Featured How to Leadership

สองลุงป้าวัยเกษียณ บินมาเรียนทำไอศกรีมที่ไทย สู่เจ้าของ “Freshio Gelato” ร้านของหวานขวัญใจวัยรุ่นสิงคโปร์ 

ในวัย 70 กว่าๆ ขณะที่ใครหลายคนกำลังนั่งหมดไฟ หรือพักผ่อนแบบปล่อยให้เวลาผ่านไปในแต่ละวัน แต่สำหรับ New Chapter อย่าง คุณลุงเคที (แทน เคียน ทัต) KT (Tan Kian Tat) ในวัย 77 และ คุณป้าย่าจู (Yazhu) วัย 73 ที่มอบเวลาวัยเกษียณให้กับร้านไอศกรีมเล็กๆ ที่ชื่อ Freshio Gelato ที่เป็นเสมือนเครื่องมือพิสูจน์ว่าไฟในการทำงานของคนเราไม่มีวันมอดดับตามอายุ

จาก “ราชาเครย์ฟิช” สู่ชีวิตที่ว่างจนหายใจไม่ออก

ย้อนกลับไปในยุคทอง คุณลุงเคที เขาเป็นนักธุรกิจระดับพรีเมียมในประเทศจีน ที่ถูกขนานนามว่าเป็น “ราชาเครย์ฟิช” ผู้กุมบังเหียนโรงงาน 8 แห่ง ส่งออกกุ้งแช่แข็งมูลค่านับพันล้านบาทไปทั่วโลก ส่วนคุณป้าย่าจู ก็ไม่ใช่แม่บ้านธรรมดา เธอคือนักบริหารร้านกาแฟฝีมือดีในเซี่ยงไฮ้ที่มีสาขากระจายไปทั่วเมือง

แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้อง “เกษียณ” จริงๆ ทั้งคู่ย้ายไปใช้ชีวิตสงบๆ ที่แคนาดา แต่ทว่าความเงียบเหงาหลังเกษียณนี้เองที่เป็นเสมือนศัตรูของพวกเขา

“ผมเป็นพวกบ้างาน ชีวิตที่แคนาดาคือการขับรถไปนั่นมานี่อย่างไร้จุดหมาย มันว่างเกินไป และมันเป็นการใช้เงินไปวันๆ โดยไม่มีอะไรตอบแทนกลับมา” คุณลุงเล่าถึงความอึดอัดในใจ

เปลี่ยนหยาดน้ำตาเป็นพลังฮึดสู้

เมื่อตัดสินใจกลับมาใช้ชีวิตที่สิงคโปร์บ้านเกิด ทั้งคู่ลองไปเป็นลูกจ้างเพื่อฆ่าเวลา คุณลุงไปขับ Grab ส่วนคุณป้าไปเป็นบาริสต้าที่ร้านฟาสต์ฟู้ดชื่อดัง แต่ที่นั่นเองที่คุณป้าวัย 70 ต้องพบกับโลกที่โหดร้าย เธอถูกเพื่อนร่วมงานรุ่นหลานกลั่นแกล้งจนต้องกลับมาร้องไห้ที่บ้านซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“ทำไมเราต้องยอมให้เขาดูถูก?” คำถามนี้จุดประกายให้คุณลุงตัดสินใจว่า จะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายจิตใจคู่ชีวิตอีกต่อไป ทั้งคู่จึงนำประสบการณ์บริหารร้านที่มีอยู่มาเปิด “ร้านไอศกรีมเจลาโต้” เป็นของตัวเอง เพื่อสร้างพื้นที่ที่พวกเขาเป็นเจ้าของชีวิตอย่างแท้จริง

การศึกษาไม่มีที่สิ้นสุด

การจะทำธุรกิจให้รอดในวัยนี้ “ความเก๋า” อย่างเดียวไม่พอ คุณลุงเคทีตอนนั้นในวัย 66 ปี ตัดสินใจบินมาเข้าคอร์สทำไอศกรีมที่เมืองไทย

วันที่ลุงก้าวเท้าเข้าไปในคลาส อาจารย์ถึงกับถามว่า มาหาใครหรือเปล่าครับ? เพราะนักเรียนคนอื่นๆ อายุแค่ 20 ต้นๆ เท่านั้น

