จุดเริ่มต้นจากความหลงใหลใน “พิลาทิส” ที่ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องสุขภาพ แต่ยังทำให้ ธัญวษกา นวัตธามกุล หรือ “คุณแก้ว” รู้สึกรักและเข้าใจตัวเองมากขึ้น จนอยากส่งต่อประสบการณ์ Wellness ให้เข้าถึงผู้คนในวงกว้าง เธอจึงตัดสินใจเปิดสตูดิโอพิลาทิสเล็กๆ ในฝั่งธนบุรี ชื่อ “Kaew Pilates”
ก่อนต่อยอดสู่ “พิลาทิสกลางสวน” กิจกรรมยอดนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับออกกำลังกาย แต่ยังกลายเป็นคอมมูนิตี้เชื่อมโยงผู้คนซึ่งมีไลฟ์สไตล์และความสนใจด้านสุขภาพเข้าด้วยกัน โดยมีผู้เข้าร่วมมากถึงหลักพันคน เคยจองเต็มเร็วสุด 500 คน ใน 5 นาที หรือหลายๆ งานจองเต็มจำนวนใน 1 นาที

จุดเริ่มต้นของ Kaew Pilates สตูดิโอพิลาทิส
ย้อนกลับไปหลายปีก่อน คุณแก้วเป็นนักกีฬาที่อยู่กับการออกกำลังกายมาโดยตลอด เธอลองกิจกรรมหลากหลาย ทั้งว่ายน้ำ ตีแบด ก่อนมาหลงใหลใน “พิลาทิส”
เธอเริ่มศึกษาอย่างจริงจังจนได้สอนพิลาทิส ซึ่งมีลูกค้าประจำจำนวนมากและส่วนใหญ่บอกปากต่อปาก เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงพิลาทิสและ Wellness ได้มากขึ้น จึงตัดสินใจเปิดสตูดิโอพิลาทิสเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว
แม้ในตอนแรกจะเป็นเพียงโฮมสตูดิโอเล็กๆ ปัจจุบันธุรกิจนี้ขยายใหญ่ขึ้น โดยมีแผนขยายเพิ่มอีก 2 สาขาในปีนี้ ในโซนบางนาและกลางเมือง รวมเป็น 10 สาขา เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าทั้งผู้หญิงและผู้ชายที่เริ่มสนใจมากขึ้น
“ผู้ชายเริ่มเข้าใจและเห็นความสำคัญของพิลาทิส เวลาไปยกเวทหรือเล่นกล้ามเนื้อมัดใหญ่จะมีบางอย่างที่เขาไม่สามารถยกสุดได้ หรือประสิทธิภาพของเขาไม่สามารถทำได้เต็ม 100% แต่พอมาเล่นพิลาทิสมันช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ไม่ว่าจะเป็น ข้อต่อ ข้อแขน หัวไหล่ หรือช่วงหลัง ทำให้สามารถกลับไปออกกำลังกายที่เขารักได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความสุขมากขึ้น”
ที่สตูดิโอ Kaew Pilates มีโปรแกรมรองรับทุกช่วงวัย สามารถเริ่มเล่นได้ตั้งแต่ 5 ขวบ ซึ่งแต่ละช่วงวัยมีเป้าหมายแตกต่างกัน
วัยเด็ก พ่อแม่ส่งมาเพิ่ม Posture หรือปรับสรีระให้หลังไม่ให้ค่อม คอไม่ยื่น ทำให้โครงสร้างแกนกลางแข็งแรงขึ้น เพราะปัจจุบันเด็กติดโซเชียล เล่นโทรศัพท์ เล่นไอแพด หรือบางครอบครัวอยากให้ลูกตัวสูงขึ้นก็มี
สำหรับช่วงอายุ 30 ปี เธอเน้นว่าแทบจะเป็นกลุ่มลูกค้าหลักเลยก็ว่าได้ ส่วนใหญ่มีอาการออฟฟิศซินโดรมจากการทำงาน ปวดหลัง ปวดไหล่ ซึ่งสามารถปรับโปรแกรมให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้เช่นกัน
แค่การฝึกเบื้องต้นให้แกนกลางแข็งแรง ปรับการใช้ชีวิตประจำวันให้อยู่ในท่าทางที่ถูกต้องมากขึ้น เพียงเท่านี้ อาการเจ็บปวดต่างๆ หรือการเจ็บจากภายนอก และสรีระจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

