ใครจะคิดว่าแค่การรับแก้ทรงกางเกงยีนส์ให้เพื่อนในหอพัก จะกลายมาเป็นธุรกิจที่ทำรายได้ถึง 35 ล้านบาท วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปรู้จักกับ Ali Grace ผู้ก่อตั้งแบรนด์ aligrace ที่เปลี่ยนกางเกงยีนส์ Levi’s มือสอง ให้กลายเป็นไอเทมสุดฮอตที่สายแฟชั่นต้องมี

จุดเริ่มต้นจาก “ความเบื่อ” สู่รายได้เสริม
ย้อนกลับไปตอนเรียนมหาวิทยาลัย Ali เป็นเด็กสายคณิตศาสตร์และคอมพิวเตอร์ ที่เริ่มรู้สึกเบื่อกับตัวเลขและโค้ด เธอเลยหาทางระบายความเครียดด้วยการออกไปเดินร้านมือสองกับรูมเมต เพื่อตามหา Levi’s วินเทจมาตัดแต่งทรงใหม่ให้เข้ากับตัวเอง
พอเพื่อนๆ เห็นว่าทรงสวย ก็เริ่มมาจ้างให้เธอทำบ้าง จนกลายเป็นงานเสริมในหอพัก เธอรับทำเดือนละ 5-10 ตัว ราคาตัวละประมาณ 5,300 บาท
เธอเล่าถึง เคล็ดลับความปังให้ฟังว่า การใส่ใจลูกค้าสำคัญมาก เธอให้ลูกค้ามัดจำและกรอกรายละเอียดไซซ์รวมถึงส่งรูป Reference มาให้ จากนั้นเธอจะทักข้อความส่วนตัวไปคุยกับลูกค้าทุกคนแบบ 1-on-1 เพื่อคอนเฟิร์มความต้องการก่อนจะเรียกเก็บเงิน
คืนเดียวโกย 2 ล้าน พลังของความสม่ำเสมอ
หลังจากเรียนจบ Ali ก็ลุยธุรกิจคนเดียวมาตลอด จนกระทั่งช่วงโควิด-19 เธอตัดสินใจปิดร้านไปพักใหญ่ พอพร้อมจะกลับมารับออร์เดอร์อีกครั้ง เธอเปิดหน้าเว็บไซต์ทิ้งไว้ตอนเที่ยงคืนแล้วไปนอน ตื่นมาอีกที ยอดออร์เดอร์ขายทะลักไปถึง 2,100,000 บาทภายใน 12 ชั่วโมง


จากที่เคยทำอยู่ในโรงรถเล็กๆ หลังบ้าน ต้องรีบเช่าโกดัง จ้างพนักงาน และหาทีมช่างเย็บเพิ่มทันที เพราะออร์เดอร์มันโตแบบก้าวกระโดดจนฉุดไม่อยู่
หลายคนอาจสงสัยว่า “ยีนส์มือสอง” มันจะหาของมาขายเยอะๆ ได้จากไหน Ali บอกว่า จริงๆ แล้วตลาดค้าส่ง Levi’s วินเทจนั้นใหญ่มาก ยีนส์พวกนี้อายุ 20-30 ปีขึ้นไป แต่คุณภาพยังกริบ เธอต้องขับรถไปคัดของที่โกดังคัดแยกนานกว่า 10-12 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อให้ได้ยีนส์เกรด A หรือ B มาสต๊อกไว้
แต่ความยากคือ ทุกขั้นตอนต้องใช้แรงงานคน ไม่ว่าจะเป็นการคัดของ หากางเกงยีนส์จากกองผ้าเป็นพันๆ ตัว การจัดระเบียบ แยกตามไซซ์เอว สะโพก ความยาว เพื่อให้หาของง่ายเวลาออร์เดอร์มา การแก้ทรง ปรับแต่งตามสไตล์ กระเป๋าเอียง, ผ่าข้าง หรือปล่อยชาย และการทำความสะอาด มีขั้นตอนขจัดคราบพิเศษสำหรับผ้าวินเทจโดยเฉพาะ
กลยุทธ์ “Influencer” กลยุทธ์ง่ายๆ ที่ไม่ต้องจ่ายเงินสักบาท
Ali ใช้วิธีส่งของให้ Influencer ที่เธอชอบโดยไม่หวังผลตอบแทน แต่สิ่งนี้กลับได้ผล ทำให้แบรนด์เธอไปเข้าตา Buyer ของ Revolve (ยักษ์ใหญ่แฟชั่นออนไลน์) จนทำให้แบรนด์เธอได้เข้าไปวางขายใน Anthropologie และแพลตฟอร์มระดับโลก
แม้ตอนนี้ธุรกิจจะทำรายได้ทะลุ 35,000,000 บาทไปแล้ว และกำลังพุ่งสู่ 70,000,000 บาทในปีนี้ สิ่งที่ Ali ให้ความสำคัญที่สุดคือ “ลูกค้ากลุ่มแรก” ที่เธอเคยคุยแชตด้วยจนเที่ยงคืนเมื่อหลายปีก่อน
เธอบอกว่า “ลูกค้าบางคนมีกางเกงของเราในตู้ถึง 15 ตัว พวกเขาเหมือนเพื่อนของฉัน ถึงตอนนี้จะลงไปคุยเองทุกคนไม่ได้เหมือนเมื่อก่อน แต่ถ้าวันนั้นฉันไม่ทุ่มเทให้ลูกค้าแบบตัวต่อตัว วันนี้คงไม่มีลูกค้าที่เหนียวแน่นขนาดนี้”