แต่ใครจะเชื่อว่า อดีตวิศวกรเครื่องเย็นอย่างลุงจะใช้ความรู้เรื่องจุดเยือกแข็งและวิทยาศาสตร์อาหารมาคำนวณสูตรเจลาโต้จนแม่นยำ ในวันสอบจบหลักสูตร เจลาโต้รสพิสตาชิโอฝีมือลุงชนะใจกรรมการแบบขาดลอย จนอาจารย์ต้องยกนิ้วให้ในเรื่องของความเนียนนุ่มและความลึกของรสชาติ

ตี 2 คือเวลาปิดร้าน และการเป็นขวัญใจวัยรุ่น

ในขณะที่คนวัยเดียวกันอาจจะเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ แต่ชีวิตใหม่ของ คุณลุงเคที และ คุณป้าย่าจู กลับคึกคักที่สุดในช่วงดึก พวกเขาพบว่าช่วงเวลาทอง (Prime Time) ของของหวานคือช่วง 2 ทุ่มไปจนถึงเกือบเที่ยงคืน

บ่อยครั้งที่จะเห็นสองลุงป้าคู่นี้สนุกอยู่กับการตักไอศกรีมและเก็บกวาดร้านจนถึง ตี 2 พวกเขามองว่ามันไม่เหนื่อยเลย เพราะเสียงพูดคุยและพลังงานจากเด็กมหาวิทยาลัยที่แวะเวียนมา ทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนได้ย้อนวัยกลับไปมีพลังอีกครั้ง

ห้องแล็บไอศกรีมกับการลองผิดลองถูก

ชีวิตในทุกๆ วันของคุณลุงเคทีคือการหมกมุ่นอยู่กับ “การทดลอง” ลุงจะมีความสุขมากกับการซ่อมเครื่องจักรเอง หรือการนั่งวิจัยว่าทำอย่างไรให้ไอศกรีมที่มีแอลกอฮอล์ผสมอยู่ยังคงความเนียนนุ่มและตักง่ายที่อุณหภูมิ -14 องศาเซลเซียส

มีอยู่ครั้งหนึ่ง ลุงเผลอทำส่วนผสมไหม้จนกลายเป็นรส “มะพร้าวคั่ว” แทนที่จะทิ้ง ลุงลองให้ลูกค้าชิม ปรากฏว่ากลายเป็นรสฮิตที่ใครๆ ก็ถามหา แม้สุดท้ายลุงจะถอดออกจากเมนูเพราะคุมมาตรฐานความไหม้ให้เท่ากันทุกรอบไม่ได้ แต่มันก็ทำให้ชีวิตในร้านเต็มไปด้วยเรื่องเซอร์ไพรส์และความสนุกทุกวัน

ถ้าหลานเล่น TikTok ได้ ตาก็เล่นได้

จุดที่น่าประทับใจที่สุดในชีวิตหลังเปิดร้าน คือการที่ลุงเคทีเลือกที่จะไม่ทำตัวเป็นแก้วที่เต็มน้ำ ลุงยอมรับว่าโลกยุคนี้ขับเคลื่อนด้วยโซเชียลมีเดีย เขาจึงดึงลูกบุญธรรมและหลานๆ มาช่วยทำคอนเทนต์ จน Freshio Gelato กลายเป็นร้านที่อยู่ในกระแส

ลุงพูดปนหัวเราะเสมอว่า “ถ้าคุณเล่น TikTok ผมก็เล่นได้ ผมชอบเรียนรู้จากคนรุ่นใหม่และสนุกที่ได้ทำงานข้างๆ พวกเขา” 

จะเห็นได้ว่า นี่คือการเกษียณที่ไม่ได้แปลว่าการหยุดพัก แต่มันคือการ Intergenerational Collaboration หรือการเชื่อมโยงคนสองวัยเข้าด้วยกันผ่านไอศกรีม

ปัจจุบันชีวิตของทั้งคู่ไม่ได้หยุดอยู่แค่สาขาเดียว แต่ลุยต่อถึงสาขาที่ 2 บริเวณ Maxwell ซึ่งคุณลุงวางกลยุทธ์ใหม่หมด เปลี่ยนจากเน้นนักศึกษามาเน้นนักท่องเที่ยว และเพิ่มเมนูสุขภาพอย่างอาซาอิและโยเกิร์ต เพื่อตอบโจทย์เทรนด์โลก

