หากพูดถึงกระแสสังคมที่เกิดขึ้นในปี 2568 เรื่องราวของแบรนด์ หงส์ไทย ต้องเป็นหนึ่งในประเด็นสังคมที่มีคนจับตามองไม่น้อย ด้วยที่เป็นแบรนด์ยาดมและผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยที่โด่งดังจากยาดมกระปุกเขียว มีกลิ่นหอมสดชื่นจากสมุนไพรหลายชนิด จากเคยโด่งดังจนถึงขีดสุด แต่ก็ต้องมีช่วงที่ตกลงมาเกือบลึกที่สุดเช่นกัน
#SMEsSurvivor วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ขอนำเรื่องราวจากแบรนด์ “หงส์ไทย” มาย้อนไทม์ไลน์ที่เกิดขึ้นว่า หงส์ไทย เป็น SMEs Survivor ที่เกือบหลับ แต่กำลังจะกลับมาได้
สรุปไทม์ไลน์ “หงส์ไทย” แมว 9 ชีวิต เผชิญทั้งวิกฤตและโอกาส
ย้อนไปประมาณ 2 ปีก่อน บนโลกออนไลน์ ได้เกิดปรากฏการณ์ “ยาดมฟีเวอร์” ทั่วบ้านทั่วเมือง เมื่อศิลปินคนดังระดับโลก อย่าง “ลิซ่า” กำลังถือยาดมหงส์ไทยไว้ในมือ จนใครต่อใครอยากจะใช้ ทำให้ยาดมขาย “หมดสต๊อก” เพียงชั่วข้ามคืนเท่านั้น
จากทุนตั้งต้น 200 บาท สู่ยอดขาย 366 ล้านบาทในปี 2567 พร้อมตั้งเป้าปี 2570 จะมียอดขายทะยานสู่ 1,000 ล้านบาท หลังจากกลายเป็น Soft Power ที่คนทั่วโลกและศิลปินดังพกติดตัว
จนกระทั่งปี 2568 เริ่มมีกระแสข่าวลือในโลกออนไลน์เรื่อง “ยาดมเชื้อราลงปอด” ทำให้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. เริ่มสุ่มเก็บตัวอย่างยาดมหลายยี่ห้อในตลาดไปตรวจสอบ
ต้นเดือนตุลาคม 2568 คุณเก่ง ได้เผยกับ มติชนออนไลน์ ว่า ด้วยภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อในประเทศไทยยังไม่ฟื้นตัว ทำให้ยอดขายในปี 2568 ยังไม่สามารถทำได้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ คือ 500 ล้านบาท แต่คาดว่าในปีนี้จะปิดยอดขายได้เท่ากับปี 2567 คือ 366 ล้านบาท ซึ่งต้องใช้ปัจจัยหนุนช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีที่เป็นไฮซีซันของการท่องเที่ยวและการขาย
และยังเผยต่อว่า บริษัทยังเดินหน้าลงทุนสร้างโรงงานใหม่ที่พุทธมณฑล เนื้อที่ 4 ไร่ เพื่อขยายกำลังการผลิต โดยใช้เงินลงทุน 150 ล้านบาท คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้าง 1 ปี สร้างเสร็จภายในปี 2570 จะทำให้หงส์ไทยมีกำลังการผลิตเพิ่ม 1-2 เท่าตัว จากปัจจุบันมีกำลังการผลิต 1.2-1.5 แสนกระปุกต่อวัน หรือเดือนละ 4 ล้านกระปุก เป็น 3-5 แสนกระปุกต่อวัน หรือเดือนละกว่า 10 ล้านกระปุก
20 ตุลาคม 2568 อย. ออกประกาศผลการตรวจสอบ พบว่า ยาดมหงส์ไทย สูตร 2 (รุ่นการผลิต 000332) มีการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์และราเกินมาตรฐาน
และในวันที่ 28 ตุลาคม 2568 อย. ออกคำสั่งให้งดขายและเรียกคืนสินค้ารุ่นดังกล่าว บริษัทหงส์ไทยประกาศ เรียกคืนสินค้า 200,000 กระปุก พร้อมแสดงความรับผิดชอบด้วยการคืนเงินเต็มจำนวน หรือเปลี่ยนสินค้าใหม่ให้ลูกค้าทุกคน
30 ตุลาคม 2568 ตำรวจและ อย. บุกตรวจค้นสถานที่ผลิตและโกดัง 4 แห่ง พบการผลิตที่ไม่ได้รับอนุญาต (โรงงานเถื่อน) ในบางจุด ซึ่งทางบริษัทชี้แจงว่าเป็นการขยายกำลังการผลิตให้ทันต่อคำสั่งซื้อที่ล้นตลาด คุณเก่ง ธีระพงศ์ เจ้าของหงส์ไทย ให้สัมภาษณ์ด้วยความท้อใจว่า “ธุรกิจที่สร้างมา 20 ปี ถูกทำลายใน 2 วัน” แต่ยืนยันจะสู้ต่อ
