Featured SMEs รอบโลก

คู่รักออกจากงานมารับ “ซ่อมตุ๊กตา” แม้ค่าซ่อมถึงหลักพัน แต่ลูกค้า ยอมบินข้ามประเทศมาใช้บริการ

เรื่องราวของ Isaac Kong และ Pamela Theng คู่รักวัย 54 ปี ผู้ชุบชีวิตตุ๊กตาเก่าในความทรงจำของใครหลายคนให้กลับมามีชีวิตและสวยงามอีกครั้ง 

โดยเริ่มจากทำเป็นงานอดิเรก ยึดเป็นอาชีพเสริมมายาวนาน 30 ปี ก่อนตัดสินใจลาออกจากงานมาเปิดร้าน Toy Doctor ให้บริการซ่อมแซมตุ๊กตา เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่เขตอนุรักษ์สัตว์ป่ามันได (Mandai Wildlife Reserve) ใกล้กับสวนสัตว์สิงคโปร์ 

ซึ่งมีลูกค้ายอมบินข้ามประเทศจากกาตาร์มาสิงคโปร์ เพื่อส่งตุ๊กตาตัวโปรดมาซ่อมที่ร้านแห่งนี้โดยเฉพาะ 

จากงานอดิเรกสู่การซ่อมตุ๊กตานับพันตัว

ย้อนกลับไปในปี 1996 จุดเริ่มต้นของไอเดียธุรกิจเกิดขึ้นที่ Fort Canning Park สวนสาธารณะที่พวกเขาไปร่วมงานปิกนิกตุ๊กตาผ้า ซึ่งจัดแสดงผลงานของศิลปินผู้สร้างสรรค์ตุ๊กตาหมี ด้วยความประทับใจในสิ่งที่เห็น ทั้งคู่จึงซื้อหนังสือมาศึกษาและฝึกซ่อมตุ๊กตา ทั้งการเย็บ ยัดนุ่น ทำความสะอาดตุ๊กตาด้วยตัวเองตั้งแต่ศูนย์

ก่อนเริ่มทำเป็นงานอดิเรก และค่อยๆ เติบโตขึ้นเป็นอาชีพเสริมควบคู่ไปกับการทำงานประจำหลายปี โดย Pamela ทำงานในแวดวงวิศวกรรม ส่วน Isaac ทำงานด้านการบริหารจัดการระบบสาธารณสุข 

ทว่าก็มี “จุดเปลี่ยน” เมื่อมีคนแปลกหน้าค้นพบเว็บไซต์ของพวกเขา และขอให้ช่วยซ่อมตุ๊กตาที่มีรอยฉีกขาด ซึ่งไม่ใช่เรื่องยาก แค่เย็บให้เรียบร้อยเท่านั้นเอง 

และบริการครั้งนั้นก็สร้างความประทับใจให้ลูกค้าคนดังกล่าว ถึงขึ้นเขียนบล็อกรีวิว จนทำให้มีคนติดต่อสอบถามเข้ามาอย่างล้นหลาม และนั่นทำให้ทั้งคู่มองเห็น “ช่องว่างในตลาด” ที่ยังไม่มีใครเข้ามาเติมเต็ม

ส่งผลให้พวกเขาเปิดโรงพยาบาลตุ๊กตาในปี 2016 ในแฟลตขนาด 5 ห้องของพวกเขาที่ตั้งอยู่ในย่านจูร่ง (Jurong)

หลังจากนั้นหลายปี ทั้งคู่ซ่อมแซมตุ๊กตา และสร้างตุ๊กตาที่คล้ายกับตัวเดิมขึ้นมาใหม่เป็นพันๆ ตัว จนในที่สุดก็ตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาลุยธุรกิจนี้แบบเต็มตัว

อย่างไรก็ตาม เมื่อกลุ่มอนุรักษ์สัตว์ป่ามันไดติดต่อเข้ามา ทำให้มองเห็นโอกาสในการเปิดร้าน Toy Doctor เพราะมองว่าตุ๊กตาผ้าเป็นหนึ่งในสินค้าที่ขายดีที่สุดในร้านขายของที่ระลึกของสวนสัตว์ ซึ่งเป็นของขวัญชิ้นแรกที่เด็กๆ ได้สัมผัสกับสัตว์ตัวโปรด

คู่รักออกจากงานมารับ “ซ่อมตุ๊กตา”
คู่รักออกจากงานมารับ “ซ่อมตุ๊กตา”

งานที่ซับซ้อนและพิถีพิถัน

ที่ร้าน Toy Doctor คิดค่าบริการทำความสะอาดและยัดนุ่นใหม่สำหรับตุ๊กตาที่มีความสูงไม่เกิน 35 เซนติเมตร เริ่มต้นที่ 110 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 2,800 บาท 

ส่วนการเย็บรอยขาดมีราคาตั้งแต่ 10 ไปจนถึง 250 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 200-6,000 กว่าบาท 

ขณะที่การซ่อมแซมส่วนอื่นๆ เช่น เปลี่ยนตาหรือจมูก จะอยู่ที่ประมาณ 80-200 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือ 2,000-5,000 กว่าบาทโดยประมาณ 