ถอดบทเรียนและกลยุทธ์ รุ่นใหญ่ใจต้องนิ่ง

แม้เรื่องราวจะฟังดูอบอุ่นหัวใจ แต่เบื้องหลังคือการวางกลยุทธ์ที่เฉียบคม เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ถอดบทเรียนและแกะกลยุทธ์จากเรื่องราวของทั้งสอง ได้ดังนี้

1. การบริหารความเสี่ยงแบบ “Safe Zone” 

ในเรื่องราวของการลงทุน คุณลุงควักเงินลงทุน 50,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ ประมาณ 1.3 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่ลุงย้ำว่า “เสียไปก็ไม่ตาย” ลุงไม่ยอมแตะเงินเกษียณก้อนหลักเลย เพราะรู้ดีว่าความล้มเหลวเกิดขึ้นได้เสมอ การลงทุนในวัยนี้ต้อง “กล้าลุยแต่ต้องไม่หมดตัว”

2. เลือกสมรภูมิที่ใช้ “จุดแข็ง” และ “ประหยัดแรง” 

ลุงเลือกเจลาโต้เพราะมันมีระบบที่จัดการง่าย เตรียมของครั้งเดียวแล้วตักขายได้เลย ไม่ต้องยืนหน้าเตาร้อนๆ นานๆ เหมาะกับสภาพร่างกาย แต่ผลลัพธ์คือสินค้าพรีเมียมที่ขายได้ราคาสูง

3. กลยุทธ์ป่าล้อมเมือง 

  • สาขาแรก เจาะกลุ่มนักศึกษา เพราะเป็นกลุ่มที่ชอบสังสรรค์และกินของหวานได้ทุกเมื่อ
  • สาขาสอง เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยว โดยการเพิ่มเมนู “ทุเรียน” และ “อาซาอิ” เพื่อรับกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่มาเดินแถวร้านข้าวมันไก่ชื่อดัง ที่ถนน Kadayanallur ย่าน Maxwell อย่างร้าน Tian Tian Hainanese Chicken Rice (天天海南鸡饭) หรือ ข้าวมันไก่เทียน เทียน 

4. สลายช่องว่างระหว่างวัย 

คุณลุงไม่ดื้อ ไม่รั้น พร้อมดึงลูกหลานมาช่วยทำ TikTok และโซเชียลมีเดีย ลุงยอมรับว่าโลกเปลี่ยนไปแล้ว และการเรียนรู้จากเด็กๆ คือวิธีที่ทำให้แบรนด์ Freshio ยังดูสดใสและเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ตลอดเวลา

5. คุณภาพคือหัวใจ

แม้จะขายถูกกว่าแบรนด์ดัง โดยขายราคาเพียงลูกละประมาณ 4.5 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราวๆ ร้อยกว่าบาทนิดๆ แต่ลุงคุมคุณภาพเองทุกขั้นตอน ลุงซ่อมเครื่องเอง คุมอุณหภูมิตู้แช่เองที่ -14 องศาเซลเซียส เพื่อให้ไอศกรีมตักง่ายและเนื้อสัมผัสดีที่สุด

เรื่องราวของ Freshio Gelato ไม่ใช่แค่เรื่องของไอศกรีมที่อร่อย แต่มันคือเรื่องของความหมายของการมีชีวิตอยู่ คุณลุงและคุณป้าพิสูจน์ให้เห็นว่า ตราบใดที่เรายังไม่หยุดเดิน อายุที่เพิ่มขึ้นก็เป็นเพียงแค่ตัวเลขที่บอกว่าเรามีประสบการณ์มากกว่าคนอื่น

ที่มา https://vulcanpost.com/910766/freshio-gelato-senior-couple/ 

Related Posts

นายเซยุน คิม ประธานบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์
LINE MAN หั่น GP เหลือ 10% หนุนไทยช่วยไทย พลัส (60/40)
เปลี่ยนบ้านเป็นบาร์ลับ! ธุรกิจเสริมของหนุ่มสิงคโปร์ เสิร์ฟค็อกเทลแก้วละหลักร้อย ลูกค้าหลายคนจองคิวไม่ทัน