Video Content
ลบภาพจำเดิมๆ ว่า “โคล่าต้องซ่า” แล้วมาทำความรู้จัก “คราฟต์โคล่า” ของ “Oh! Avacola” แบรนด์เล็กแห่งย่านทรงวาด ที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยว เรื่องราวของ “คุณเพียงพลอย-รุจิยาทร โชคสิริวรรณ” ผู้ปลุกสูตรโคล่าเมื่อ 100 ปีก่อนในร้านขายยา กลับมาเล่าใหม่ในแบบคนยุคนี้ ผ่านคราฟต์โคล่าที่ใช้สมุนไพร 12 ชนิดจากร้านอากงอาม่าในชุมชนทรงวาด พร้อมหยิบเรื่องเล่าของ “ถนนอบเชย” ในอดีต มาถ่ายทอดผ่านรสชาติ ที่ตั้งใจเติบโตไปพร้อมกับชุมชน อ่านเรื่องราวเพิ่มเติม https://www.khaosod.co.th/sentangsedtee/featured/article_325096
ใครจะเชื่อว่าท่ามกลางย่านธุรกิจสุดหรูอย่างทองหล่อ จะมีพื้นที่ 250 ตารางวาที่ปฏิเสธเม็ดเงินมหาศาลกว่าร้อยล้านบาทเพื่อแลกกับการเป็น “พื้นที่ทางสังคม” ในช่วงแรก “สวนครูองุ่น” ถูกตั้งคำถามอย่างหนักว่าทำไมไม่นำไปทำธุรกิจให้คุ้มค่า แต่สำหรับ โซเฟีย-สิริพร สุขชูศรี ผู้จัดการสวนครูองุ่นและหัวหน้าโครงการสวนครูองุ่น ที่นี่คือการสืบทอดเจตจำนงของครูองุ่น มาริก ที่อยากให้ที่ดินผืนนี้เป็นประโยชน์ต่อผู้คน เธอจึงทลายกำแพงรั้วออกเพื่อบอกว่าที่นี่เป็นมิตรและพร้อมต้อนรับทุกคน โดยใช้เวลากว่า 3 ปีกว่าจะพิสูจน์ให้ชุมชนเห็นว่า พื้นที่สีเขียวที่ “ฟรี” และ “เข้าถึงง่าย” คือสิ่งที่คนเมืองโหยหาจริงๆ การทำมูลนิธิไม่ใช่แค่การรอรับบริจาค แต่ที่นี่ขับเคลื่อนด้วย “นวัตกรรมการแบ่งปัน” ผ่านร้านกาแฟและ Charity Shop ที่เปลี่ยนของบริจาคให้กลายเป็นทุนทรัพย์หมุนเวียน แม้ต้นทุนการดูแลสิ่งมีชีวิตในสวนจะสูง แต่ระบบนิเวศที่แข็งแรงนี้ทำให้สวนครูองุ่นพึ่งพาตัวเองได้ 100% จนกลายเป็น Sandbox และ Community สำคัญที่ดึงดูดทั้งอาสาสมัคร ศิลปิน และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังมากมายที่แวะเวียนมาปล่อยของและจัดกิจกรรมร่วมกัน เป้าหมายของสวนครูองุ่
“การได้เห็นแม่มีความสุข…ผมก็มีความสุข” “Happy Mum Happy Me” คาเฟ่ย่านนวมินทร์ 42 มีจุดเริ่มต้นมาจากการที่ลูกชายอยากจะเติมเต็มความฝันของแม่ที่อยากเปิดร้านอาหาร จึงทำการรีโนเวตบ้านร้าง 20 ปี ให้กลับมาสดใสอีกครั้ง วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปพูดคุยกับ คุณกุ๊ก-อำนวยสินธุ์ พุกรักษา ลูกชายที่ตั้งใจทำร้านนี้ให้กับ แม่กุ้ง-วรนุช แซ่ปั่ง ผู้ที่รักในการทำอาหาร ใส่ใจในทุกจาน เพื่อทำให้คนที่แวะเวียนมา รู้สึกเหมือนได้มาทานข้าวที่บ้าน เป็นรสมือแม่ ซึ่งตลอด 5 ปีที่ผ่านมาร้านนี้เป็นเหมือนการเติมไฟให้กับวัยเกษียณให้กับแม่กุ๊ก เพราะความสุขของแม่คือการทำอาหารให้ลูกๆ ทาน พิกัด : Happy Mum Happy Me ซอยนวมินทร์ 42เวลาทำการ : อังคาร-อาทิตย์ 09.30-17.30 น. (ปิดวันจันทร์)
