลาอันรวดเร็ว ติดตามผลงาน www.chayannasilk.com FB, IG @chayannasilk
