Exclusive Featured SMEs

เปลี่ยนสนามเทนนิส สู่คอมมูนิตี้คนรักกีฬา! ถอดวิธีคิดร้านสมูทตี้แบรนด์เล็ก ที่ไม่หวังยอดขายทันที แต่ค่อยๆ เชื่อมสัมพันธ์ลูกค้าระยะยาว

จากแบรนด์สมูทตี้เพื่อสุขภาพ “Woops Smoothie” ที่เริ่มต้นจากดีลิเวอรีในเพิงหมาแหงน ของ ไอซ์-จักรภัทร มุ่งจิตภิญโญ และ ซันนี่-วีรสรณ์ ลิ้มเจริญ เพียง 1 ปีกว่าธุรกิจของพวกเขาเติบโตไปอีกหนึ่งขั้น ด้วยการต่อยอด “Woops Social Club” คอมมูนิตี้ที่เขาและพาร์ตเนอร์สร้างขึ้นจากความชอบเล่นกีฬา ประกอบกับโปรดักต์สายเฮลตี้ที่แบรนด์ทำขาย ร่วมกับเทรนด์รักสุขภาพที่กำลังมาแรง จึงกลายเป็นกิจกรรมใหม่ที่น่าติดตาม 

การสร้างโซเชียลคลับของ Woops Smoothie เริ่มต้นยังไง “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะพาไปพูดคุยกับไอซ์และซันนี่ ในบทความนี้ 

จุดเริ่มต้นของโซเชียลคลับ 

ซันนี่เล่าให้ฟังว่า พวกเขาทั้งคู่ชอบเล่นกีฬาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งแบดมินตัน กอล์ฟ และเทนนิส แต่ด้วยในตอนนั้นยังมองไม่เห็นภาพว่าจะต่อยอดความชอบนี้ไปในแนวทางไหน จึงเริ่มต้นสร้างแบรนด์ในฝั่งสมูทตี้ นั่นคือ Woops Smoothie แต่เมื่อทำมาเรื่อยๆ ก็เริ่มเห็นเทรนด์สปอร์ต เทรนด์สุขภาพที่เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น จึงทำให้มีไอเดียสร้างโซเชียลคลับ 

“ผมเห็นเทรนด์สปอร์ตที่กำลังมาแรง เช่น รันคลับ, Hyrox หรือการที่คนหันมาใช้จ่ายเรื่องสุขภาพมากขึ้น เลยอยากเริ่มต้นสร้างโซเชียลคลับ ในนิยามของผมโซเชียลคลับคือพื้นที่ที่เปิดให้คนที่ชอบในสิ่งเดียวกันมาเจอกัน เราไม่ได้มองว่าคุณต้องมาเป็นพวกของฉันเท่านั้น แต่ฉันเปิดพื้นที่กว้างๆ ให้คุณมาจอยกัน และได้เพื่อนกลับไป”

เช่นเดียวกับไอซ์เสริมว่า “โซเชียลคลับของเราไม่ใช่แค่มาออกกำลังกาย หรือมาแข่งกีฬาบางอย่างเพื่อให้ได้ผลงาน แต่เป็นตัวกลางให้คนได้สร้างคอนเน็กชั่นใหม่ๆ ได้เจอเพื่อนใหม่ๆ ที่ชอบในสิ่งเดียวกัน คุยภาษาเดียวกัน”

Woops Social Club
Woops Social Club

สร้างคอมมูนิตี้ ด้วยกีฬาเทนนิส 

โซเชียลคลับของพวกเขาเริ่มต้นด้วยทัวร์นาเมนต์ “เทนนิส” กีฬาโปรดที่เล่นมาร่วม 2 ปี จนได้เห็น Pain Point ในเรื่องของเวลาการแข่งขันที่มักดีเลย์ และการบริหารจัดการที่ยังไม่เรียบร้อย จึงกลายเป็น “ชาเลนจ์” ที่พวกเขาและพาร์ตเนอร์อยากนำมาแก้ไขและผลักดันทัวร์นาเมนต์เทนนิสมือสมัครเล่นให้มีมาตรฐานเข้าใกล้เทนนิสมืออาชีพที่มีมาตรฐานอยู่แล้วให้ได้มากที่สุด 

