Exclusive Featured SMEs

ทำมาสารพัดอาชีพ ตั้งแต่เซลส์ขายรถ-คนสวน สู่ “แอน ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่” จากขายไม่ได้ สู่ออร์เดอร์ล้น 500 ชามต่อวัน

เมื่อประมาณสัปดาห์ที่แล้วมีโอกาสได้ไปเดินแถวๆ พลับพลาไชย อีกหนึ่งชื่อที่อยู่เชื่อมกับย่านเยาวราช จะเป็นชุมชนที่มีไทย-จีน อยู่กันเยอะ อยู่ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวหรือแหล่งธุรกิจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นตลาดสำเพ็ง พาหุรัด และยังมีร้านอาหารดังๆ ให้ได้เข้าไปลองชิม

แอน ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ หนึ่งในร้านดังคู่ย่านพลับพลาไชยมาเป็นเวลากว่า 70 ปี ส่งต่อความอร่อยระดับตำนานจากรุ่นสู่รุ่น จากร้านที่ไม่มีชื่อกลายเป็นร้านรางวัลการันตีมิชลิน 6 ปีซ้อน

เดินเข้าไปในร้าน ได้พบกับคุณแอน-พรหมพร โอภาสจรัสเรือง วัย 49 ปี ทายาทรุ่นที่ 3 เป็นลูกสาวคนเล็กในครอบครัวท่ามกลางพี่ชายทั้งหมด 4 คน เธอได้เล่าเรื่องราวตำนานความอร่อย กว่าจะเป็นแอน ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่อย่างทุกวันนี้ได้ ใช้เวลานานกว่า 10 ปี

ทุกสิ่งที่ได้มาเพราะปริญญาชีวิต

คุณแอนเป็นลูกคนที่ 5 ของครอบครัว เป็นลูกสาวคนเดียวในตระกูล มีพี่ชาย 4 คน ด้วยความเป็นครอบครัวคนจีน เขาก็จะเอ็นดูแต่ลูกผู้ชาย (เธอเล่าปนหัวเราะ) จึงทำให้เธอต้องทำงานตั้งแต่อายุ 6 ขวบ ฐานะของครอบครัวไม่ได้มีความมั่งคั่งแต่อย่างไร ล้มลุกคลุกคลานกันมา พอถึงวัยเรียนก็เรียนโรงเรียนวัดแถวๆ นั้น

เลิกเรียนมาก็ช่วยคุณแม่ขายขนม ตอนนั้นเป็นขนมนางเล็ด คุณแม่เป็นคนโคราช เลยมีสูตรมาให้เราไปขาย พออายุได้ 11 ขวบ ย้ายไปอยู่กับคุณอาที่ลาดพร้าว เขาเป็นศูนย์รถ ทำให้เธอได้เห็นวิธีการขายแบบเซลส์ เลยกระตุ้นให้ชัดเจนว่า ชอบการขาย หลังจากนั้นก็มาช่วยคุณอาขายรถ ขายได้ปีกว่าทำยอดเดือนหนึ่งได้ 10 กว่าคันไปจนถึง 20 คัน

ชีวิตพลิกผันกลับมาอยู่กับคุณพ่อ เนื่องจากคุณพ่อมีอาการป่วยจากมะเร็ง กลับมาอยู่ได้ไม่นาน ตอนนั้นอยู่ ม.4 ตัดสินใจไปสิงคโปร์เกือบ 3 ปี ไปทำงานเป็นคนสวน ปลูกต้นไม้ ไปหาประสบการณ์และความรู้ และกลับมาเรียนต่อสายพยาบาลแต่ไม่ตอบโจทย์ 

“เรียนพยาบาลก็ไม่ตอบโจทย์ เรียนมหาวิทยาลัยก็ไม่ตอบโจทย์ อาจเป็นเพราะเราชอบทำงานมากกว่า เลยมาหาทำงานแทน” เธอเล่า

จนได้มาทำงานเชียงกงเป็นเซลส์ขายรถยนต์มือสอง ขายป้ายทะเบียน ตอนนั้นได้เงินวันละ 30,000 บาท ก็นำกลับมาจุนเจือครอบครัว ส่วนหนึ่งก็แบ่งไปเรียนทำอาหารไทย จีน ฝรั่ง ค็อกเทล ต่อยอดเรียนภาษาและคอมพิวเตอร์ เป็นการเรียนเสริมทั้งหมด

จุดเปลี่ยนชีวิตของ “แอน” คือหนึ่งปีเต็มที่คุณพ่อป่วยหนัก เริ่มจำใครไม่ได้ ไม่ยอมรักษา ช่วงสุดท้ายของชีวิตพ่อได้บอกกับเธอว่า 

“ป๊าจะไม่อยู่แล้วนะ แอนเป็นน้องคนเล็ก แต่ป๊ารักแอนและเชื่อมั่นในตัวแอนว่าทำได้ ป๊ารักแม่มาก เพราะแม่ไม่ทันคน เงียบๆ ฝากแอนดูแม่และพี่ๆ ด้วย” 

หลังจากคำสั่งเสียสุดท้ายของพ่อ ทำให้เธอฮึดสู้และดูแลครอบครัวตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา  

ย้อนตำนาน “คั่วไก่” จากอาแปะฮ้ง

พูดถึงมรดกชิ้นเดียวที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น เธอเอ่ยถึงบุคคลท่านหนึ่ง “แปะฮ้ง” ครอบครัวของเขาจะอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่รุ่นอากงอาม่า ช่วยกันจ่ายค่าน้ำค่าไฟ คนนี้เลยถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ให้โอกาสแล้วดึงคุณพ่อเข้าไปเป็นหุ้นส่วน โดยเปิดขายก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ที่หน้าบ้านแล้วแบ่งรายได้กัน เมื่อก่อนเปิดขายกันก็เป็นเวลาทุ่มครึ่งแต่ปิดตี 4

