SMEs รอบโลก เคล็ดลับผู้ประกอบการ

ร้านอาหารนิวยอร์กคิดคอนเซปต์ จ้าง “คุณยาย” จากทั่วโลกมาทำอาหาร ให้ลูกค้าหวนคิดถึงรสชาติฝีมือคนในครอบครัว

ลองนึกภาพร้านอาหารที่ไม่มีเชฟมิชลินสตาร์ ไม่มีเมนูตายตัว แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงเลย นั่นคือความรักที่ใส่ลงไปในทุกจาน เพราะคนที่ยืนทำอาหารอยู่หลังเตาไม่ใช่เชฟมืออาชีพ แต่คือคุณยายตัวจริงจากทั่วทุกมุมโลก

เพราะเชฟคนแรกในชีวิตของหลายคนก็คือคุณแม่ แล้วก็คุณยาย

ร้านอาหารบนเกาะ Staten Island นครนิวยอร์ก “Enoteca Maria” จึงได้ไอเดียออกคอนเซปต์สุดพิเศษ รับสมัครคุณยายไม่จำกัดเชื้อชาติ มาเป็นเชฟรังสรรค์อาหารออกมา ทำให้คนต้องนั่งเรือข้ามฟากเพื่อไปลิ้มรสอาหารที่เหมือนคุณยายทำเองจริงๆ

จุดเริ่มต้นจากความสูญเสีย

เรื่องราวของร้านนี้เริ่มต้นจากความเศร้า ไม่ใช่แผนธุรกิจ Joe Scaravella เจ้าของร้านได้สูญเสียแม่ ยาย และน้องสาวไปในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน หลังจากนั้นเขาตัดสินใจย้ายจากบรูคลินมาอยู่ริมน้ำที่ Staten Island และเกิดไอเดียเปิดร้านอาหารขึ้นมาเพื่อเป็นการรำลึกถึงผู้หญิงสำคัญในชีวิตที่จากไป จึงตั้งชื่อร้านตามชื่อแม่ของเขาว่า “Maria”

Scaravella เคยเล่าถึงจุดเริ่มต้นของร้านนี้ไว้อย่างตรงไปตรงมาว่า เขาเปิดร้านโดยไม่มีแผนธุรกิจใดๆ ไม่เคยมีประสบการณ์ทำร้านอาหารมาก่อนเลย ทุกอย่างเกิดจากความคิดถึงและความสูญเสียล้วนๆ 

ร้าน Enoteca Maria เปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม ปี 2007 โดยให้ครัวนำโดยคุณยายตัวจริง ที่นำสูตรอาหารประจำครอบครัวมาปรุงเสิร์ฟ เพื่อสร้างประสบการณ์รสชาติเหมือนทำเองที่บ้านอย่างแท้จริง

ช่วงแรกร้านนี้มีแต่คุณยายชาวอิตาเลียน หรือที่เรียกกันในภาษาอิตาเลียนว่า “Nonna” มาทำอาหารอิตาเลียนแบบดั้งเดิม แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2015 เมื่อ Scaravella ตัดสินใจเชิญคุณยายชาวปากีสถานมาทำอาหารให้ลูกค้าลองชิมในคืนหนึ่ง จากจุดนั้นโปรเจกต์ก็ขยายตัวกลายเป็น “Nonnas of the World” เปิดรับคุณยายจากทุกเชื้อชาติเข้ามาสร้างสรรค์เมนูที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปทุกวัน เสริมเข้ากับเมนูอิตาเลียนหลักของร้าน

ทุกวันนี้ทีมคุณยายของ Enoteca Maria ขยายวงกว้างไปถึงคุณยายจากศรีลังกา อาเซอร์ไบจาน ตรินิแดด ซีเรีย ญี่ปุ่น บังกลาเทศ ตุรกี กรีซ ไปจนถึงไลบีเรียและคาซัคสถาน ทำให้เมนูของร้านไม่เคยซ้ำเดิมในแต่ละคืน

ส่วนเกณฑ์การคัดเลือก “คุณยาย” ที่จะมาทำงานในครัวนั้นก็เรียบง่ายแต่จริงจัง คือต้องเป็นผู้หญิงอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป เกิดในประเทศเจ้าของอาหารที่ตัวเองจะปรุง มีสูตรอาหารประจำตัวที่เป็นเอกลักษณ์ และแน่นอนว่าต้องทำอาหารเก่งจริง โดยไม่จำเป็นต้องมีหลานจริงๆ ก็ได้