เดือนพฤศจิกายน 2568 บริษัทปรับปรุงกระบวนการผลิตครั้งใหญ่ เพิ่มขั้นตอนฆ่าเชื้อด้วยรังสี UV และประสานงานกับสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) เพื่อการันตีความปลอดภัย เริ่มกลับมาสร้างความเชื่อมั่นผ่านแคมเปญใหม่ และเน้นย้ำมาตรฐานโรงงานใหม่ที่ผ่านการตรวจสอบ 100%
และในเดือนธันวาคม 2568 หงส์ไทยกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง โดยเน้นตลาดในประเทศและเตรียมแผนขยายสู่ช่องทางพรีเมียม (Wellness Center) พร้อมระบบตรวจสอบเลขล็อตผ่านออนไลน์เพื่อป้องกันสินค้าปลอม
ในวันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม 2568 บริษัท สมุนไพรไทย หงส์ไทย จำกัด ได้รับ 3 รางวัลเกียรติยศระดับประเทศ ในงาน The Royal Angel Well Awards 2025
จากไทม์ไลน์ของแบรนด์หงส์ไทย ชี้ให้เห็นว่า นี่แหละคือ SMEs Survivor แบรนด์ไทยหัวใจแกร่ง ที่ใช้กลยุทธ์ “จริงใจและรับผิดชอบ” แต่นอกจากความจริงใจและรับผิดชอบแล้ว หงส์ไทยมีกลยุทธ์หรือแนวทางในการดำเนินธุรกิจอย่างไร ที่ยืนหยัดมาได้กว่า 20 ปี
เน้นบริหารด้วยเงินสด
หงส์ไทยยึดหลักบริหารด้วยเงินสด ไม่กู้เงินมาขยายธุรกิจเกินตัว ทำให้เมื่อเกิดวิกฤต แบรนด์ยังมี “สายป่าน” ที่ยาวพอจะประคองตัวและเยียวยาลูกค้าได้ทันที
กลยุทธ์ “เราเข้าใจเขา เขาเข้าใจเรา”
ในช่วง 8 ปีแรกของการทำธุรกิจ องค์กรต้องเผชิญกับปัญหาพนักงานออกแบบรายวัน จึงเลือกมาปรับกลยุทธ์การบริหารคน แบบ “เราเข้าใจเขา เขาเข้าใจเรา” ด้วยการสร้างความเข้าใจในตัวพนักงาน ให้เขาเกิดความรู้สึกว่าองค์กรเข้าใจเขา เมื่อองค์กรเข้าใจพนักงาน สิ่งที่ได้กลับสู่องค์กรก็คือ พนักงานเข้าใจในตัวองค์กรและพร้อมจะก้าวไปข้างหน้ากับองค์กรในทุกๆ ย่างก้าว
ความรับผิดชอบเหนือผลกำไร
เมื่อเกิดปัญหาการปนเปื้อนในรุ่นการผลิต ผู้บริหารประกาศเรียกคืนสินค้ากว่า 200,000 กระปุกทันที พร้อมคืนเงินเต็มจำนวนและเปลี่ยนสินค้าใหม่ให้ฟรี โดยไม่รอให้เรื่องบานปลาย อีกทั้งยังยอมรับผิดอย่างตรงไปตรงมาผ่านโซเชียลมีเดีย และการเปิดโรงงานให้ตรวจสอบ ช่วยลดแรงกระแทกจากกระแสสังคมได้รวดเร็ว
“ในฐานะผู้ผลิต เราขอยืนยันว่าพร้อมรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด บริษัทฯ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อลูกค้า และคู่ค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ พร้อมกันนี้บริษัทฯ ขอกราบขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้กำลังใจ และผมในฐานะผู้บริหารขอน้อมรับในคำตำหนิ เรามีความตั้งใจในการแก้ไขปัญหาทุกอย่างอย่างจริงจัง และขอโอกาสที่จะพัฒนาแก้ไขทุกอย่างให้ดีขึ้นครับ” เขากล่าว
การปรับตัวสู่เทคโนโลยี
เมื่อเจอปัญหาเชื้อปนเปื้อน หงส์ไทยเลือกใช้การฆ่าเชื้อด้วย “รังสี UV” โดยประสานงานกับสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) เข้ามาเสริมกระบวนการผลิตทันที เพื่อยกระดับมาตรฐานให้เหนือกว่าเดิม
บทเรียนครั้งสำคัญสำหรับหงส์ไทยแสดงให้เห็นว่า “ชื่อเสียงสร้างนาน แต่พังได้ในข้ามคืน” สิ่งที่จะทำให้อยู่รอดได้ คือการยอมรับความจริงอย่างรวดเร็วพร้อมที่จะปรับปรุงแก้ไข พัฒนา และรับผิดชอบต่อสังคม
