Exclusive Featured SMEs

จากบูธนักศึกษา สู่ “โกโก้ในตำนาน” แบรนด์ของ “ต้าห์อู๋” ที่เปิดมา 3 ปี ตระเวนออก “งานแฟร์” กลยุทธ์เพิ่มลูกค้า – กระตุ้นให้อยากซื้อ

“โกโก้ในตำนาน” แบรนด์สุดแมสของ “ต้าห์อู๋ – พิทยา แซ่ฉั่ว” นักร้อง นักแสดงชื่อดัง ที่ผันตัวมาเป็นเจ้าของธุรกิจ ซึ่งเขาได้แชร์ประสบการณ์การทำธุรกิจในงาน สสว. UNLOCK ปลดล็อกธุรกิจ SME ไทย ไว้อย่างน่าสนใจ

เริ่มจากจากบูธนักศึกษาสู่ธุรกิจ

ต้าห์อู๋เริ่มบทสนทนาถึง “จุดเริ่มต้นแบรนด์” มาจากงานเกษตรแฟร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเปิดพื้นที่ให้นิสิตขายสินค้า และเขาเองก็ขายของมาตลอดตั้งแต่ปีหนึ่งถึงปีสี่ 

โดยพัฒนาสินค้าเรื่อยมา ก่อนลงตัวที่ “โกโก้” พร้อมสร้างแบรนด์ “โกโก้ในตำนาน” หลังเห็นสัญญาณตอบรับที่ดี ทั้งจากกลุ่มลูกค้าและยอดขาย 

โดยเลือกใช้ “สีแดง” เป็น CI ของแบรนด์ทั้งตัวร้านและแก้ว รวมถึง “การขูดโกโก้” อันเป็นซิกเนเจอร์ ที่เริ่มมาจากการพยายามหาไอเดียสร้างสินค้าให้น่าดึงดูดและแปลกใหม่

กลยุทธ์ “ออกงานแฟร์”

ปัจจุบัน “โกโก้ในตำนาน” ยังคงเลือกใช้กลยุทธ์ออกบูธตามงานแฟร์ต่างๆ โดยต้าห์อู๋มองว่า นอกจากช่วยให้เข้าถึงลูกค้าจำนวนมากจากการหมุนเวียนของผู้คนที่เข้ามาเที่ยวงานแล้ว ยังช่วยสร้างความรู้สึกสดใหม่ และกระตุ้นให้เกิดความอยากลองอยากซื้อสินค้ามากขึ้น

“ธุรกิจผมยังเป็นน้องใหม่มาก ประมาณ 3 ปี ผมชอบเอาโกโก้ไปขายตามงานแฟร์ต่างๆ เพราะทำให้คนรู้สึกว่าถ้ามีหน้าร้านคนไปหาง่าย 

งานแฟร์หรืองานต่างๆ มีการหมุนเวียนของลูกค้าดีมาก อย่างล่าสุด งานเกษตร ม.อ. หาดใหญ่ ทั้งงานรวมกันทุกวันเกือบล้านคน แค่จำนวนน้องๆ นักเรียนที่มาวันวิทยาศาสตร์ ก็ 5 หมื่นคนแล้ว 

ยังไม่รวมกับคนที่ผ่านไปผ่านมากับคนต่างจังหวัดที่เข้ามาเที่ยว เวลาไปออกงานแฟร์ได้โฟลว์ที่ดีมาก และได้ความสดความใหม่ คนรอแล้วอยากกินอีก”

จากกลยุทธ์ออกงานแฟร์ที่แบรนด์เลือกใช้ ทว่าอีกข้อสำคัญคือ “การควบคุมคุณภาพสินค้า” ต้าห์อู๋ยอมรับว่า เป็นสิ่งที่ง่าย แต่ยากมาก แม้จะมี SOP หรือมาตรฐานขั้นตอนการปฏิบัติงานก็ตาม

“งานแฟร์ลูกค้าจะหมุนเวียนเร็ว ไม่ได้มีออร์เดอร์แก้วต่อแก้ว บางคนสั่งทีสิบแก้ว เราต้องจัดการเพื่อไม่ให้หน้าร้านไปบังคนอื่น และด้วยอุณภูมิที่ต่างกัน จึงมีหลายปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ เช่น อากาศร้อน น้ำแข็งละลายก็มีส่วนทำให้รสเปลี่ยน เป็นสิ่งที่เราพยายามปรับปรุงและควบคุมมาเรื่อยๆ 

