PR News หลักสูตรเรียนฟรี

ถึงเวลาลำไยเอาอย่างทุเรียน พัฒนาเกรดเอขึ้นแท่นแชมป์ส่งออก

ถามว่าทำไมเมืองไทยถึงติดอันดับท็อปฮิตระดับต้นๆ ของประเทศที่ได้รับความนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก นอกเหนือจากธรรมชาติที่โดดเด่นเป็นที่ดึงดูดให้ต้องมาเยือนสักครั้งแล้ว ยังมีอาหารการกิน ผลไม้ไทยอันเป็นที่ติดอกติดใจของชาวต่างชาติ ดูอย่างทุเรียน ที่สร้างปรากฎการณ์ขายกระจุย ทำรายได้เข้าประเทศแตะระดับแสนล้านแล้ว

ผลไม้อื่นๆ ก็น่าจะสร้างผลงานแบบเดียวกันได้ไม่ยาก ถ้าคนไทยสามารถพัฒนาคุณภาพให้ดี เป็นที่ถูกอกถูกใจไปทั่วโลก 

ลำไย ถือเป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่ ณธกฤษ เอี่ยมสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพลททินัม ฟรุ๊ต จำกัด ผู้ส่งออกผลไม้สดเกรดพรีเมี่ยมรายใหญ่ของไทย เชื่อว่ายังมีโอกาสเติบโตที่ยังเปิดกว้างอยู่มาก ด้วยคุณสมบัติของรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ และการมี shelf life ที่ยาวนานกว่าทุเรียน มังคุด จึงเอื้อต่อการส่งออกเป็นอย่างยิ่ง โดยมองว่ามีโอกาสโตได้เหมือนทุเรียนเลยทีเดียว 

“ผมมั่นใจว่าประเทศไทย คือ ผู้ส่งออกลำไย น่าจะเป็นอันดับ 1 เพราะเราแทบไม่มีคู่แข่ง อาจมีเวียดนามบ้าง หรือ จีนที่เคยปลูกแต่ก็แทบไม่ปลูกแล้วฉะนั้นลำไยมีโอกาสเติบโตเหมือนทุเรียน  และทุเรียนในวันนี้แม้มีคู่แข่ง แต่เราก็ยังขายได้เหนือกว่าเพราะคุณภาพทุเรียนเราดี ดังนั้นลำไยก็เช่นกันถ้าทำเกรดส่งออกให้มีคุณภาพก็ไปได้ และเชื่อว่ายังโตได้อีกมากถ้านำสินค้าเข้าไปถูกตลาด โดยเฉพาะลำไยสดช่อคุณภาพเกรด AA และ A”  ณธกฤษ กล่าว

ปัจจุบัน แพลททินัม ฟรุ๊ต เป็นผู้ส่งออกลำไยลำดับต้นๆ ของไทย มีปริมาณการส่งออกลำไยสดและลำไยแกะเม็ดแช่แข็ง รวมปีละกว่า 20,000 ตัน มีตลาดหลัก คือ สาธารณรัฐประชาชนจีน และอินโดนีเซียที่แพลททินัม ฟรุ๊ต ถือเป็นผู้ส่งออกลำไยรายใหญ่สุดที่นั่น และประเทศล่าสุดที่เข้าไป คือ อินเดีย โดยแต่ละประเทศล้วนมีจำนวนประชากรสูงซึ่งจะสัมพันธ์ไปกับปริมาณการบริโภคอย่างมีนัยสำคัญ และปีนี้บริษัทฯ ตั้งเป้าจะส่งออกลำไยให้ได้มากกว่าปีที่แล้ว 50% โดยมีโรงงานลำไยรองรับการส่งออก 4 แห่ง ที่อำเภอจอมทอง เชียงใหม่ อำเภอป่าซาง ลำพูน อำเภอสอยดาว จันทบุรี และล่าสุดคือที่สระแก้วเพิ่งเปิดเมื่อปลายปี 2566

ส่งออกลำไยปีละกว่า 20,000 ตัน

 

