บริษัท ฟลอร่า กรุ๊ป จับมือ ดิดิเย่ร์ ตระกูลเภสัชกรผู้ผลิตยามากกว่า 340 ปี จากประเทศเยอรมนี ร่วมเปิดตัวแบรนด์ Divita อย่างเป็นทางการ นำ 3 ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารพรีเมียมอวดโฉม ภายในงาน Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2025 การันตีสูตรคิดค้นจากแพทย์นักวิจัยคนไทย
คุณชนัดดา หยิบเจริญพร กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้ง บริษัท ฟลอร่า มัลติ โซลูชั่นส์ จำกัด เจ้าของลิขสิทธิ์แบรนด์ Divita แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย กล่าวว่า ฟลอร่า กรุ๊ป คือ ผู้คิดค้น วิจัยและพัฒนาสูตร เครื่องดื่ม ยาและเวชภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยจากเยอรมนี พร้อมขอใบอนุญาตแบบครบวงจร มุ่งสร้างระบบให้แบรนด์เป็นส่วนหนึ่งของเทรนด์โลกด้านสุขภาพแบบองค์รวม ที่มีจุดยืนชัดเจนด้าน Precision Health Supplement หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เน้นความแม่นยำทางวิทยาศาสตร์ ด้วยการเลือกใช้เทคโนโลยีเฉพาะทาง Transfer-in-Engine และ Slow Release ในการควบคุมโมเลกุลสารอาหารให้ซึมผ่านสู่ร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ผลิตภัณฑ์เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนไทยและเอเชีย
ภายใต้กลยุทธ์หลักคือ การใช้นวัตกรรมและการวิจัย และล่าสุด ฟลอร่า กรุ๊ป (Flora Group) ได้ร่วมกับ บริษัท Didier Pharma GmbH จากประเทศเยอรมนี เปิดตัวแบรนด์ Divita ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้องใหม่จากเยอรมนี พร้อมบุกตลาดสุขภาพในเมืองไทยและภูมิภาคเอเชีย โดยมีผู้บริหาร Mr.Jonn-Daniel Didier, CEO ของ Didier Pharma GmbH ร่วมงานครั้งนี้
แบรนด์ Divita เป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญตระกูลเภสัชกร ที่มีเรื่องราวความเป็นมาของตระกูล Didier นักทำยาจากเยอรมนี มากกว่า 340 ปี ปัจจุบันใช้เทคโนโลยีการผลิต และได้รับการรับรองจากมาตรฐานระดับโลก เช่น IFS Food, USDA Organic, Halal, Free of Top 8 Allergens ที่การันตีภายใต้สูตรคิดค้นจากแพทย์นักวิจัยคนไทย นำโดย ดร.นพ.ชำนาญ หยิบเจริญพร เป็นผู้ที่ได้จดสิทธิบัตร PhD.md formulated และ ฟลอร่า กรุ๊ป (Flora Group) เป็นบริษัทหนึ่งเดียวที่ถือเอกสิทธิ์ในโลโก้ และยังได้รับอนุญาตจาก Didier ให้ใช้สิทธิได้แต่เพียงผู้เดียว ทั้งในส่วนการรับทำสูตรเสริมอาหาร และเครื่องสำอางจากยุโรปอีกด้วย
“ในฐานะที่เป็นพาร์ตเนอร์ เราได้เปิดตัวแบรนด์ Divita ภายในงาน Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2025 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าเพื่อธุรกิจความงามระดับโลก ศูนย์กลางการพบปะ แลกเปลี่ยน และเจรจราธุรกิจใจแวดวงธุรกิจความงามจากผู้ประกอบการ ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าทั้งจากไทยและต่างประเทศทั่วโลก ที่จะมาพบกันภายในงานนี้ นับเป็นโอกาสดีที่บริษัทฯ จะได้แนะนำแบรนด์ Divita