จากเรื่องราวของ Ali Grace ทำให้เห็น 5 บทเรียนความสำเร็จจาก “aligrace” จากงานอดิเรกสู่ธุรกิจร้อยล้าน
1. เปลี่ยน “Pain Point” ให้เป็นผลิตภัณฑ์
ธุรกิจนี้ไม่ได้เริ่มจากแผนการตลาดที่ซับซ้อน แต่เริ่มจากการแก้ปัญหาที่ผู้หญิงทุกคนเจอ คือกางเกงยีนส์วินเทจทรงสวยแต่มักจะใส่ไม่พอดีตัว Ali ใช้ทักษะการตัดเย็บมาปรับทรงให้เข้ากับรูปร่างของแต่ละคน จนสินค้ากลายเป็นของที่ต้องมี เพราะมันตอบโจทย์
2. พลังของ 1-on-1 ครองใจลูกค้า
ในช่วงเริ่มต้น Ali ไม่ได้มองลูกค้าเป็นแค่ตัวเลข แต่เธอทักแชตคุยแบบ 1-on-1 กับทุกคน สิ่งนี้สร้างความประทับใจระดับสูงจนเกิดเป็นกลุ่มแฟนคลับตัวจริง ที่บางคนมีกางเกงในตู้ถึง 15 ตัว
3. กลยุทธ์ Influencer แบบจริงใจ
Ali เลือกส่งของให้คนที่เธอชอบโดยไม่บังคับรีวิวและไม่จ่ายเงินค่าจ้าง ความจริงใจนี้ทำให้ Influencer กล้าหยิบมาใส่จริงเพราะชอบสินค้าจริงๆ จนนำไปสู่การเตะตา Buyer แบรนด์ระดับโลกอย่าง Revolve
4. เบื้องหลังความสำเร็จคือความเหนื่อย
ภาพเบื้องหน้าคือยอดขาย 2 ล้านบาทในคืนเดียว แต่เบื้องหลังคือการขับรถไปคัดของในโกดังนาน 10-12 ชั่วโมง และการขลุกอยู่กับกองผ้าเป็นพันตัวเพื่อหาของเกรด A ธุรกิจที่ดูเหมือนง่ายมักมีกระบวนการหลังบ้านที่เข้มงวด ความสำเร็จชั่วข้ามคืนมักใช้เวลาเตรียมตัวหลายปีเสมอ
5. การยอมเปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีกว่า
จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุด คือการยอมทิ้งงานสั่งทำร้อยเปอร์เซ็นต์ มาสู่ระบบไซซ์มาตรฐาน เพื่อรองรับออร์เดอร์มหาศาลและการวางขายในห้างสรรพสินค้า เพื่อให้ธุรกิจเติบโตจากหลักล้านสู่หลักร้อยล้านได้จริง
Ali Grace พิสูจน์ให้เห็นว่า ความรักในสิ่งที่ทำผสานกับการใส่ใจลูกค้าแบบลงลึก รวมถึงการวางระบบที่พร้อมเติบโต คือสูตรสำเร็จที่เปลี่ยนแม่ค้าในหอพักให้กลายเป็นเจ้าของธุรกิจระดับโลกได้