จากแบรนด์สมูทตี้ สู่ “Woops Social Club” พื้นที่ของ “คอมมูนิตี้” ให้คนที่ชอบอะไรเหมือนกันได้มาเจอกัน ได้ทั้งเพื่อนใหม่ คอนเน็กชั่นใหม่ และโมเมนต์ดีๆ ที่ต่อยอดไปนอกสนามได้จริง “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ชวนไปพูดคุยกับ “ไอซ์-จักรภัทร มุ่งจิตภิญโญ และ ซันนี่-วีรสรณ์ ลิ้มเจริญ” จาก Woops Smoothie ถึงการสร้างโซเชียลคลับ ผ่านทัวร์นาเมนต์ เทนนิส ที่ออกแบบ “ประสบการณ์” ตั้งแต่ต้นจนจบ ให้คนที่มาได้ใช้เวลาอย่างคุ้มค่า แก้ Pain Point ของสายอเมเจอร์ ทั้งเรื่องการดีเลย์ จนกลายเป็นงานที่คนพร้อมบอกต่อ และกดสมัครเต็มภายในไม่กี่นาที สิ่งที่ได้กลับไป ไม่ใช่แค่การแข่งขัน แต่คือ “แรงบันดาลใจ” ให้หลายคนกลับไปใช้ชีวิตด้วยไฟที่มากขึ้น หลังจากได้มาเติมพลังในช่วงสุดสัปดาห์ กลายเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ Woops Social Club เติบโตจากกิจกรรมเล็กๆ สู่คอมมูนิตี้ที่คนอยากกลับมาเรื่อยๆ
ในโลกของธุรกิจอาหารออนไลน์ที่การแข่งขันสูง หลายคนอาจมองหากลยุทธ์หรือทฤษฎีทางการตลาดที่ซับซ้อน แต่สำหรับ “หม้อแม่จูน” จุดเริ่มต้นนั้นกลับเรียบง่ายมาก แต่ทว่าเธอทำอย่างไรให้ธุรกิจนี้กลายเป็นเมนูสุดไวรัล ออร์เดอร์ล้นกว่าหลักพันหม้อต่อวัน ย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้น คุณจูน-กษมา ศิลาชัย และ คุณเปิ้ล-นาคร ศิลาชัย เล่าให้เส้นทางเศรษฐีฟังว่า กว่าจะมาเป็นแกงไก่ร้อยล้านนั้นมาจากสูตรของครอบครัวที่เธอกินมาตั้งแต่เด็กๆ กระทั่งวันหนึ่งคุณจูนได้ฝันเห็นนิมิตบางอย่างที่หาคำตอบไม่ได้ แต่จำได้เพียงคำเดียวคือ “ต้องขายแกงไก่”
ในยุคที่การหารายได้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเป็นพนักงานประจำ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปพูดคุยกับ แทน-นพรุจ อังอติชาติ วัย 24 ปี ที่ต่อยอดต้นทุนจากการเป็นอินฟลูเอนเซอร์ ผู้ติดตามหลักล้านบนติ๊กต็อก สู่การปั้นธุรกิจกาแฟ Ease Up Coffee แม้ว่าการทำธุรกิจจะไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องเจอกับอุปสรรคมากมาย ที่ทำให้เขาต้องกลับมาตั้งหลักที่บ้าน ซึ่งจากวิกฤตที่เกิดขึ้นก็เป็นเหมือนประตูบานใหม่ เพราะเขามีการพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ยกเครื่องทำกาแฟมาเปิดดีลิเวอรีหน้าบ้าน พร้อมใช้สกิลการทำคอนเทนต์มาปั้นแบรนด์จนกลายเป็นกระแส สามารถสร้างรายได้กว่า 6 หลักภายในเวลาเพียงเดือนเดียว ซึ่งเป้าหมายถัดไปคือการชาเลนจ์ตัวเองให้สามารถทำยอดขายได้ 150 แก้วต่อวัน พิกัด : Ease Up Coffee สุขุมวิท 101/1 เวลาเปิด : 07.00-17.30 น . อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ : https://www.khaosod.co.th/sentangsedtee/featured/article_322510
เรื่องราวของ “แมวดิ้นเบเกอรี่” ร้านซาวร์โดว์เล็กๆ ของ “คุณเกรท-บัณฑิต เทียนรัตน์” อดีตนักข่าวที่ผันตัวมาเป็น “พ่อค้า” ขายขนมปังสุดฮิตตั้งแต่เมื่อ 5 ปีก่อน เขาตัดสินใจลงเรียนทำซาวร์โดว์และใช้เวลาฝึกทำร่วม 6 เดือน ก่อนใช้พื้นที่หน้าบ้านเป็นฐานการผลิต และขายออนไลน์ ถึงปัจจุบัน “แมวดิ้นเบเกอรี่” เติบโตขึ้นมากจากปีแรกที่เริ่มทำ เคยขายได้พีกสุด 700 ก้อนต่อเดือน และมีออร์เดอร์เฉลี่ย 400 ก้อนต่อเดือนจากการเปิดเตา 3 รอบต่อเดือน สลับสับเปลี่ยนกับการออกท่องเที่ยว ที่เขาเรียกว่า Work Health Balance เพื่อชาร์จแบตให้ตัวเองหลังทำงานหนัก นอกจากได้ชาร์จแบตแล้ว ยังได้ศึกษาการขนส่งของแต่ละจังหวัด แต่ละอำเภอที่เดินทางไป รวมถึงได้ลูกค้ากลับมา ทำให้ตอนนี้แมวดิ้นเบเกอรี่มีลูกค้าทั่วประเทศ สามารถสั่งซื้อได้ที่เพจ แมวดิ้นเบเกอรี่ อ่านบทความเพิ่มเติม https://www.khaosod.co.th/sentangsedtee/featured/article_322640
หากพูดถึงอาหารไทยในสายตาชาวโลก ภาพจำส่วนใหญ่อาจหยุดอยู่ที่ต้มยำกุ้ง ส้มตำ หรือผัดไทย แต่ในความเป็นจริงแล้ว “อาหารไทย” ยังมีมิติที่หลากหลายและเต็มไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวตามแต่ละพื้นที่ที่รอให้เราไปสัมผัส วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ เชฟปริญญ์ ผลสุข และ คุณธัญญพร จารุกิตติคุณ ผู้ก่อตั้งร้าน “สำรับสำหรับไทย” ร้านอาหารที่หยิบเอาตำราเก่าแก่ อย่าง แม่ครัวหัวป่าก์ มาปัดฝุ่นชุบชีวิตใหม่ เน้นชูวัตถุดิบตามฤดูกาลของแต่ละภาค เพื่อสืบสานรากเหง้าและภูมิปัญญาอาหารไทยดั้งเดิมให้ยังคงอยู่ โดยเมนูจะผลัดเปลี่ยนทุก 2 เดือน เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวและรสชาติที่หาทานได้ยากในปัจจุบัน สำหรับเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์นี้ เป็นการเสิร์ฟ “สำรับประชารสนิยม” ที่พาไปสะท้อนวัฒนธรรมอาหารพื้นถิ่นของเมืองลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ผ่านเมนูหาทานยากอย่าง ข้าวพันลับแล ลอดช่องเค็ม และขนมวง หากใครสนใจอยากไปลิ้มลองรสชาติ สามารถติดต่อได้ที่ Facebook : Samrub Samrub Thai สำรับสำหรับไทย เบอร์ : 099-651-7292
