Featured ข่าววันนี้

คุยกับ CEO หญิงคนใหม่ “ลาซาด้า” ปักธงใช้ AI สู้สงครามอีคอมเมิร์ซ หนุน SMEs ดึงดูดนักช้อป

คุยกับ CEO หญิงคนใหม่ “ลาซาด้า” ปักธงใช้ AI สู้สงครามอีคอมเมิร์ซ หนุน SMEs ดึงดูดนักช้อป

คุณวาริสฐา เกียรติภิญโญชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลาซาด้า ประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 12 ปี ลาซาด้า ได้ขับเคลื่อนนวัตกรรมและเศรษฐกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ควบคู่ไปกับการพัฒนาธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่แข็งแกร่ง สะท้อนได้จากสถานะ EBITDA จากการดำเนินธุรกิจใน 6 ประเทศของลาซาด้า กรุ๊ป ที่มีผลเป็นบวกเป็นครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา

ความสำเร็จดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงการก้าวสู่ยุคใหม่ของอีคอมเมิร์ซ ซึ่งให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพและความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจ มากกว่าการบรรลุเป้าหมายในระยะสั้น เพื่อมุ่งสู่การเติบโตระยะยาวอย่างยั่งยืน

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลาซาด้า ประเทศไทย กล่าวต่อว่า อุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซไทย มีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2566 ไทยเป็นตลาดที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับที่ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยอัตราการเติบโต 20% เทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาค

ลาซาด้า จึงเดินหน้าลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ 3 ด้าน ได้แก่ การยกระดับประสบการณ์นักช้อป นวัตกรรมและเทคโนโลยี และการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

คุณวาริสฐา เกียรติภิญโญชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลาซาด้า ประเทศไทย

เริ่มจาก ยกระดับประสบการณ์แบบเฉพาะบุคคลเพื่อตอบรับการขยายตัวของกลุ่มนักช้อปหญิงและบทบาทที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z ลาซาด้า เดินหน้ากลยุทธ์เพิ่มประสบการณ์การช้อปที่แตกต่าง ภายใต้แนวคิด “Customer-First” เน้นการตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลได้ดียิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มอัตราการซื้อซ้ำและความเหนียวแน่นของนักช้อป

โดยสร้างความแตกต่างในหมวดหมู่สินค้าพรีเมียม แฟชั่น และความงาม ซึ่งเป็นจุดแข็งของแพลตฟอร์ม เห็นได้จากยอดขายรวมของ LazMall ในช่วงเมกะแคมเปญ ซึ่งก้าวกระโดดมากกว่า 7 เท่า เมื่อเทียบกับวันปกติ ในขณะที่ LazBEAUTY มีจำนวนสมาชิกในไทยกว่า 1 ล้านราย

ในโค้งสุดท้ายของปี 2567 ลาซาด้า จะเสริมความแข็งแกร่งของ LazMall ผ่านการขยายพันธมิตรแบรนด์เอ็กซ์คลูซีฟ และรุกเซกเมนต์สินค้าลักชูรี ผ่านหมวดสินค้า LazMall Premium Brand นอกจากนี้ ยังตอกย้ำ LazLOOK ในฐานะจุดหมายสินค้าแฟชัน ผ่านแคมเปญรายสัปดาห์ที่จะเข้ามาสร้างความตื่นเต้นและสีสันให้แก่นักช้อปอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี ด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำให้การช้อปเป็นเรื่องสะดวกและสนุกยิ่งขึ้น ลาซาด้า ยังนำเทคโนโลยี AI เข้ามาขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรมและฟีเจอร์ต่างๆ โดยมี Gamification เป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างการมีส่วนร่วมกับนักช้อป

แถลงข่าวครั้งแรก หลังรับตำแหน่ง CEO

ที่ผ่านมา LazGame ได้รับผลตอบรับที่ดีเป็นอย่างมากในประเทศไทย โดยมีผู้เล่นเกมกว่า 1 ล้านคนต่อวัน ซึ่งนักช้อปกลุ่มนี้มีการใช้งานแอปพลิเคชันนานกว่าค่าเฉลี่ยของแพลตฟอร์มถึง 3 เท่า และราว 82% กลับมาใช้งานแอปพลิเคชันเป็นประจำทุกวัน