พิลาทิส สอนให้รักตัวเองมากขึ้น
คุณแก้วเล่าถึงเสน่ห์ของพิลาทิสให้ฟังว่า ความจริงไม่ได้ต้องการท่าทางที่สมบูรณ์แบบเหมือนภาพตัวอย่างที่เห็น แต่เป็น “ความสมบูรณ์แบบในความสามารถของตัวเอง” ในแต่ละวัน
เสน่ห์อีกอย่างคือทำให้รู้จัก “รักและชื่นชมตัวเอง” มากขึ้น เมื่อเล่นอย่างต่อเนื่องจะเห็นถึงความสามารถจากมุมองศาท่าทางที่ทำได้มากขึ้นในทุกๆ วัน
“เมื่อก่อนเราจะเข้าใจว่าการฉีกขา แอ่นหลังได้ต้องหลังอ่อนเท่านั้น คนที่หลังแข็งไม่มีสิทธิเลย แต่พอมารู้จักพิลาทิส มันไม่ใช่กล้ามเนื้อมัดเดียว แต่เกิดจากกล้ามเนื้อมัดข้างล่างด้วย” คุณแก้วกล่าวเสริม
ขณะเดียวกัน พิลาทิสไม่ได้เน้นเรื่องความผอมเหมือนการออกกำลังกายรูปแบบอื่นที่เผาผลาญแคลอรีหรือเสียเหงื่อจำนวนมาก แต่เน้นเรื่อง “คุณภาพการเคลื่อนไหว” แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เมื่อเล่นไปนานๆ ทำให้รู้สึกว่าร่างกายไม่เจ็บไม่ปวด
เปลี่ยนสวนสาธารณะ เป็นพื้นที่ของคนรักพิลาทิส
จุดเริ่มของ “พิลาทิสกลางสวน” กิจกรรมยอดนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ เกิดมาจากเป้าหมายแรกที่คุณแก้วบอกไว้คือ “อยากให้ทุกคนเข้าถึงพิลาทิสได้มากขึ้น”
แม้จะเปิดสตูดิโอมานาน แต่ก็ยังต้องตอบคำถามว่า “พิลาทิสคืออะไร” อยู่ดี เธอจึงอยากทำให้ง่ายขึ้นกว่าเดิม กระทั่งปิ๊งไอเดียอยากนำพิลาทิสออกจากสตูดิโอมาให้คนได้เล่นกลางสวนสาธารณะ ซึ่งสามารถเข้าร่วมได้ทุกคน มีความสนุกมากขึ้นกว่าการเล่นอยู่ในห้องสตูดิโอสี่เหลี่ยม
“เราจะปรับรูปแบบการสอนให้ง่ายที่สุด ส่วนใหญ่นำเสื่อผืนเดียวมาสามารถเล่นได้แล้ว หรือบางสถานที่ไม่เอื้ออำนวยก็ไม่ต้องนำเสื่อมา แต่สามารถเล่นได้เพราะสอนหลักการ วิธีการหายใจ การเคลื่อนไหวทุกอิริยาบถ นั่ง นอน ยืน มีครูผู้สอนคอยช่วยดูท่าทางความถูกต้อง ทำให้คนไม่มีข้ออ้าง เพราะเล่นได้ง่ายมาก”
โดยใช้ชื่อว่า YPS Pilates Club ย่อมาจาก Your PILATES Sister กำลังเติบโตเป็นคอมมูนิตี้ขนาดใหญ่ ในระยะเวลาเพียง 1 ปีกว่า
“วันแรกมีกระดาษหนึ่งใบ เขียนว่าเรากำลังจะมีพิลาทิสตรงนี้ แล้วชูขึ้น หวังว่าคนมาสัก 30 คนก็ดีใจแล้ว แต่ปรากฏว่ามา 200-300 คน หลังจากนั้นมาเข้าร่วม 500 กว่าคนทุกงาน และไปถึงหลักพันคน เปิดลงทะเบียน 500 คนเต็มในประมาณ 5 นาที
มองว่าเราเป็นส่วนหนึ่งช่วยผลักดันให้พิลาทิสมาอยู่ในพื้นที่สาธารณะ และเข้าถึงคนจำนวนมากขึ้น สิ่งที่ภูมิใจที่สุดคือการเห็นคนส่วนมากเริ่มดูแลสุขภาพและมีความสุขกับการออกกำลังกายผ่านคอมมูนิตี้ และใจฟูทุกครั้งที่ทำให้คนกลับมารักตัวเอง มีวินัยในการดูแลสุขภาพจากไม่ตื่นเช้า ก็ตื่น” คุณแก้วเล่าให้ฟัง
โดยจัดที่สวนเบญจกิตติ นัดกันทุกวันอาทิตย์ ช่วงเช้า 6 โมงครึ่ง และเริ่มจัดช่วงเย็นบ้าง หมุนเวียนไปจัดตามสถานที่ต่างๆ เช่น สวนรถไฟ, SIAMS CAPE และ Underwater World นอกเหนือจากสวนสาธารณะ ตามเสียงเรียกร้องของ “Sis” ย่อมาจาก Sister คำที่ใช้เรียกผู้เข้าร่วม
ซึ่งอาจจัดร่วมกับพาร์ตเนอร์ที่มีเจตนารมณ์เดียวกัน จึงมีทั้งเข้าร่วมฟรี และเสียค่าใช้จ่ายเพราะบางงานมีเวิร์กช็อปเสริมเข้าไปด้วย
“คิดว่าคอมมูนิตี้น่าจะเติบโตขึ้นไปอีก เพราะคนไม่ได้มองการกายออกกำลังกายแค่ระยะสั้น แต่มองไปถึงสุขภาพระยะยาว มีความงาม อาหาร แฟชั่นร่วมด้วย คอมมูนิตี้ทำให้เขามีเพื่อน เกิดแรงบันดาลใจ อยู่ในสภาวะแวดล้อมที่สนับสนุนกัน และทำให้สตูดิโอพิลาทิสของทุกคนเติบโตขึ้นไปด้วย”
อย่างไรก็ตาม คุณแก้วมีแนวคิดนำคอมมูนิตี้เข้าไปอยู่ในสตูดิโอพิลาทิสด้วยเช่นกัน เพื่อให้ทุกคนได้รับประสบการณ์เหมือน YPS Pilates Club ในสวนเบญจกิตติ
ปัจจุบัน Kaew Pilates เป็นพันธมิตรกับ เคทีซี เพื่อช่วยวางแผนค่าใช้จ่ายให้กับผู้ที่อยากออกกำลังกาย และอยากลองเล่นพิลาทิส

สรุปความสำเร็จของ Kaew Pilates
1. ความใส่ใจลูกค้า
2. รักษมาตรฐานการสอนและการพัฒนาทีมอย่างต่อเนื่อง
3. สร้างคอมมูนิตี้ที่แข็งแรง เพราะอยากให้เป็นการดูแลสุขภาพแบบยั่งยืน