กลยุทธ์ของแพลททินัม ฟรุ๊ต จะเน้นเจาะตลาดระดับบนของกลุ่มที่มีกำลังซื้อในแต่ละประเทศ เพื่อกระตุ้นให้เกิดค่านิยม เกิดความต้องการอยากกินกระจายไปในวงกว้าง ซึ่งณธกฤษบอกว่าการใช้วิธีนี้ ถ้าจะทำได้สินค้าต้องดีจริง ต้องพรีเมี่ยมจริง ซึ่งตรงนี้เขามั่นใจเพราะผลไม้ของแพลททินัม ฟรุ๊ต จะต้องผ่าน Global standard ตั้งแต่การคัดเลือกผลไม้จากสวนที่ได้มาตรฐาน GAP และ Global GAP ผ่านการผลิตในโรงงานที่ได้มาตรฐานการผลิต อาทิ HACCP, GMP, GHP, DOA, และ Halal พร้อมบริการขนส่งที่มีการตรวจสอบคุณภาพเพื่อรักษาความสดทุกลูก

ลำไยเกรดบน เกรดล่าง ราคาต่าง 3 เท่าตัว

ณธกฤษ ขยายความต่อมาว่า เรื่องคุณภาพมีผลต่อความคุ้มทุนของผู้ส่งออกเป็นอย่างมาก เพราะโลจิสติกส์มีต้นทุนการจัดการค่อนข้างสูงอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าเอาลำไยลูกเล็ก เกรดล่างที่ราคาถูกกว่าเกรด AA และ A เกือบ 3 เท่าส่งออกไปในปริมาณที่เท่ากัน แน่นอนว่านั่นจะไม่คุ้มทุน ฉะนั้นผู้ประกอบการก็ต้องกลับมามองว่าจะทำอย่างไรให้ชาวสวนได้ผลผลิตลูกใหญ่ ดังนั้นผู้ประกอบการต้องร่วมมือกับภาครัฐ ส่วนภาครัฐก็ต้องสนับสนุนส่งเสริม กระจายความรู้ให้เกษตรกรว่าผู้ประกอบการต้องการลำไยลูกใหญ่ ฉะนั้นต้องทำอย่างไร ทั้งการให้ปุ๋ยให้น้ำแต่ละพื้นที่ควรให้อย่างไร การดูแลรักษาบำรุงต้นต้องทำอย่างไร 

เรื่องนี้ทาง แพลททินัม ฟรุ๊ต เองก็มีโครงการที่จะมีส่วนสนับสนุนด้วยเช่นกัน เพราะบริษัทฯ มีการรับซื้อลำไยสดจากหลายแหล่ง ซึ่งโรงงานแต่ละแห่งจะไม่ใช่จุดรับซื้ออย่างเดียว แต่จะมีการช่วยพัฒนาชาวสวนไปในตัวด้วย โดยจะส่งทีม R&D เข้าไปให้ความรู้ว่าแต่ละพื้นที่ของชาวสวนอาจจะให้ปุ๋ยไม่เหมือนกัน เพราะฤดูกาลเก็บเกี่ยวไม่เหมือนกัน ฉะนั้นระยะเวลาการให้ปุ๋ย คุณภาพดิน ความลาดชันต่างกัน การให้น้ำให้ปุ๋ยก็ต่างกัน ซึ่งจะส่งทีมเข้าไปเจาะถึงแต่ละพื้นที่แต่ละโซนเลยว่าต้องทำอย่างไร ให้น้ำอย่างไร เพื่อให้ได้ผลผลิตลูกใหญ่ เกรดส่งออก 

ลำไยเกรดส่งออก

พร้อมพาไปดูงานที่อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ให้เห็นวิถีการทำลำไยเชิงอุตสาหกรรม ว่ามีกระบวนการขั้นตอนแบบใดที่จะทำให้ได้ผลผลิตตามคุณภาพการส่งออก นำองค์ความรู้มายกระดับคุณภาพสวนลำไยของตนเอง โดยเฟสแรกเริ่มไปแล้วกับชาวสวนลำไย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน บนพื้นที่ 150 ไร่ และล่าสุดคือชาวสวนลำไยอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่

