ในยุคที่ผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับ “Longevity” หรือการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ การดูแลสุขภาพจึงไม่ได้หมายถึงแค่การเข้ายิมหรือออกกำลังกายหนักเพียงอย่างเดียว
แต่ยังรวมถึงการดูแลสุขภาพใจ การจัดการความเครียด การนอนหลับที่มีคุณภาพ และการสร้างบาลานซ์ให้กับชีวิต ผ่านศาสตร์แห่งการบำบัด
เริ่มต้นด้วย “Ikigai” (อิคิไก) แนวคิดหรือปรัชญาการค้นหาความหมายของชีวิตของชาวญี่ปุ่น มาจากสองคำรวมกัน คือ “อิคิรุ” แปลว่า การใช้ชีวิต และ “ไก” แปลว่า คุณค่า
ปรัชญานี้สอนให้มนุษย์ “รู้จักเห็นคุณค่าของชีวิต” รู้จักชื่นชมความงามของสิ่งรอบตัว ไม่ว่าจะทำอาชีพอะไรหรือเป็นใครก็ตาม
โดยเฉพาะในยุคที่เต็มไปด้วยความกดดัน หลายคนเกิดความเครียด และหมดไฟในการทำงาน ปรัชญานี้สามารถเข้าไปช่วยเติมพลังใจ สร้างความสุขให้เราได้ ผ่านหลักการ 4 ข้อ 1. อะไรคือสิ่งที่เรารัก 2. อะไรคือสิ่งที่เราทำได้ดี 3. สิ่งที่ทำให้เกิดรายได้ และ 4. สิ่งที่สังคมต้องการ
ซึ่งในชีวิตคนเราสามารถพบอิคิไกได้เยอะมาก เช่น รู้สึกดีใจที่เรายังมีชีวิตอยู่ ได้มานั่งทานขนมหรืออาหารอร่อยที่แม่ตั้งใจทำ แค่นี้ก็เกิดเป็นความสุขเล็กๆ ในแต่ละวัน
หรือในแง่ของการทำงาน ชายคนหนึ่งทำหน้าที่โบกรถ ถ้ามองผิวเผินคืองานทั่วไป แต่ถ้านำปรัชญาอิคิไกมาใช้ จะมองว่าการที่เรามาทำหน้าที่นี้เป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากๆ เพราะถ้าไม่ยืนโบกรถก็อาจจะชนกันแล้วก็ได้
เหล่านี้ไม่ใช่การอวยตัวเอง แต่เป็นการ “เห็นคุณค่าในตัวเอง”
ต่อด้วย “Sound Healing” ศาสตร์การบำบัดด้วยคลื่นเสียงที่กำลังเป็นเทรนด์ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการดูแลสุขภาพจิตและฝึกสมาธิ ท่ามกลางวิถีชีวิตที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและความเครียด
การบำบัดด้วยศาสตร์นี้ใช้เครื่องกำเนิดเสียงแตกต่างกันไป เช่น คริสตัลโบวส์, ขันหิมาลัย, กลอง หรืออุปกรณ์อื่นๆ เพื่อสร้างคลื่นความถี่และแรงสั่นสะเทือน เมื่อคลื่นเสียงเดินทางผ่านร่างกาย จะเข้าไปสั่นสะเทือนและนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อ อวัยวะภายใน ไปจนถึงระดับเซลล์ อีกทั้งยังช่วยดึงความสนใจของเราไปโฟกัสกับเสียงที่ลอยวนอยู่รอบตัว ก็จะช่วยให้เราเกิดความผ่อนคลายและสงบมากขึ้น
อีกกิจกรรมน่าสนใจ “Scent Creation” การออกแบบกลิ่นจาก Essential Oils ซึ่งจะได้กลิ่นเฉพาะตัว กลิ่นไม่เพียงสร้างความหอม แต่ยังช่วยผ่อนคลายความเครียด สร้างสมาธิ ช่วยให้นอนหลับดีขึ้น เติมพลังและความสดชื่น และสร้างความสมดุลทางอารมณ์ได้ด้วย
และสุดท้ายคือ “Art Therapy” หรือศิลปะบำบัด คือการใช้กิจกรรมทางศิลปะ เช่น วาดภาพ ระบายสี ปั้นดิน เพ้นต์กระจก จัดดอกไม้ มาช่วยให้เราระบายสิ่งต่างๆ ในใจหรือความรู้สึกของตัวผ่านงานศิลปะนั้นๆ ได้ เพราะในบางครั้งคนเราก็ไม่สามารถอธิบายความรู้สึกในใจออกมาเป็นคำพูดได้ทั้งหมด
ดังนั้นเป้าหมายจึงไม่ใช่การสร้างผลงาน แต่ช่วยให้เราเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในใจ เข้าใจอารมณ์ของตัวเอง นอกจากนี้ยังช่วยลดความเครียด วิตกกังวล หรืออาการซึมเศร้าได้ด้วย
สอดคล้องกับมุมมองของ คุณปรมะ อินทศร Co-founder & MD Iwelty แพลตฟอร์มกิจกรรม Wellness ครบวงจร กล่าวว่า “ผู้คนในปัจจุบันมีความเครียดจากการทำงาน เพราะต้องทำมากขึ้น ไม่ว่าอยู่ส่วนไหนก็ยังต้องทำงาน ทำให้กิจกรรมด้าน Mental Wellness จึงตอบโจทย์กับคนกลุ่มนี้
เทรนด์ Longevity เปลี่ยนไปแล้ว ย้อนกลับไป 2 ปี ฝั่งภาครัฐพยายามผลักดันทุ่มงบจัดงานเต็มไปหมด แต่คนที่สนใจจริงๆ คือกลุ่มสูงอายุ รอให้ป่วยแล้วค่อยรักษา แต่ในช่วงนี้คอมมูนิตี้สุขภาพกลายเป็นหนึ่งในในไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ เขามาออกกำลังกายโดยที่เราไม่ต้องบอกอะไร มันเป็นมากกว่าเทรนด์แต่ฝังรากลึกไปอยู่ในวิถีชีวิตผู้คน”
กิจกรรมทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า การมี Longevity หรือการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ ไม่ได้หมายถึงเพียงการดูแลสุขภาพกายจากภายนอกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการมี “สุขภาพใจ” ที่แข็งแรง สามารถจัดการความเครียด เข้าใจตัวเอง และใช้ชีวิตได้อย่างสมดุล ซึ่งทุกคนสามารถเริ่มต้นได้จากกิจกรรมเล็กๆ ที่ช่วยเติมพลังให้ทั้งกายและใจ

สำหรับผู้ที่สนใจ เครือมติชน กำลังจะจัดงาน Thailand Healthcare 2026 ภายใต้แนวคิด ‘Longevity: อยู่ดี แฮปปี้นาน’ เข้าฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย
ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน เพื่อรับของที่ระลึก ➡️ https://evcnx.co/THCV26
🗓️ วันที่ 25 – 28 มิถุนายน 2569
⏰ เวลา 10.00 – 19.00 น.
📍 ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์
🚅 เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า MRT สถานีสามย่าน ทางออก 2
ข้อมูลจาก
hrnote.asia , Klaoshow , thairath , themomentum , theoasiscare
