Featured PR News

จากของราคาหลักหมื่น เหลือจ่ายแค่หลักร้อยหลักพันต่อเดือน รู้ทันกับดัก “ผ่อน 0%” ก่อนแบกหนี้สะสมไม่รู้ตัว

ปัจจุบัน “บัตรเครดิต” กลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตของใครหลายคน โดยเฉพาะโปรโมชันยอดนิยมอย่าง “ผ่อน 0%” ที่ช่วยให้การซื้อสินค้าชิ้นใหญ่เป็นเรื่องที่จัดการได้ง่ายขึ้น จากสินค้าราคาหลักหมื่น อาจแบ่งจ่ายเหลือเพียงหลักร้อยหรือหลักพันบาทต่อเดือน 

ซึ่งช่วยบริหารสภาพคล่องทางการเงินได้ยืดหยุ่นขึ้น และยังมีเงินสดเหลือไว้สำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นด้านอื่นๆ ได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้ยอดผ่อนชำระแต่ละรายการจะดูไม่สูงมากนัก แต่เมื่อมีหลายรายการเกิดขึ้นพร้อมกัน ภาระรายเดือนที่ต้องรับผิดชอบก็อาจค่อยๆ เพิ่มขึ้นโดยไม่ทันสังเกต และส่งผลต่อเป้าหมายทางการเงินในระยะยาวได้

ชวนมาสำรวจตัวเองว่า ตอนนี้เรากำลังใช้โปรโมชันผ่อน 0% เพื่อให้ใช้จ่ายได้อย่างสบายใจ และไม่สร้างภาระเกินความจำเป็นในอนาคตอยู่หรือไม่

เช็กด่วน! 4 สัญญาณที่บอกว่าอาจมี “ยอดผ่อน” มากเกินไป

โปรโมชันผ่อน 0% เป็นตัวช่วยทางการเงินที่ดี แต่ก็ต้องใช้อย่างเหมาะสม เพราะบางครั้งความสะดวกในการแบ่งจ่าย อาจทำให้เรามองไม่เห็นภาพรวมของภาระที่กำลังเกิดขึ้น ลองเช็กตัวเองจาก 4 ข้อนี้

1. ยอดผ่อนรายเดือนเริ่มกระทบเงินออม

หากในแต่ละเดือนต้องกันเงินรายได้ส่วนใหญ่ไว้สำหรับชำระค่างวด จนเงินออมลดลง หรือไม่สามารถออมได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ อาจเป็นสัญญาณว่าภาระผ่อนเริ่มมีสัดส่วนสูงเกินไป แม้จะเป็นการผ่อน 0% แต่ก็ยังเป็นภาระที่ต้องชำระอย่างต่อเนื่องทุกเดือน ดังนั้น การรักษาสมดุลระหว่าง “การผ่อน” และ “การออม” จึงเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน

2. จำไม่ได้ว่ากำลังผ่อนอะไรอยู่บ้าง

โทรศัพท์มือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ หรือสินค้าออนไลน์ หลายคนอาจมีรายการผ่อนหลายอย่างในเวลาเดียวกัน จนบางครั้งจำไม่ได้ว่าแต่ละรายการเหลืออีกกี่งวด เมื่อเริ่มมองไม่เห็นภาพรวมของภาระทั้งหมด การวางแผนการเงินก็อาจทำได้ยากขึ้น

3. ตัดสินใจซื้อเพียงเพราะ “ผ่อนได้”

แน่นอนว่าโปรโมชันการผ่อนช่วยให้การซื้อสินค้ามีความยืดหยุ่นมากขึ้น แต่ก่อนตัดสินใจทุกครั้ง ควรถามตัวเองว่า “จำเป็นหรือไม่” หากเหตุผลหลักของการซื้อเริ่มเปลี่ยนจาก “จำเป็น” เป็น “ผ่อนได้อยู่แล้ว” อาจเป็นจังหวะที่ควรกลับมาทบทวนพฤติกรรมการใช้จ่ายของตัวเองอีกครั้ง เพื่อให้ทุกการซื้อยังคงสอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินที่วางไว้

4. เริ่มจ่ายบัตรเครดิตแบบขั้นต่ำ

การชำระขั้นต่ำอาจช่วยเพิ่มความคล่องตัวในบางช่วงเวลา แต่หากเกิดขึ้นบ่อยครั้งหรือเริ่มกลายเป็นเรื่องปกติ นั่นอาจสะท้อนว่าภาระรายเดือนกำลังสูงเกินกว่าที่วางแผนไว้ และเมื่อมียอดคงค้างที่ไม่ได้ชำระเต็มจำนวน ก็จะถูกคิดดอกเบี้ยเพิ่มเติม 

ทำให้ภาระหนี้เพิ่มขึ้นและอาจส่งผลต่อการวางแผนการเงินในอนาคตได้ ดอกเบี้ยก็จะเริ่มเข้ามาเป็นภาระเพิ่มเติม ซึ่งอาจทำให้การบริหารจัดการหนี้ในอนาคตทำได้ยากขึ้น

เปลี่ยนคำว่า “ไม่เป็นไร” ให้เป็นแผนการเงินที่ชัดเจน

หนึ่งในความคิดที่หลายคนเคยมี คือ “ยอดผ่อนต่อเดือนไม่เยอะ น่าจะจัดการได้” ความจริงแล้ว แนวคิดนี้อาจไม่ผิด แต่สิ่งสำคัญคือการมองยอดผ่อนทั้งหมดรวมกัน ไม่ใช่ดูเพียงรายการใดรายการหนึ่ง เพราะเมื่อมีการผ่อนหลายรายการพร้อมกัน ภาระทั้งหมดที่เกิดขึ้นอาจส่งผลต่อการเงินในหลายด้าน เช่น