ราคาอาจจะดูสูง แต่การซ่อมตุ๊กตานั้นมีขั้นตอนซับซ้อนกว่าที่เห็น ต้องผ่านกระบวนการอย่างพิถีพิถันหลายวัน เพราะต้องทำความสะอาดด้วยมืออย่างเบามือ และผึ่งลมให้แห้งตามธรรมชาติเป็นเวลา 3-5 วัน ก่อนเริ่มกระบวนการยัดนุ่นใหม่ โดยห้ามใช้เครื่องอบผ้าไฟฟ้าโดยเด็ดขาด

นอกจากนี้ทางร้านยังมีบริการ “โคลนนิ่ง” (Cloning) สร้างตุ๊กตาตัวใหม่ขึ้นมาเพื่อเลียนแบบตัวเดิมในกรณีที่ตัวเก่าเสียหายจนเกินเยียวยา

ซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้แรงกายและแรงใจสูงสุด บางครั้งใช้เวลานานหลายเดือน และส่วนที่ยากที่สุดคือการตามหาวัสดุแบบเดิมที่เหมือนเป๊ะ เจ้าของตุ๊กตาน้อยคนนักที่จะยอมให้ใช้วัสดุอื่นทดแทน ซึ่งทีมงานก็เข้าใจและไม่เคยตำหนิพวกเขาเลย

“คุณสามารถซื้อตุ๊กตาตัวใหม่ได้ แต่คุณไม่สามารถซื้อความทรงจำที่ผูกพันกับตุ๊กตาตัวเดิมได้” Isaac กล่าวเสริม 

เช่นเดียวกับ Pamela มองว่า “เมื่อเวลาผ่านไป เราถึงได้รู้ว่าเราไม่ได้กำลังซ่อมตุ๊กตา แต่เรากำลังเยียวยาหัวใจของผู้คนอยู่ต่างหาก” 

อย่างไรก็ตาม แม้จะเข้าใจในคุณค่าทางจิตใจแค่ไหน แต่ในความเป็นจริงทางร้านไม่สามารถคงกลิ่นเดิมของผ้าเน่าหรือตุ๊กตาเน่าที่นำมาทำความสะอาดตามความต้องการของเจ้าของได้ 

ทางร้านจึงต้องบริหารความคาดหวังของลูกค้า โดยหวังจะส่งต่อวิธีการพูดคุยและประคับประคองความรู้สึกในสถานการณ์แบบนี้ ที่ถือเป็นทักษะเฉพาะตัวให้คนรุ่นหลัง

ซ่อมตุ๊กตา
ซ่อมตุ๊กตา

ปั้น “หมอรักษาตุ๊กตา” รุ่นต่อไป

ทั้งคู่ตระหนักดีว่าอายุเริ่มมากขึ้นทุกวัน และคงไม่สามารถทำสิ่งนี้ไปได้ตลอด จึงอยากปั้นหมอรักษาตุ๊กตาเพื่อมารับไม้ต่อ

โดยได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มอนุรักษ์สัตว์ป่ามันได เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมนี้ให้เป็นมืออาชีพมากขึ้น รวมถึงสร้างสถาบันฝึกอบรมอย่างเป็นทางการสำหรับการซ่อมตุ๊กตา จะไม่สอนแค่ทักษะทางเทคนิคเพียงอย่างเดียว

แต่ให้ความรู้ว่า ตุ๊กตาทำมาจากอะไร ลองยัดนุ่นตุ๊กตาด้วยตัวเองและนำกลับบ้านได้ นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้เรื่องการรีไซเคิล การซ่อมแซม และวัสดุยัดไส้ประเภทต่างๆ ตั้งแต่โพลีเอสเตอร์เนื้อนุ่มไปจนถึงเม็ดไมโครโฟม ซึ่งได้เริ่มเปิดเวิร์กช็อปในร้าน Toy Doctor ให้ผู้เข้าชมสามารถเข้ามาเรียนรู้ได้ 

และนี่คือเรื่องราวของ Toy Doctor

ข้อมูลจาก

vulcanpost

Related Posts

เที่ยวไทยง่ายขึ้น! ไทยเปิด QR Payment ให้นักท่องเที่ยวสแกนจ่ายได้เหมือนคนไทย รองรับ 9 สกุลเงิน
คู่รักออกจากงานมารับ “ซ่อมตุ๊กตา” แม้ค่าซ่อมถึงหลักพัน แต่ลูกค้า ยอมบินข้ามประเทศมาใช้บริการ
วิทยาลัยดุสิตธานี เปิดหลักสูตรใหม่ “เทคโนโลยีอาหารและการประกอบอาหารสร้างสรรค์” สายงานที่ตลาดต้องการกว่า 4 หมื่นคน
วิทยาลัยเภสัชกรรมสมุนไพร ชู AI ถอดรหัสภูมิปัญญาไทย สร้างหลักฐานเชิงประจักษ์ หนุนสมุนไพรเข้าสู่ระบบสุขภาพ
ไม่มีต้นทุนชีวิต จบแค่มัธยม แต่ปั้นธุรกิจน้ำหอมไทย ในวันที่ใครๆ เชื่อว่าของนอกดีกว่า จนลูกค้ายุโรป-อเมริกาสั่งซื้อไม่ขาด