แต่หลังจากที่คุณพ่อเสีย แปะฮ้งก็กลับไปเปิดกิจการเอง ตอนแรกคุณแม่ก็ทำต่อแต่ทำแบบก๊อกๆ แก๊กๆ เปิด 5 โมงเย็น ปิดประมาณตี 2 ได้ แต่ยิ่งทำไปยิ่งมีแต่หนี้ ด้วยยุคนั้นส่วนใหญ่การซื้อของมักจะเป็นเงินเชื่อหมด แต่พอเชื่อเยอะขึ้นกลับกลายเป็นบิลที่หนามากจนเกิดรับไหว  

เธอจึงตัดสินใจบอกกับครอบครัวว่า แอนขอมาทำร้านคั่วไก่เล็กๆ ให้มีคนรู้จักเรามากขึ้น ทุกคนในครอบครัวโอเคหมด เมื่อก่อนใช้ชื่อ “น้องแอน ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่” 

ในช่วงนั้นมีร้านก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ที่ดังๆ อยู่ 3 เจ้า จะอยู่ตรงสวนมะลิ วรจักร และร้านของเธอ ซึ่งแต่ละร้านจะมีความแตกต่างกันออกไป โดยที่ร้านของเธอจะเลือกใช้ถ่านไม้โกงกาง “กาจี้” ลักษณะพิเศษคือไฟร้อน ลุกเร็ว และไม่มีควันไปกลบกลิ่นอาหาร หอมกลิ่นกระทะ ทำให้คั่วไก่มีอรรถรสมากขึ้น 

หลังจากรับช่วงต่อ เจอแต่ความท้าทาย แอบร้องไห้ทุกวัน

พอได้เข้ามาบริหารร้านอย่างจริงจัง เป็นความรู้สึกที่ยากและท้าทายมาก ถึงขั้นร้องไห้แทบทุกวันเพราะกลัวว่าจะสู้ร้านคู่แข่งไม่ได้ เธอค่อยๆ ทำมาเรื่อยๆ แต่ใช้ระยะเวลานานพอสมควร คร่าวๆ น่าจะ 10 ปีได้ จากหลักสิบชาม จนก้าวมาสู่หลักร้อยชามต่อวัน และขายได้มากสุดทุกวันนี้ 500 ชาม 

“พอเรามาทำเอง คนไม่กิน เขาก็จะไปร้านที่มีอายุมากกว่า ขายนานกว่า พอหมดรุ่นป๊าแล้วเหมือนแอนเป็นรุ่นลูกคงทำไม่เหมือนเดิม เราไม่ท้อก็จะมาสนุกกับงาน” เธอเล่า

เมื่อก่อนที่ยุคคุณพ่อทำ ไก่จะติดหนัง แต่เราเล็งเห็นถึงเทรนด์สุขภาพ จะเลาะหนังออกแล้วนำมาทอดขายต่างหาก คนที่ชอบกินไก่ไม่ติดหนังก็จะชอบมาก เส้นก๋วยเตี๋ยวของที่ร้านจะสั่งโรงงานทำพิเศษ เน้นข้าวเจ้า จะทำให้กรอบนอกนุ่มใน เพิ่มวัตถุดิบเพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า อย่างปลาหมึกกรอบจากอาร์เจนตินา มีเนื้อสัมผัสที่ดี

คุณแอนทำมาเรื่อยๆ อย่างที่บอกว่าสู้มาเป็น 10 ปี จนเกิดไปเตะตาต้องใจเหล่านักชิมจนทำให้ได้รับรางวัลมิชลิน ไกด์ บิบ กูร์มองด์ มาครองได้ถึง 6 ปีซ้อน ตั้งแต่ปี 2018-2023

เรียกได้ว่าเส้นทางชีวิตของคุณแอนไม่ได้โรยมาด้วยกลีบกุหลาบ ต้องขยันและฝ่าฟันอุปสรรค คำครหามามากมาย และสุดท้ายเธอได้กล่าวทิ้งท้ายของการสัมภาษณ์ว่า

“อย่าเดินในทางที่ประมาณ ทำอะไรให้คิดเยอะๆ อย่าฟุ้งซ่าน ให้มีสติ แค่นี้พอ”

และล่าสุด “แอน ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่” ได้ร่วมพันธมิตรกับ “นารากรุ๊ป” (Nara Thai Cuisine) ผู้นำในอุตสาหกรรมร้านอาหาร นับก้าวสำคัญที่ทำให้ “แอน ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่” เติบโตอย่างก้าวกระโดด อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม ที่นี่

หากใครสนใจอยากจะลิ้มรสคั่วไก่ระดับตำนาน ตามไปได้ที่ร้าน แอนก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ 

พิกัด 419 ถนนหลวง แขวงวัดเทพศิรินทร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100

Related Posts

MK GROUP สยายปีกอาณาจักรสุกี้ครบทุกเซกเมนต์ ตั้งเป้าโต 12%
สบายใจ ไม่รวย แต่พอกิน! คนรุ่นใหม่ทำเกษตร ปลูกผักสลัดบนดอย มีรายได้หลักหมื่น
“โก๋แก่” แตกไลน์เปิดตัว “โก๋นมถั่ว” (Nut Milk Bar) พร้อมเมนูถั่วสุดฟิน ปักหมุดสาขาใหม่ “ซีคอนบางแค” 1 มิ.ย. นี้!
นางไปรยา ไทยชาติ ผู้อำนวยการฝ่ายพาณิชย์ บริษัท เพ็ญภาค เบฟเวอเรจ จำกัด