พร้อมด้วยการเปิดตัว 3 ผลิตภัณฑ์ คือ 1. Divita A-Z plus Minerals with Lutein16mg (from Marigold) & Q10 (30mg) วิตามินและแร่ธาตุรวม 27 ชนิด + Lutein & Q10 เหมาะกับคนทำงาน นักศึกษา และสาย productivity 2. Divita Caviar Plus ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากสารสกัดเซราไมด์จากคาเวียร์ และ Hydrorized Collagen ผลิตภัณฑ์ที่ดูแลเกี่ยวกับผิวพรรณ และสุขภาพผิว และ 3. Divita Forte Collagen Shot คอลลาเจน Type II แบบ Shot ผลิตภัณฑ์ ช่วยบำรุงข้อต่อ ลดการอักเสบ เหมาะสำหรับคนอายุ 35+ ผู้สูงอายุ นักกีฬา และสายออกกำลังกาย”
“เราไม่ได้มองประเทศไทย เป็นแค่ประเทศผู้บริโภค แต่เป็นศูนย์กลางแห่งการสื่อสารคุณค่าของสุขภาพเชิงวิทยาศาสตร์ ที่สามารถขยายสู่ภูมิภาคนี้ได้ทั้งหมด ประเทศไทยมีศักยภาพมากในฐานะตลาดที่มีการเติบโตด้านสุขภาพสูง และในเชิงโครงสร้างยังเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ การผลิต และผู้บริโภคมีความรู้เรื่องสุขภาพกันมากขึ้น ที่สำคัญคือ คนไทยให้ความเชื่อมั่นในแบรนด์จากยุโรป โดยเฉพาะแบรนด์ที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ และผลิตภัณฑ์สุขภาพแบบครบวงจรที่เชี่ยวชาญและโดดเด่นในการพัฒนา Private Brand ที่ค่ายยุโรปให้ความไว้วางใจ สำหรับในประเทศไทยและเอเชีย
Divita ยังได้เตรียมพร้อมสำหรับด้านการตลาดด้วยกลยุทธ์หนุนตลาดไทยเป็น Hub เพื่อขยายสู่ประเทศจีน ฮ่องกง CLMV และ ASEAN ด้วยการจับมือกับคลินิกสุขภาพเฉพาะทาง ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับวัยทำงานและผู้สูงอายุในเอเชีย ควบคู่กับแผนเจาะตลาดใหญ่ของอาเซียนอย่างเช่นประเทศอินโดนีเซีย และมาเลเซียด้วย”
คุณชนัดดา กล่าวอีกว่า นอกจาก CEO ของ Didier Pharma GmbH ยังมี Distributors จากประเทศต่างๆ มาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย ดังนั้น การตลาดในประเทศไทย Divita จึงไม่ได้วางการแข่งขันอยู่ที่กระแส หรือเทรนด์หรือยอดขาย แต่มีเป้าหมายในอนาคตที่จะร่วมขับเคลื่อนไทยไปสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมอาหารเสริมของภูมิภาคเอเชีย เป็นแผนในระยะยาวที่จะเกิดจากความร่วมมือกับพันธมิตรด้านเทคโนโลยีสุขภาพ พร้อมนำความรู้และนวัตกรรมจากเยอรมนีมาแลกเปลี่ยนแบบ Knowledge Transfer ที่มีความเข้มแข็งด้านการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม
จึงถือเป็นแกนกลยุทธ์ของ Divita ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญในมิติด้านความยั่งยืน ที่จะกลายเป็นยุทธศาสตร์การตลาดที่แบรนด์อาหารเสริมยุคใหม่ต้องเผชิญ ภายใต้มาตรฐานและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมอาหาร ข้อได้เปรียบนั้นบริษัทมีสายผลิตจาก Didier Pharma GmbH ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นประเทศผู้นำด้านโรงงานสีเขียว และระบบ GMP รวมทั้งแพ็กเกจจิ้งของ Divita ทุกผลิตภัณฑ์สามารถนำไปรีไซเคิลได้ 100% สะท้อนถึงวิสัยทัศน์แบรนด์สุขภาพที่ดีต่อสุขภาพ และดีต่อโลก ไปพร้อมกัน”
อย่างไรก็ตาม สำหรับตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในประเทศไทยปี 2567 มีมูลค่ากว่า 83,330 ล้านบาท และมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องในปี 2568 ที่อัตรา 10-15%