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่สะท้อนถึงความสำเร็จของการลงทุนด้านนวัตกรรมของลาซาด้าคือ ฟีเจอร์ “ถามผู้ใช้งานจริง (Ask the Buyer)” ซึ่งนำเทคโนโลยี AI มาช่วยตั้งคำถามเชิญชวนให้ผู้ซื้อรายก่อนๆ มาร่วมรีวิวสินค้า เพื่อช่วยให้ผู้ซื้อรายใหม่ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น โดยปัจจุบันมีการตอบคำถามจากผู้ซื้อจริงไปแล้วกว่า 1.5 ล้านครั้ง

“ณ วันนี้ ตลาดอีคอมเมิร์ซ ค่อนข้างแข็งแกร่งกว่าภาคส่วนอื่นๆ การจับจ่ายใช้สอยของลูกค้าเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าพรีเมียม อย่างฝั่งแบรนด์ชั้นนำ บน LazMall เห็นชัดว่าโตต่อเนื่อง และโตเร็วกว่าทั้งแพลตฟอร์ม วันที่มีการจัดแคมเปญ มียอดขายที่มากขึ้น 7 เท่าเทียบกับวันธรรมดา”

“ฉะนั้น หากพูดถึงภาพรวมของ ตลาดอีคอมเมิร์ซ และการจับจ่ายใช้สอย เรายังไม่เห็นถึงผลกระทบใดๆ แต่กลับเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยซ้ำ อย่าง หมวดหมู่สินค้าแฟชั่น บิวตี้ ยังขายดีที่สุด และมีสัดส่วนที่มากขึ้นด้วยซ้ำเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ” CEO ลาซาด้า ประเทศไทย ระบุ

เมื่อถามถึง ภาวะการแข่งขันกันของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในปัจจุบัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลาซาด้า ประเทศไทย กล่าวว่า การแข่งขันกันของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เป็นสิ่งที่ค่อนข้างดี สำหรับตลาดอีคอมเมิร์ซ เพราะสุดท้ายแล้วประโยชน์จะตกอยู่กับทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย เมื่อแพลตฟอร์ม มีการแข่งขันกันมากขึ้น ทั้ง โปรโมชัน ราคา และสินค้า สำหรับผู้ช้อป ย่อมดีขึ้นตามมาแน่นอน

ปักธง 3 กลยุทธ์

และสำหรับผู้ขาย ถือเป็นหน้าที่ของแพลตฟอร์ม ที่ต้องคอยหานวัตกรรม เทคโนโลยี เพื่อที่จะได้มาสนับสนุนผู้ขายได้อย่างดีขึ้น เช่น เครื่องมือการขาย Data หรือ Insight Trend ที่สามารถมอบให้ผู้ขายได้ ฉะนั้นทั้งหมดทั้งมวล การที่เรามีการแข่งขันเกิดขึ้น เชื่อว่าเป็นสิ่งที่ดี และเป็นสิ่งที่ผลักดันลาซาด้าด้วยเหมือนกัน ที่ต้องมองหานวัตกรรม เทคโนโลยี มาใช้มากขึ้น

“ลาซาด้า เป็นส่วนหนึ่งของอาลีบาบากรุ๊ป เป็น อีคอมเมิร์ซไจแอนต์ ระดับโลก จึงมีข้อได้เปรียบในเรื่องของ Infrastructure ทั้งเทคโนโลยี โลจิสติกส์ หรือแม้แต่เทคโนโลยี AI ที่เข้ามาช่วย จุดที่แตกต่าง และทำให้ค่อนข้างได้เปรียบคือ การจัดส่งที่รวดเร็วมากขึ้น จุดแข็งของโลจิสติกส์ในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ทำให้กว่า 95 เปอร์เซ็นต์ของคำสั่งซื้อในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ถูกจัดส่งในวันถัดมา” CEO ท่านเดิม ระบุ

Related Posts

"ละลายช้า อร่อยถึงคำสุดท้าย" จุดแข็งที่พา "Blendies"เจลาโต้สัญชาติไทยโตเร็ว จนไปเข้าตาฮ่องกงขอซื้อแฟรนไชส์ไปเปิด
“ทำไป เรียนรู้ไป” วิธีคิดของ “บาส Go Went Go” ที่พาคอนเทนต์ และร้านข้าวมันไก่เติบโต
“อย่าหมิ่นเงินน้อย กำไรหลักสิบ รวมกันก็เป็นร้อยเป็นพัน” ป้าตือ ถอดสูตรสร้างธุรกิจให้โตยาว