จากเด็กหาดใหญ่ที่ตัดสินใจเดินตามความฝันในสายเชฟ เรื่องราวของ คุณดาร์กอน-ณชชนน ชูไพบูลย์ และ คุณอลิน่า-ณิชารัศม์ รุจิธีระพัฒน์ เจ้าของร้าน Augusta Fresh Pasta ที่ได้แบ็กแพ็กไป อิตาลี เรียนทำพาสต้าเส้นสดกับเชฟท้องถิ่นในบ้านของคุณยายที่สืบทอดสูตรมากว่า 60 ปี กลายเป็นจุดประกายให้เขาอยากนำรสชาติพาสต้าแท้ๆ กลับมาเปิดร้านในไทย ความต่างของพาสต้าอิตาเลียนคือ เส้นที่หอม หนึบ และกรึบแบบ “อัลเดนเต้” โดยนวดแป้งสดใหม่ทุกวัน และรีดเส้นโชว์ทุกจาน เพื่อยืนยันว่าเป็นเส้นสดทำใหม่จริง วัตถุดิบหลายอย่างนำเข้าจากอิตาลี ทำให้แม้แต่ ลูกค้าชาวอิตาลีกว่า 90% ที่มาลองชิมยังบอกว่า “รสชาติเหมือนบ้านเขาเลย” ร้านเล็กๆ ที่เริ่มต้นด้วยทุนเพียง 45,000 บาท วันนี้กลายเป็นไวรัลจนเคยทำสถิติ 287 ออร์เดอร์ต่อวัน ลูกค้าต่อคิวรอ 3–4 ชั่วโมง ก็ยังยอม เพราะคุณภาพที่ตั้งใจทำทุกจาน จนได้รับคำชมจากเชฟชื่อดังหลายคน
“ลาบเสียบ” ร้านกับแกล้มอีสานสไตล์อิซากายะ ของ “ฝ้าย-อาทิตย์ มูลสาร” ศิลปิน นักวิชาการ และพ่อค้าที่หลอมรวมแพสชันและวัฒนธรรมวงเหล้าอีสานเข้าไว้ด้วยกัน ฝ้ายเริ่มต้นร้านนี้ด้วยแนวคิดเรียบง่าย แค่ “อยากทำกับแกล้ม” ไว้ที่ร้านคราฟต์เบียร์อีกหนึ่งธุรกิจของเขา ในช่วงที่กระแสหม่าล่าจากจีนกำลังฮิตในเมืองไทย แต่สำหรับฝ้าย หม่าล่ากลับไม่ตอบโจทย์สายดื่ม เพราะความเผ็ดชาทำให้ลิ้นไม่สามารถรับรู้รสชาติของเครื่องดื่มได้เต็มที่ เขาจึงหยิบ “อาหารของความทรงจำ” จากวงเหล้าอีสานในยุคพ่อแม่ ไม่ว่าจะเป็น ลาบ ก้อย ซอยจุ๊ หรือหมกหน่อไม้ มาตีความใหม่ในรูปแบบ “เสียบไม้” เปลี่ยนหน้าตาและเทกซ์เจอร์ให้ร่วมสมัย โดยยังคงให้เกียรติรากเหง้าและวัตถุดิบดั้งเดิมอย่างครบถ้วน ลาบเสียบ เปิดสาขาแรกที่ซอยวัดลาดปลาดุกใกล้บ้านของฝ้าย ร้านเล็กๆ ที่เปรียบเสมือนสตูดิโอให้เขาได้คิดไอเดียและรังสรรค์เมนูใหม่ๆ ก่อนตกผลึกเป็นสูตรจริงจัง ต่อมาคือสาขาจิม ทอมป์สัน อาร์ต เซ็นเตอร์ ที่กลายเป็นพื้นที่สำหรับต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองไปโดยปริยาย ด้วยทำเลซึ่งมีนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติแวะเวียนมาไม่ขาด และสาขาที่สาม สาทร ซึ่งวางตำแหน่งเพื่อหนุ่มส