“พวกเราเป็นผู้จัดเต็มตัวตั้งแต่ศูนย์ยันจบงานเลย วิธีการทำงานคือต้องคิดว่าถ้าเราเป็นผู้เข้าแข่งขันหรือมาร่วมรายการ จะทำยังไงให้เขาได้ประสบการณ์ที่ดีที่สุดในเส้นทางต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ตั้งแต่การเตรียมสถานที่ ทีมสต๊าฟ และสปอนเซอร์ต่างๆ” ไอซ์เล่าเสริม 

เช่นเดียวกับซันนี่บอกว่า “พอต้องมาทำของตัวเอง 100% อันดับแรกคือเรื่องของงบประมาณ เราอยากได้อีเวนต์ในมาตรฐานของเราเอง แต่พอกดตัวเลขแล้วขาดทุน ก็ต้องยอมถ้าเราหาสปอนเซอร์ไม่ได้ แต่โชคดีที่เราได้สปอนเซอร์และแบรนด์หลากหลายเข้ามาช่วย 

อันดับที่สอง เราต้องจัดการความคาดหวังของทุกคนที่มา ผมมองว่าเราไม่สามารถทำให้คนร้อยคนมีความสุขได้เต็มที่ ฉะนั้นต้องหาจุดตรงกลางให้คนส่วนมากแฮปปี้กับมาตรฐานที่เราจัด” ซันนี่เสริมถึงชาเลนจ์ของการจัดทัวร์นาเมนต์เทนนิสมือสมัครเล่น

จากความตั้งใจทุ่มแรงกำลังของทุกคนในทีม ทำให้ทัวร์นาเมนต์เทนนิสมือสมัครเล่นได้รับการตอบรับที่ดี สามารถแก้ Pain Point ได้อย่างที่ตั้งเป้าไว้ ทั้งในเรื่องของเวลาการแข่งขัน การบริหารจัดการ และการสร้างความสุขให้ผู้เข้าร่วม จนเกิดเป็นการบอกต่อ ส่งผลให้ทัวร์นาเมนต์ที่สองและสามได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากเช่นกัน สะท้อนจากผู้สมัครเต็มจำนวนภายใน 2-3 นาทีที่เปิดรับ 

โดยรอบแรกกับรอบที่สอง มีผู้เข้าแข่งขันวันละ 144 คน ผู้ชมประมาณ 300 คน ส่วนรอบที่สามมีผู้เข้าแข่งขันวันละ 288 คน ผู้ชมประมาณ 600-700 คน 

“ฐานลูกค้าของเราเป็นมือสมัครเล่นชัดเจน เป็นพนักงานออฟฟิศ เป็นผู้ประกอบการ เป็นฐานลูกค้า Woops Smoothie ก็มี เขามีเวลาจำกัดในชีวิต การที่ต้องมาแข่งวันเสาร์ ในตารางเวลาระบุว่าจะใช้เวลา 6-7 ชั่วโมง แต่ต้องอยู่จริงเป็น 10 ชั่วโมง 

พอเราเข้ามา แล้วแก้ตรงนี้ได้ น่าจะเป็นปัจจัยแรกที่คนมาแล้วค่อยๆ แฮปปี้ รอบแรกดีเลย์ไป 1 นาที รอบ 2 มีคู่เสมอกันเยอะมากอาจจะดีเลย์ไปชั่วโมงนิดๆ รอบที่ 3 เราจบก่อนเวลา” ซันนี่แชร์ให้ฟัง