  • เงินออมลดลง เพราะต้องกันเงินไว้สำหรับชำระค่างวดทุกเดือน
  • กระแสเงินสด (Cash Flow) ในแต่ละเดือนเริ่มตึงตัว เมื่อมีค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มขึ้น
  • หากมีเหตุฉุกเฉินหรือรายได้สะดุด อาจบริหารเงินได้ยากขึ้น
  • ในบางกรณีอาจต้องเริ่มจ่ายขั้นต่ำ ซึ่งนำไปสู่ภาระดอกเบี้ยเพิ่มเติม

ดังนั้น ก่อนจะเริ่มผ่อนทุกครั้ง ควรพิจารณาว่าหลังจากรวมยอดผ่อนทั้งหมดแล้ว ยังเหลือพื้นที่ทางการเงินเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เงินออม และเงินสำรองฉุกเฉินหรือไม่

คิดก่อนผ่อน ด้วย 3 คำถามง่าย ๆ

ทุกครั้งที่เห็นป้าย “ผ่อน 0%” ลองหยุดคิดสักนิด แล้วถามตัวเองด้วย 3 คำถามนี้

1. สิ่งที่กำลังจะผ่อนจำเป็นจริงหรือไม่

การผ่อนจะคุ้มค่ามากที่สุดเมื่อใช้กับสินค้าที่จำเป็น มีมูลค่าสูง หรือเป็นสิ่งที่ต้องใช้งานในระยะยาว

2. ยอดผ่อนรวมต่อเดือนเหมาะกับรายได้หรือไม่

หลังรวมยอดผ่อนทั้งหมดแล้ว ควรยังมีเงินเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายประจำ การออม และเป้าหมายทางการเงินอื่น ๆ

3. จำนวนงวดที่เลือกเหมาะกับแผนการเงินหรือไม่

แม้การเลือกผ่อนระยะยาวจะช่วยให้ยอดจ่ายต่อเดือนลดลง แต่ก็หมายถึงภาระที่ต้องรับผิดชอบยาวนานขึ้นเช่นกัน จึงควรเลือกจำนวนงวดให้สอดคล้องกับความสามารถในการชำระของตัวเอง

เมื่อเริ่มมีหลายยอดผ่อน จัดการอย่างไรดี

หากรู้ตัวว่ามียอดผ่อนหลายรายการ ไม่จำเป็นต้องกังวลจนเกินไป เพราะการแก้ปัญหาเริ่มต้นได้จากการมองเห็นภาพรวมทางการเงินของตัวเองให้ชัดเจน

1. หยุด : การสร้างภาระใหม่ชั่วคราว

การหยุดรูดบัตรเครดิต จะช่วยให้มีพื้นที่ทางการเงินสำหรับจัดการภาระเดิมได้อย่างเต็มที่มากขึ้น

2. กาง : รวบรวมยอดผ่อนทั้งหมดเพื่อให้เห็นภาพรวมของรายจ่าย

จดรายละเอียดของแต่ละรายการ ไม่ว่าจะเป็นยอดคงเหลือ จำนวนงวดที่เหลือ และยอดที่ต้องจ่ายต่อเดือน เพื่อให้เห็นภาพรวมของภาระทั้งหมดอย่างชัดเจน

3. จ่าย : วางแผนการชำระอย่างเป็นระบบเพื่อไม่ให้เป็นหนี้เพิ่ม

หากมียอดคงค้างที่เริ่มมีดอกเบี้ย ควรให้ความสำคัญกับการชำระยอดดังกล่าวก่อน เพื่อลดต้นทุนทางการเงินในระยะยาว และช่วยให้จัดการหนี้ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 ใช้ผ่อน 0% อย่างเข้าใจ เพื่อให้การเงินไปต่อได้อย่างสบายใจ

คนที่บริหารการเงินได้ดี ไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงการใช้จ่าย หรือปฏิเสธความสุขในชีวิต แต่คือคนที่รู้จักวางแผนและเลือกใช้เครื่องมือทางการเงินให้เหมาะกับเป้าหมายของตัวเอง การผ่อน 0% สามารถช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารค่าใช้จ่ายได้ โดยเฉพาะเมื่อต้องซื้อสินค้าหรือบริการที่มีมูลค่าสูง 

แต่สิ่งสำคัญคือควรรู้ภาระที่ต้องรับผิดชอบในแต่ละเดือน และมั่นใจว่ายังมีเงินเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น เงินออม และเป้าหมายทางการเงินอื่นๆ

ข้อมูลจาก

fintips by ttb #เรื่องเงินที่รู้จริงแบบเพื่อนที่รู้ใจ

Related Posts

ไม่ได้เริ่มจากผลิตอะไร แต่เริ่มจาก “ลูกค้าต้องการอะไร” เบื้องหลังพัฒนาสินค้า “อายิโนะโมะโต๊ะ” แบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยกว่า 60 ปี 
จากของราคาหลักหมื่น เหลือจ่ายแค่หลักร้อยหลักพันต่อเดือน รู้ทันกับดัก "ผ่อน 0%" ก่อนแบกหนี้สะสมไม่รู้ตัว
สองลุงป้าวัยเกษียณ บินมาเรียนทำไอศกรีมที่ไทย สู่เจ้าของ “Freshio Gelato” ร้านของหวานขวัญใจวัยรุ่นสิงคโปร์