ผักบุ้งจีน เปลี่ยนชีวิต จากรับจ้างเข็นผักสู่เกษตรกร รายได้ไม่ขาดมือ หลักแสนต่อเดือน
แม้ผักบุ้งจีนจะได้รับความนิยมมากในกลุ่มผู้บริโภคไทย แต่ด้วยราคาที่ไม่คงที่ของตลาด มักแปรผันไปตามปัจจัยที่คุมไม่ได้ตลอดเวลา และยังต้องส่งผ่านผลผลิตให้พ่อค้าคนกลาง บางครั้งทำให้รายจ่ายของต้นทุนไม่พอกับรายรับที่ได้มา จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการปลูกเอง ขายเอง เพื่อเป็นการเสริมสร้างรายได้ให้มั่นคง และอยู่รอดต่อไป
คุณวรวิทย์ ศิริกรรณิกา วัย 32 ปี เล่าให้ฟังว่า ก่อนมาปลูกผักบุ้งจีนขาย เคยรับจ้างเข็นผักที่ตลาดสี่มุมเมืองมาก่อน
“ตอนนั้นผมอายุ 20 กว่าๆ ก็เริ่มมารับจ้างเข็นผัก ทำอยู่ประมาณ 4 ปี ก็มาเจอภรรยา เขามาขายผักบุ้งจีนกับแม่ที่ตลาดนี้ พอแต่งงานกัน เลยผันตัวมาเป็นเกษตรกรเต็มตัว จากวันนั้นถึงวันนี้ก็เกือบ 10 ปีแล้ว”

ก่อนเล่าต่อว่า
“สมัยก่อนที่ครอบครัวภรรยาเริ่มต้นธุรกิจนี้ ก็ยังไม่ได้ขยายใหญ่โตเท่าทุกวันนี้ พอได้มาช่วย ก็มีหัวเรี่ยวหัวแรงเพิ่ม สามารถสลับกันมาขายได้ ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ปัจจุบันทั้งปลูกเองด้วยและมีลูกสวนอยู่ประมาณ 40 ไร่
ปลูกแต่ผักบุ้งจีน อย่างเดียว พื้นที่ปลูกอยู่ที่ อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา สามารถทยอยตัดผลผลิตมาขาย ยกตัวอย่างปลูก 10 ไร่ จะได้ผักบุ้ง 10 ร่อง 1 วันเก็บเกี่ยว 7.5/10 ร่อง จะได้ราว 1.5 ตัน หรือ 300 มัด (1 มัด = 5 กิโลกรัม) ต่อวัน สำหรับระยะเวลาที่ปลูก อยู่ที่ 20 วัน ก็เก็บเกี่ยวผลผลิตขายได้” คุณวรวิทย์ แชร์ให้ฟัง

เคล็ดลับการปลูกและการเก็บเกี่ยว
คุณวรวิทย์ เล่าต่อถึงเคล็ดลับการปลูกและการเก็บเกี่ยวผักบุ้งจีน คือการรดน้ำ ที่ต้องให้ในปริมาณที่พอดี ควรรดน้ำทุกวัน วันละ 1-2 ครั้ง แต่ถ้าวันไหนฝนตก ก็ไม่จำเป็นต้องรดน้ำ สิ่งที่สำคัญ อย่าให้ผักบุ้งจีนขาดน้ำ เพราะจะทำให้ขาดการเจริญเติบโต และห้ามรดน้ำเยอะเกินไปจนน้ำขัง เพราะทำให้ผักของเราไม่ได้คุณภาพ ไม่น่ารับประทาน และราคาตก
สำหรับผักบุ้งจีนที่พร้อมเก็บเกี่ยว อายุเฉลี่ยประมาณ 25-30 วัน หรือต้นสูงประมาณ 30-35 เซนติเมตร ก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว ที่สำคัญ ก่อนเก็บเกี่ยวควรรดน้ำแปลงดินให้ชุ่ม เพื่อการเก็บเกี่ยวที่ง่ายขึ้น ทำให้รากผักบุ้งจีนไม่ขาดมาก สะบัดดินออก และนำไปล้างน้ำอีกรอบ ไม่ควรนำผักบุ้งไปตากแดด เพราะจะทำให้ผักบุ้งเหี่ยว จัดการมัดผักบุ้งเป็นมัดๆ และนำไปจำหน่ายต่อไป

ลูกค้าคือใคร และรายได้เป็นอย่างไร
เกษตรกรหนุ่ม แชร์ให้ฟังว่า ลูกค้าหลักคือ กลุ่มรถเร่ 40% ร้านอาหาร 40% และอีก 10% เป็นลูกค้าแผงผักที่มารับไปขายต่อ รายได้เฉลี่ยอยู่ที่วันละ 20,000-30,000 บาท (ยังไม่หักต้นทุน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ)
ราคาผักบุ้งจะขึ้นลงในแต่ละวัน ส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับจำนวนผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้ ส่วนพวกปัจจัยอื่นๆ เช่น น้ำมันขึ้น ค่าครองชีพขึ้น ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเอามาบวกเพิ่ม อยากจะช่วยลูกค้า เป็นไปได้จะไม่ค่อยขึ้นราคานอกจากจำเป็นจริงๆ ต้นทุนไม่ได้แล้วถึงจะขึ้น
สำหรับราคาผักบุ้งจีน เกรดดีที่สุด ราคาเฉลี่ยประมาณมัดละ 80 บาท ตกกิโลกรัมละ 16 บาทเท่านั้น (ราคา ณ วันที่ 1 สิงหาคม 2567)
วิธีดูคือ ต้นต้องสวย และดูตรง ข้อ ต้องมีจำนวนน้อย ไม่ถี่ ไม่มีรอยช้ำ ปล้องของต้นจะยาว ส่วนใบ ต้องไม่มีจุด ไม่เหลือง ไม่มีราแป้ง
ส่วนเกรดที่ถูกที่สุด ส่วนใหญ่จะมีคนเหมาเอาไปเป็นอาหารให้ปลา จะอยู่ที่มัดละ 10 บาท เฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 2 บาทเท่านั้น
พิกัด อาคารรถผัก ทะเบียนรถ บร 60 หรือ บท 2475 ช่องทางการติดต่อ สามารถโทรสอบถามได้ที่ คุณอ๊อด 081-399-7737
