ดวง 4 ราศี มีโหงวเฮ้งเป็นเศรษฐี จากนี้ไปมีโชคแบบไม่คาดฝัน
ในช่วงนี้ ดวง ชะตาของใครหลายคนมีการเปลี่ยนแปลง โดยอาจเปลี่ยนแปลงทั้งในทางที่ดีและเปลี่ยนแปลงในทางที่ต้องระมัดระวัง
อาจารย์ออย จากเฟซบุ๊กเพจ ดูดวง&ทายนิสัย เผย 4 ราศี มีโหงวเฮ้งเป็นเศรษฐี เหน็ดเหนื่อยมานาน จากนี้ไปจะมีโชคแบบไม่คาดฝัน ได้รับมรดก รวยแบบไม่ตั้งใจ
สำหรับดวง 4 ราศี ประกอบด้วย ราศีกุมภ์ ราศีสิงห์ ราศีกันย์ ราศีตุลย์ โดยทั้ง 4 ราศี มีโหงวเฮ้งเป็นเศรษฐี เหน็ดเหนื่อยมานาน จากนี้ไปจะมีโชคแบบไม่คาดฝัน ได้รับมรดก รวยแบบไม่ตั้งใจ

Latest Posts
จาก “ชาเย็น” สู่ “ชาเขียว” สร้างปรากฏการณ์ชาเย็นที่จริงใจเสร็จ แบรนด์ก็หันมาปั้นชาเขียวต่อ “ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน” คือแบรนด์ชาไทยที่เคยสร้างปรากฏการณ์ฮิตบนหน้าฟีดโซเชียลมาแล้ว โดยช่วงนั้นชาไทยเป็นเครื่องดื่มที่กำลังอยู่ในกระแส คนกำลังนิยมอย่างมาก หันไปทางไหนก็เจอเมนูชาไทย ทั้งเค้กชาไทย ไอศกรีมชาไทย ชานมไข่มุกชาไทย และหนึ่งในแบรนด์ที่ทำให้คนรักชาไทยต้องพูดถึงบ่อย ๆ คือ “ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน” ด้วยการทำชาเย็นที่เข้มข้นถึงรสชาเย็นแท้ ทำให้คนรักเมนูนี้ต่างก็ยกให้แบรนด์ “ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน” (everyday.thai.tea) เป็นแบรนด์หนึ่งในดวงใจ เมนูซิกเนเจอร์ของร้านนี้เป็นที่รู้จักกันดี ทั้ง ‘สลัชชี่ชาไทย’ และ ‘ชาเย็นรสเข้มข้น’ ดำเนินการโดย บริษัท เบทเทอร์บีมฟู้ด จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งไปเมื่อ 13 ก.ค. 2566 ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ในปี 2566 รายได้รวม 14 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2.5 ล้านบาท แต่นอกจากฉันจะกินชาเย็นทุกวัน ปีที่ผ่านมายังได้แตกแบรนด์โกโก้-กาแฟ แบรนด์ “เข้ม” เสริมแกร่งให้พอร์ตโฟลิโอ กระทั่งเมื่อ April Fool’s Day แบรนด์ได้ร่วมล้อไปกับกระแสแกล้งผู้บริโภคว่าจะเปิดแบรนด์น้องใหม่ “ฉันจะกินชาเขียวทุกวัน
วุ้น ขนมหวานคลายร้อนที่หาทานได้ทั่วไป เมื่อก่อนมีอยู่ไม่กี่รสให้เลือกทาน เช่น วุ้นน้ำแดง วุ้นกะทิ และวุ้นมะพร้าวน้ำหอม แพ็กเกจของวุ้น จะเป็นถ้วยเล็กๆ ทรงเรขาคณิตบ้าง ทรงรูปสัตว์บ้าง ซึ่งเป็นแบบธรรมดาทั่วไป ปัจจุบัน ผู้ประกอบการหลายคน เกิดไอเดียนำส่วนผสมต่างๆ อาทิ ขนมไทย ผลไม้ไทย มาเป็นส่วนผสม เกิดเป็นรสชาติใหม่ๆ ให้ผู้บริโภคได้ลอง อีกทั้งมีการคิดพัฒนาแพ็กเกจให้มีความโดดเด่น เพื่อสร้างความแปลกใหม่ให้แก่ผู้บริโภค และเพิ่มมูลค่าของสินค้า ที่ตลาดนัดแถวศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ หน้าร้านร้านหนึ่ง มีลังโฟมใส่กล่องลูกชิ้น แต่ที่แปลกคือ ทำไมถึงแช่ไว้บนน้ำแข็ง จึงเดินเข้าไปดูใกล้ๆ กลับไม่ใช่ลูกชิ้นอย่างที่คิด เป็นวุ้นเสียบไม้แทนเสียนี่ “วุ้น*ชิ้น*สด” คือชื่อของวุ้นหน้าตาแปลกใหม่นี้ มีสองสามีภรรยาเป็นเจ้าของแบรนด์ คือ คุณนุ่น-วิภาดา มินาลัย อายุ 43 ปี และ คุณก๊อก-เจษฎา โยธาปาน อายุ 44 ปี คุณนุ่นเล่าให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟังว่า เธอจบนิเทศศาสตร์ ส่วนสามีจบบริหารธุรกิจ เมื่อก่อนทำงานประจำ แต่ตอนนี้เป็นฟรีแลนซ์ทั้งคู่ โดยคุณก๊อก สามีของคุณนุ่นเป็นคนชอบทำอาหาร ทำขนมจุกจิก จึงคิดอยากจะทำวุ้นข
กระแสอาหารไทยโบราณยังแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมนูประจำฤดูร้อนอย่าง “ข้าวแช่นารา” ของ NARA Thai Cuisine ที่สร้างยอดขายกว่า 10,000 เซ็ต ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน กลายเป็นเมนูอันดับหนึ่งของร้านในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ภายใต้แคมเปญ “สำรับไทย..ไว้ใจนารา” หรือ TASTE NARA – TASTE OF THAILAND ตอกย้ำจุดยืนการยกระดับอาหารไทยสู่มาตรฐานสากล ผ่านการนำเสนอสำรับไทยโบราณในรูปแบบร่วมสมัย เบื้องหลังความสำเร็จของ ข้าวแช่นารา โดยปีนี้นาราไทย คูซีน ยังได้นางเอกซุปตาร์อย่าง ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ เป็นตัวแทนถ่ายทอดเสน่ห์สำรับไทยประจำฤดูกาล ผ่านเมนู ‘ข้าวแช่นารา’ จนสามารถขยายฐานกลุ่มนักชิมสู่คนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น ปลุกกระแสความนิยมอาหารไทยโบราณให้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง นอกจากกระแสตอบรับจากนักชิมชาวไทยแล้ว ล่าสุดยังได้รับความสนใจจากบุคคลระดับโลก เมื่อ จูเลีย มอร์ลีย์ ประธานและซีอีโอองค์กรมิสเวิลด์ พร้อมด้วย ปิยาภรณ์ แสนโกศิก หรือ แม่ปุ้ย TPN ผู้ถือลิขสิทธิ์เวทีประกวด Miss World Thailand และเวทีนางงามระดับนานาชาติ ร่วมรับประทานอาหารไทย โดยมี คุณยีน-สิริโสภา จุลเสวก ผู้บริหารนารา กรุ๊ป ให้การต้อนรับที่ร้านนาราไท
“เช้าสวมบูทลุยฟาร์ม เย็นสวมไข่มุกรับลูกค้า” เรื่องราวของ New Chepter อย่างเพนนี โบเวอร์ส-เชบัล (Penny Bowers-Schebal) หญิงแกร่งวัย 55 ปี ผู้เปลี่ยนบทบาทจากเกษตรกรเลี้ยงแพะในเมืองลับตาคน ให้กลายเป็นเจ้าของธุรกิจชุดเจ้าสาวที่สร้างรายได้หลักสิบล้านบาทต่อปี Business Model ที่เฉียบคม เปลี่ยน “ความไร้ค่า” ให้เป็น “มูลค่ามหาศาล” ท่ามกลางทุ่งหญ้าในออสตินเบิร์ก รัฐโอไฮโอ เพนนีเริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยการดูแลแพะและนกยูง ก่อนจะขับรถเพียง 7 นาทีเข้าสู่ตัวเมืองเพื่อสวมบทซีอีโอแห่ง Formality Bridal ร้านชุดเจ้าสาวที่ตั้งตระหง่านอยู่ในโบสถ์เก่าสุดคลาสสิก หัวใจของธุรกิจนี้คือ Smart Strategy เพนนีมองเห็นช่องว่างในอุตสาหกรรมวิวาห์ เธอรับซื้อชุดตัวอย่างจากรีเทลเลอร์ยักษ์ใหญ่ทั่วอเมริกา แล้วนำมาจำหน่ายต่อในราคาที่ใครก็เอื้อมถึง ไม่เกิน 999 ดอลลาร์ (ราว 35,000 บาท) ซึ่งถูกกว่าราคาตลาดเกือบเท่าตัว เธอบริหารความเสี่ยงอย่างเหนือชั้นด้วยการสร้างพันธมิตรกับร้านค้าที่อยู่ไกลออกไป เพื่อไม่ให้กลายเป็นคู่แข่งกันเอง กลายเป็นโมเดลธุรกิจที่วิน-วินทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ความสำเร็จที่วัดจาก “ความสุข” ไม่ใช่แค่ “ตัวเลข” แม้ตั
