สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดรับสมัครประชาชน เข้าร่วมเป็นกรรมการในการออกรางวัล ตั้งแต่วันนี้ – 24 ต.ค. 67
สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดรับสมัครประชาชน เพื่อเข้าร่วมเป็นกรรมการในการออกรางวัล โดยมีรายละเอียดดังนี้
– รับสมัครประชาชนที่มีที่อยู่อาศัยเฉพาะในเขต : กรุงเทพฯ และปริมณฑล
– สมัครได้ที่ เว็บไซต์ของสำนักงานฯ : https://echannel.glo.or.th/DrawApply/
– เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน 2567 (เวลา 07.30 น.) ถึง วันที่ 24 ตุลาคม 2567 (เวลา 24.00 น.)
ประกาศรายชื่อผู้ได้รับการสุ่มเลือก ภายในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 ทางเว็บไซต์ของสำนักงานฯ
ที่มา : สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล
Latest Posts
ในยุคที่ AI เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น หลายๆ คนได้มีการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น เนื่องจากเข้าถึงง่าย และช่วยลดต้นทุนในการทำงานได้อีกด้วย บริษัทใหญ่ๆ บางแห่งได้มีการนำ AI เข้ามาแทนที่การเขียนโปรแกรม (Coding) ตัวอย่างเช่น ที่ Microsoft และ Google พบว่ามีการนำ AI มาเขียนโค้ดให้กับโปรเจ็กต์ต่างๆ มากถึง 30% Alexandr Wang (อเล็กซานเดอร์ หวัง) มหาเศรษฐีด้าน AI วัย 28 ปี ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Scale AI ซึ่งเป็นบริษัทสตาร์ทอัพด้านการจัดทำข้อมูล (Data Labeling) สำหรับการฝึกฝนปัญญาประดิษฐ์ (AI) เขากล่าวว่า กุญแจสำคัญในการก้าวหน้าคือการเรียนรู้วิธีใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเขาแนะนำให้วัยรุ่นทุกคนเริ่มฝึกฝนการใช้งานเครื่องมือเหล่านี้ให้คล่องแคล่ว ซึ่งจะเป็นข้อได้เปรียบอย่างมหาศาล ขณะเดียวกัน เครื่องมือช่วยเขียนโค้ดอย่าง Replit และ Cursor สามารถสร้างชุดคำสั่ง (Code) ได้จากการระบุคำสั่งเพียงสั้นๆ ทำให้เกิดเทรนด์ที่เรียกว่า “Vibe-coding” หรือการปล่อยให้ AI เขียนโค้ดตามคำสั่งภาษาอังกฤษทั่วไปได้ง่ายๆ ส่งผลให้คนที่ไม่มีความรู้ด้านเทคนิคเลยก็สามารถสร้างแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ได้
“ถ้าจะให้เจ๊เล่าย้อนไปถึงตอนเมื่อก่อนเลยนะ โอ้โห… ยิ่งกว่าติดลบอีกอะ เวลานอนคือนอนไม่หลับเลย มันมีความรู้สึกว่า โห ทำไมกูทุกข์ขนาดนี้วะ กินข้าวนะก็กินไม่ได้ กินแล้วต้องดันชามข้าวออกไป มันเครียดจนต้องไปหาหมอ นอนกอดความทุกข์ไว้ข้างเตียง แล้วก็ตั้งคำถามกับตัวเองว่า จะทำยังไงให้ความทุกข์ตัวนี้มันหลุดไปได้” คำบอกเล่าของ เจ๊จง-จงใจ กิจแสวง หญิงแกร่งผู้สร้างอาณาจักร “หมูทอดเจ๊จง” ร้านขวัญใจมหาชนที่มีขยายไปแล้วกว่า 29 สาขาในปัจจุบัน ชีวิตเจ๊จงไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่เริ่มจาก “ติดลบ” หนี้สินรอบทิศ ถูกเจ้าหนี้ขนข้าวของออกไปหมดบ้าน แต่วันนี้กลายเป็นตัวอย่างของนักสู้ผู้ไม่ยอมแพ้ และมีบทเรียนชีวิตราคาแพงที่ซ่อนอยู่หลังจานข้าวหมูทอดราคาประหยัดชามนี้ ประสบการณ์ชีวิต…ติดลบ ชีวิตในวัยเด็กของเจ๊จงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ พ่อมีอาชีพขับรถแท็กซี่ หาเช้ากินค่ำ วันไหนพ่อหาเงินได้ เจ๊จงถึงจะได้เงินไปโรงเรียน วันไหนหาไม่ได้ก็ต้องหยุดเรียน แม้ว่าเจ๊จงจะเป็นเด็กเรียนเก่ง แต่ด้วยความจำเป็นด้วยฐานะทางบ้าน ทำให้หลังจบ ป.6 เจ๊จงต้องออกมาทำงานหาเงิน ขณะที่น้องชายทั้ง 3 คนได้รับโอกาสให้เรียนหนังสือต่อ ทำให้เกิดความรู้สึ