ช่วงปีแรกๆ ก็จะมีรสชาติต่างกันในแต่ละแก้ว แต่เดี๋ยวนี้ต่างกันไม่มาก เราพยายามทำให้รสชาติคงที่ ด้วยการใช้ SOP และไม่ว่าจะเปลี่ยนพนักงานยังไงก็จะมีคนเทรนด์ให้อยู่ตลอด เวลาชงก็จะชงถังใหญ่”

กลยุทธ์ปั้นคอนเทนต์ดึงลูกค้าสู่หน้าร้าน

ต้าห์อู๋แนะนำวิธีการปั้นคอนเทนต์ อย่างในติ๊กต็อกถ้าคอนเทนต์นั้นมีคนสนใจหรือมีคนดูจำนวนมาก ก็สามารถเอาชนะอัลกอริทึมได้

“ทุกวันนี้จะเห็นคลิปล้อเลียนวัดไร่ขิง ผมว่ามันเป็นการ Clickbait ทำให้คนสนใจต่อว่าจะเป็นยังไง มีปัญหาอะไรไหม คนไทยทุกคนหรือผมเองก็ชอบใส่ใจเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาของใคร เราจะอยากรู้ว่าปัญหาถูกแก้ยังไง ยิ่งถ้าไม่ถูกแก้เราจะยิ่งหงุดหงิดเลย

ผมก็มีวิธีการของตัวเอง ซึ่งจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แต่หลักๆ คือนำเสนอชีวิตของตัวเองและเรื่องราวจริงๆ แค่เอามาลำดับให้ดูน่าสนใจมากขึ้น และที่สำคัญสินค้าก็ต้องน่ากินด้วย”

สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ทำให้คนหยุดดู แต่ต้องคิดต่อว่า จะเปลี่ยนคนดูจากหน้าจอให้กลายเป็นลูกค้าตัวจริงได้อย่างไร ซึ่งต้าห์อู๋มองว่า พอคนเห็นคอนเทนต์ก็จะอยากตามมาอุดหนุน

และที่สำคัญเขาก็มาออกบูธด้วยตัวเอง นอกจากมาดูสถานที่จริงแล้ว ยังตั้งใจอยากมาเสิร์ฟโกโก้ให้กับแฟนๆ หรือว่าเพื่อนๆ ด้วย 

และสิ่งสำคัญอีกอย่างคือเมื่อคนมาเยอะแล้ว ต้อง Operation หน้าร้านหลังร้านให้ดีเพื่อให้ทุกคนได้กินโกโก้

“เวลามีคนยืนออหน้าร้านต้องมีการจัดแถว แต่บางอย่างควบคุมไม่ได้ เช่น มีทั้งคนอยากมาซื้อหรือเดินผ่านแล้วแวะถ่ายรูป มันเป็นเสน่ห์ของงานแฟร์ หลักๆ คือการพูดคุยกับร้านข้างๆ เราจะช่วยกันตลอด และพยายามตั้งร้านหัวมุมเพื่อให้จัดการได้ดี” เขาเล่าเสริม

อย่างไรก็ตาม ต้าห์อู๋ สะท้อนถึงการเป็นศิลปิน การมีชื่อเสียง และการเป็นเจ้าของแบรนด์ว่า เป็นประโยชน์ต่อแบรนด์มากๆ เป็นกระบอกเสียงที่ดีในการสื่อสารแบรนด์ ไม่ว่าจะทำอะไรแฟนๆ ก็พร้อมสนับสนุน อีกทั้งยังสามารถใช้เอ็นเกจเมนต์ในช่องทางมีเดียของตัวเองได้ด้วย

Related Posts

จากบูธนักศึกษา สู่ “โกโก้ในตำนาน” แบรนด์ของ “ต้าห์อู๋” ที่เปิดมา 3 ปี ตระเวนออก “งานแฟร์” กลยุทธ์เพิ่มลูกค้า - กระตุ้นให้อยากซื้อ
บุกเบิกอีคอมเมิร์ซ ปั้นคอนเทนต์ กลยุทธ์ที่พา “เด็กสมบูรณ์” เติบโต จากวันที่ถูกตั้งคำถามว่า รุ่นสามจะพาธุรกิจไปต่อได้แค่ไหน