Featured การเงิน และการตลาด

เปิดอาชีพเสี่ยงโดน AI แย่งงาน! ผลสำรวจชี้ ‘กราฟิกดีไซเนอร์’ โดนแทนที่ชัดสุด อัตราการจ้างลดฮวบ 13% ขณะที่ ‘นักบัญชี’ ยังไปต่อ เพราะ AI ทำแทนไม่ได้

การทำงานในยุคปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้อย่างแพร่หลาย โดยทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดภาระงานที่ต้องอาศัยทักษะพื้นฐานหรืองานที่มีลักษณะซ้ำๆ 

แต่ความนิยมในการใช้ AI ในตลาดแรงงานก็มาพร้อมกับความกังวลว่า เทคโนโลยีดังกล่าวอาจเข้ามาแทนที่แรงงานมนุษย์ในบางตำแหน่ง รวมถึงอาจก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการจ้างงานและความต้องการทักษะในตลาดแรงงาน

ผลการวิเคราะห์จากทีม Big Data สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ชี้ให้เห็นว่า AI มีแนวโน้มเข้ามาทดแทนหน้าที่งานบางส่วน โดยอาจก่อให้เกิดปัญหาเชิงโครงสร้างในระยะยาว เนื่องจากการไม่เปิดรับแรงงานรุ่นใหม่ ทำให้เสี่ยงต่อการขาดแคลนแรงงาน แต่งานที่ต้องการทักษะ AI กลับเพิ่มขึ้น

จากผลสำรวจพบว่า ระหว่างปี 2567–2568 ความต้องการจ้างงานมีแนวโน้มปรับตัวลดลงประมาณ 9.6% จาก 642,216 เป็น 580,505 ตำแหน่ง 

สำรวจอาชีพเสี่ยงถูก AI แย่งงาน

เมื่อจำแนกตามอาชีพหลัก ได้แก่ วิศวกรซอฟต์แวร์ กราฟฟิกดีไซเนอร์ นักบัญชี และวิศวกรโยธา พบว่า ความต้องการแรงงานในอาชีพดังกล่าวลดลง ยกเว้นนักบัญชีที่ยังมีการเติบโตถึง 7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า 

ขณะเดียวกันความต้องการทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์กลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าทักษะด้าน AI กำลังกลายเป็นทักษะที่นายจ้างให้ความสำคัญมากขึ้นในปัจจุบัน

กรณีของวิศวกรซอฟต์แวร์ ถือเป็นกรณีศึกษาที่ชัดเจนที่สุดของการที่ AI กลายเป็น “มาตรฐานทักษะใหม่” (New Normal) ที่นายจ้างต้องการ 

แม้จำนวนประกาศตำแหน่งงานวิศวกรซอฟต์แวร์จะลดลงเล็กน้อยที่ 5.3% ซึ่งยังถือว่าได้รับผลกระทบน้อยกว่าค่าเฉลี่ยตลาด แต่สัดส่วนตำแหน่งงานที่ต้องการทักษะ AI กลับสูงถึง 22.2%

ในทางตรงกันข้าม กลุ่ม นักออกแบบกราฟิก กำลังตกอยู่ในสภาวะความเสี่ยงจากการถูกทดแทนที่ชัดเจนที่สุด จำนวนงานที่ลดลงฮวบฮาบถึง 13% ขณะที่ความต้องการทักษะ AI เติบโตเกือบ 100% บ่งชี้ว่างานกราฟิกพื้นฐานบางส่วนอาจถูกทดแทนด้วยเครื่องมือ AI สำเร็จรูป

จุดเปลี่ยนสำคัญ คือการเปิดตัวโมเดล Image Generation อย่าง “Nano Banana” ของ Google Gemini ได้เข้ามาทลายข้อจำกัดในการจัดการกับ “ตัวอักษร” (Text Rendering) ที่ทำให้งานออกแบบเพื่อการสื่อสารยังต้องพึ่งพามนุษย์เป็นหลัก 

เพราะโมเดลใหม่นี้สามารถเนรมิต Infographic ที่ไม่เพียงแค่มีภาพประกอบสวยงาม แต่ยังสามารถจัดวางรูปประโยคและตัวอักษรได้อย่างถูกต้องสมบูรณ์ภายในเวลาไม่กี่นาที ผลิตชิ้นงานแบบ “พร้อมใช้” (Ready-to-use) 

ขณะที่อาชีพ นักบัญชี กลับแสดงให้เห็นถึงความ “แข็งแกร่งสวนกระแส” มีสัดส่วนความต้องการทักษะ AI ต่ำ เพียง 1.3% ข้อมูลนี้ยืนยันว่างานที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบทางกฎหมาย การตรวจสอบ และความถูกต้องแม่นยำ ยังคงเป็นพื้นที่ที่ AI ไม่สามารถทดแทนมนุษย์ได้ในระยะสั้น

จากการเปรียบเทียบข้อมูลประกาศรับสมัครงานระหว่างปี 2567–2568 พบว่า ประกาศงานที่ระบุทักษะด้าน AI มีสัดส่วนที่ต้องการประสบการณ์ทำงานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป สะท้อนว่า นายจ้างไม่ได้มองทักษะ AI เป็นเพียงเครื่องมือพื้นฐานสำหรับแรงงานระดับเริ่มต้น แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของแรงงานที่มีประสบการณ์อยู่แล้ว

ที่มา : TDRI

Related Posts

นายธัญวุฒิ วงษ์สุนทร, General Manager, TikTok for Business, Thailand
ความสุขหลังวัยเกษียณ! จากคนเบื้องหลังวงการโทรทัศน์ สู่คาเฟ่ขนมปังโฮมเมด ธุรกิจเล็กๆ ที่ทำให้ค้นพบเป้าหมายชีวิต
ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน รักษาการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)
เปิดร้านฟรี! "Steve AUG Market Fast" เปิดพื้นที่ให้ร้านค้าไทยช่วยไทย พลัส เพิ่มช่องทางการขายตลอดสิงหาคม
มอง ‘เศษผ้า’ ให้เป็นวัตถุดิบ ไม่ใช่ขยะ! เบื้องหลังแบรนด์ Eco Supreme เสื้อผ้าพรีเมียมจากวัสดุเหลือใช้