 “ลำไยเกรดส่งออกที่บริษัทฯ รับซื้อจะเน้นลูกใหญ่ ผิวสวย เต็มเกรดเพราะตลาดจีนจะชอบเป็นพิเศษ ส่วนในอินโดนีเซียเน้นลูกใหญ่เป็นหลัก แต่การที่เราจะได้ผลไม้คุณภาพที่ดีไปสู่ปลายทาง นั่นหมายถึง ต้นทางต้องดี นั่นคือ “เกษตรกร” ดังนั้นสิ่งสำคัญที่แพลททินัม ฟรุ๊ต ทำคือ เข้าไปเติมความรู้ให้กับชาวสวนเพื่อพัฒนาลำไยให้ได้คุณภาพตาม “มาตรฐาน” ความต้องการของผู้บริโภค โดยทั้งหมดนี้ที่ทำไปเราไม่ได้มุ่งเน้นแค่ในเชิงธุรกิจ แต่ต้องการดูแลเกษตรกรให้เติบโตยั่งยืนไปด้วยกันทั้งระบบ”

ลำไยแกะเนื้อแช่แข็ง โอกาสใหม่ผ่าทางตันราคา

อีกหนึ่งปัญหาสำคัญของลำไยไทย  คือ ปัญหาผลผลิตลำไยภาคเหนือล้นตลาด ราคาต่ำในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิต ณธกฤษมองว่า นี่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทุกปี ต้องแก้ด้วยการส่งออก โดยแพลททินัม ฟรุ๊ต หาตลาดมารองรับทั้งในจีน อินโดนีเซีย อินเดีย หรือ ทางยุโรป เพื่อจะช่วยเกษตรกรระบายผลผลิตตั้งแต่ต้นฤดูกาล รักษามาตรฐานราคาให้อยู่ในขอบเขตที่เหมาะสมแต่ปริมาณความต้องการของตลาดปลายทาง จะสะท้อนกลับมาที่เรื่องคุณภาพ ขนาดของลูก เพราะว่าลูกใหญ่ผิวสวย สามารถส่งออกขายได้ในราคาสูงกว่าและปลายทางก็พร้อมรองรับ ดังนั้นต้องเกิดจากความร่วมมือของ 3 ภาคส่วน คือ ภาครัฐ เอกชน เกษตรกร ต้องมีความเข้าใจที่ตรงกันตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ขณะเดียวกันการทำลำไยสดแกะเนื้อแช่แข็ง เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าในช่วงล้นตลาด ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจเพราะเทรนด์การบริโภคในอนาคตของวัยรุ่นต่างประเทศจะหันมาดื่มน้ำผลไม้สดกันมากขึ้น ดังนั้นลำไยจะเป็นตัวเลือกหนึ่งที่เค้าใช้

“ประสบการณ์ในธุรกิจส่งออกทุเรียน พบว่าชาวสวนทุเรียนได้พัฒนาเป็นอุตสาหกรรมเกษตรแล้ว มีความตั้งใจที่จะพัฒนาให้เป็นคุณภาพส่งออก รวมถึงทางภาครัฐก็ได้มีพิธีสารระหว่างประเทศกับจีนที่ทำให้เกิดทุเรียนแกะเนื้อแช่แข็ง ซึ่งเป็นวิธีเพิ่มมูลค่าในช่วงทุเรียนล้นตลาด ดังนั้น ลำไยก็อาจทำโมเดลนี้เช่นกัน ลำไยคือการส่งออกของสด สมมติว่าเราได้ของมาตรฐานที่ดีแล้ว ราคาดีแล้ว แต่อาจมีช่วงที่ล้นตลาดจริงๆ ฉะนั้นเราอาจต้องมีพิธีสารที่จะสามารถส่งออกลำไยแกะเนื้อแช่แข็งไปยังประเทศที่พร้อมรองรับเราได้เหมือนทุเรียน ก็จะเพิ่มช่องทางการส่งออกลำไย”

Related Posts

“ยาดมโป๊ยเซียน” รุกกิจกรรม CSR เต็มสูบ ปีที่ 90 จัดเต็ม! ตอบแทนสังคมทุกมิติ