ก่อนเล่าเสริมว่า “โชคดีที่พาร์ตเนอร์เรารู้จักกับ พี่บอล-ภราดร ศรีชาพันธุ์ อดีตนักเทนนิสมือวางอันดับ 9 ของโลก เลยมีโอกาสชวนพี่เขามามอบแรงบันดาลใจ การที่ได้มาเจอฮีโร่ในวัยเด็กหรือในช่วงปัจจุบัน ได้มาถ่ายรูป ขอลายเซ็นก็ช่วยเติมเต็มความสุขให้ทุกคนที่มาเข้าร่วม” 

โอกาสทางธุรกิจที่มากกว่ายอดขาย

โซเชียลคลับ ของ Woops Social Club ไม่เพียงเชื่อมผู้คนเข้าด้วยกัน แต่ในมุมของธุรกิจสิ่งนี้อาจเรียกว่าเป็นกลยุทธ์ไปโดยปริยาย

ซันนี่แชร์ให้ฟังว่า “เราไม่ได้คาดหวังว่ายอดขายทุกสาขาจะต้องพุ่งกระฉูดจากการจัดทัวร์นาเมนต์ แต่ว่าเราค่อยๆ สร้างประสบการณ์หรือความผูกพันกับแบรนด์ไปทีละนิด คิดว่ามันก็เป็นเรื่องของระยะยาวเลย

หรืออีกสิ่งที่เราไม่ได้คาดหวังไว้แต่แรก อย่างเช่น แลนด์ลอร์ดบางพื้นที่อาจจะทาบทามเรา คุณมาทั้งแบรนด์น้ำ มาทั้งโซเชียลคลับ มันเป็นแพ็กเกจที่มาทั้งยวง เหมือนมีมาร์เก็ตติ้งให้เขา มีกิจกรรมให้เขาด้วย หรือว่าแบรนด์พาร์ตเนอร์ที่เข้ามาเสริมในฝั่งสมูทตี้ เขาก็อาจจะเห็นจากฝั่งโซเชียลคลับแล้วค่อยมาทาบทามก็มี” 

ไอซ์เสริมว่า “เรามองว่าโซเชียลคลับไม่ใช่ทุกครั้งหรือทุกกิจกรรมคือเรื่องของการขาย เราพยายามหากิจกรรมเข้ามาเพื่อให้ฐานลูกค้าปัจจุบันมีกิจกรรม มีสิ่งดีๆ ที่ได้ทำร่วมกับแบรนด์มากขึ้น ขณะเดียวกันคนใหม่ๆ จะรู้จักกิจกรรมพวกนี้ สุดท้ายก็กลับมาสนับสนุนแบรนด์เราเหมือนกัน”

อย่างไรก็ตาม จากเรื่องรางการสร้างโซเชียลคลับของ Woops Smoothie สะท้อนให้เห็นว่า แบรนด์ไม่ได้มุ่งสร้างแค่ยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่ยังสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าผ่านคอมมูนิตี้ของคนที่มีความชอบเหมือนกัน ซึ่งในอนาคต Woops Social Club ยังมีแผนจัดกิจกรรมอีกหลากหลายให้ได้ติดตามกันต่อไป

Related Posts

สบายใจ ไม่รวย แต่พอกิน! คนรุ่นใหม่ทำเกษตร ปลูกผักสลัดบนดอย มีรายได้หลักหมื่น
“โก๋แก่” แตกไลน์เปิดตัว “โก๋นมถั่ว” (Nut Milk Bar) พร้อมเมนูถั่วสุดฟิน ปักหมุดสาขาใหม่ “ซีคอนบางแค” 1 มิ.ย. นี้!
นางไปรยา ไทยชาติ ผู้อำนวยการฝ่ายพาณิชย์ บริษัท เพ็ญภาค เบฟเวอเรจ จำกัด
FULLFISH เปิดจักรวาล “Fulltopia” ครั้งแรกบนเวที THAIFEX 2026 ปิดดีลผู้นำเข้าจาก 6 ประเทศ