เด็กหนุ่มไทยวัย 17 ปี ที่เริ่มเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ประกอบการเด็กเอเชีย ได้เผยเส้นทางการทำเงินของตัวเองตั้งแต่ศูนย์ ผ่านช่องรายการพอดแคสต์สร้างแรงบันดาลใจช่อง MarNoCap จากเด็กเกรดต่ำ สู่เจ้าของโปรแกรมโค้ชชิ่ง เขาเล่าว่าตัวเองไม่ใช่เด็กเรียนเก่ง เกรดเฉลี่ยอยู่ในระดับ C เกือบทุกวิชา ยกเว้นวิชาพลศึกษาที่ได้ A ด้วยผลการเรียนแบบนี้ โอกาสที่จะได้งานดี ๆ ในระบบมีน้อยมาก ประกอบกับเมื่อชีวิตมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญจากช่วงที่ครอบครัวประสบปัญหาการเงินอย่างหนัก หลังธุรกิจทัวร์ของคุณแม่ซึ่งเคยรุ่งเรืองต้องซบเซาลงจากผลกระทบของโควิด-19 จนเป็นหนี้หลายแสนบาท ทำให้เขาเห็นแม่ร้องไห้และทะเลาะกับพ่ออยู่บ่อยครั้ง สิ่งนี้กลายเป็นแรงผลักดันให้เขาอยากหาทางออกให้ครอบครัว เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาเริ่มจากการทำดรอปชิปปิง ตามด้วยการเทรด ก่อนจะลองรับงานเขียนคอนเทนต์การตลาด (copywriting) ส่งข้อความติดต่อลูกค้าหลายร้อยรายตั้งแต่อายุ 14 แต่ก็ล้มเหลวไม่มากก็น้อย กระทั่งเริ่มลองทำคลิปแรงบันดาลใจของตัวเองจนมีผู้ติดตามจำนวนมาก จึงหันไปศึกษาวิธีการทำคอนเทนต์ให้ไวรัลอย่างจริงจัง แล้วนำความรู้นั้นไปสอนคนอื่นในราคาเข้า
หากเอ่ยถึงร้านอาหารพื้นบ้านติดอันดับ Top 5 ที่ต้องมาเยือนเมื่อเดินทางมา จ.สุพรรณบุรี ชื่อของ “ร้านอาหารครัวกางนา” อ.สองพี่น้อง ย่อมอยู่ในใจของใครหลายคน ด้วยเสน่ห์อาหารไทยพื้นบ้านรสชาติต้นตำรับ บรรยากาศเรือนไทยสุดสง่างามกลางทุ่งนาร่มรื่น ตลอดจนบริการรีสอร์ทพักผ่อนครบวงจร แต่กว่าจะเติบโตเป็นแลนด์มาร์กบนเนื้อที่ 8 ไร่ในวันนี้ เส้นทางของ คุณภัทรภณ ล้อมมหาดไทย ต้องผ่านบททดสอบและวิกฤตมานับครั้งไม่ถ้วน ทั้งโดนไล่ที่ เจอน้ำท่วมซ้ำ แต่ไม่เคยถอดใจ จุดเริ่มต้น ‘ร้านอาหารครัวกางนา’ ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน คุณภัทรภณตัดสินใจลาออกจากงานประจำกลับบ้านเกิดที่สุพรรณบุรี เริ่มต้นทำร้านอาหารอีสานเล็กๆ ชื่อ “แซ่บอีสาน” แต่ธุรกิจกลับไม่เติบโต ซ้ำร้ายยังถูกไล่ที่ จนต้องมองหาทางรอดใหม่ โดยเปลี่ยนมาใช้พื้นที่นาของคุณแม่ และตั้งชื่อว่า “ครัวกางนา” โดยคำว่า “กาง” ในความหมายของคุณภัทรภณ คือการขยายให้เติบโตและใหญ่ขึ้น ทว่าในช่วงเริ่มต้น ครัวกางนาเป็นเพียงซุ้มมุงจากเล็กๆ มีพนักงานเพียง 2 คน และต้องเผชิญกับวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ถึง 2 ครั้ง ทั้งในช่วงปลายเดือนตุลาคม และน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 จนต้นไม้ตายหมด กลายเป็นครัวกลางน