ระบบการทำงานในครัวก็ออกแบบมาให้เกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไปในตัว เพราะในแต่ละคืนจะมีคุณยายทำงานคู่กันสองคน คนหนึ่งรับบทหัวหน้าครัว อีกคนเป็นผู้ช่วย ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเทคนิคการทำอาหารและเรื่องเล่าข้ามวัฒนธรรมไปพร้อมกัน บางคืนอาจได้เห็นคุณยายจากอเมริกาใต้ทำงานเคียงข้างคุณยายจากตะวันออกกลาง ต่างฝ่ายต่างเรียนรู้สูตรของกันและกัน

ร้านอาหารที่เป็นพื้นที่เยียวยาใจ

คุณยายหลายคนที่มาทำงานที่ร้าน เป็นคุณยายที่ลูกโตแล้วแยกบ้านออกไป หรือสามีเสียชีวิตไปแล้ว พวกเธอกำลังมองหาพื้นที่ที่จะได้ปลดปล่อยพลังงานและความรู้สึกดีๆ ให้กับคนอื่น และร้านนี้ก็ตอบโจทย์ได้พอดี ไม่ว่าจะเป็นการโอบกอดตัวเจ้าของร้านเอง หรือกอดลูกค้าที่แวะเวียนมา

Maral Tseylikman คุณยายจากอาเซอร์ไบจานที่ทำงานที่ร้านนี้มานานถึง 7 ปี เคยบอกเล่าถึงตัวตนว่า เธอไม่ได้มองตัวเองเป็นเชฟมืออาชีพ แต่เป็นเพียงคุณยายธรรมดาที่กำลังแบ่งปันวัฒนธรรมของตัวเองให้คนอื่นได้สัมผัส

เมนูที่ไม่เคยซ้ำ เพราะขึ้นอยู่กับว่าใครเข้าครัวคืนนั้น

จุดเสน่ห์อีกอย่างของร้านนี้คือการมีสองครัวคู่ขนานกัน โดยครัวหนึ่งจะมีคุณยายชาวอิตาเลียนประจำการอยู่เสมอ ส่วนอีกครัวจะสลับให้คุณยายจากประเทศอื่นๆ ผลัดเปลี่ยนกันมาทำอาหารประจำวัฒนธรรมของตัวเอง ลูกค้าจึงไม่มีทางรู้ล่วงหน้าแน่ชัดว่าคืนนั้นจะได้กินอะไรบ้าง จนกว่าจะไปถึงร้านจริงๆ

ตัวอย่างเมนูที่เคยปรากฏบนโต๊ะลูกค้า เช่น โฟลูรี (pholourie) อาหารข้างทางขึ้นชื่อของตรินิแดด ที่ทำจากแป้งทอดผสมถั่วลันเตาบด ฝีมือคุณยายพอลีนจากตรินิแดด หรือมะเขือยาวเดงกากุสไตล์ญี่ปุ่น ที่นำมะเขือยาวไปนึ่งและย่างจนนุ่ม แล้วเคลือบด้วยซอสรสเข้มข้น ส่วนเมนูซิกเนเจอร์แบบอิตาเลียนที่ยังคงเป็นตัวหลักของร้านก็มีทั้งลาซานญ่า ลูกชิ้น และเมนูกระต่ายฝีมือนอนน่ามาเรียชาวอิตาเลียน รวมถึงวอรีวอรี ซุปไก่ใส่เกี๊ยวแป้งข้าวโพดผสมชีสฝีมือนอนน่าโซไรดาจากปารากวัย

เมื่อคุณยายกลายเป็นครูสอนทำอาหาร

Enoteca Maria ไม่ได้หยุดแค่การเสิร์ฟอาหารในร้าน แต่ยังต่อยอดไปเป็นพื้นที่ส่งต่อความรู้ระหว่างรุ่น ผ่านโปรแกรม “Nonnas in Training” ซึ่งเป็นคลาสเรียนทำอาหารแบบตัวต่อตัว ใช้เวลาราว 2-3 ชั่วโมง ออกแบบมาเพื่อส่งต่อสไตล์การทำอาหารและสูตรลับประจำครอบครัวจากรุ่นสู่รุ่นโดยเฉพาะ

โปรเจกต์นี้ต้องการสร้างพื้นที่ให้ผู้หญิงสูงวัยได้แบ่งปันมรดกทางวัฒนธรรมด้านอาหารของตัวเอง เปลี่ยนครัวให้กลายเป็นห้องเรียน เปลี่ยนผู้สูงวัยให้กลายเป็นครู และเปลี่ยนประเพณีเก่าแก่ให้กลายเป็นสะพานเชื่อมสู่โลกยุคใหม่ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างรุ่น ลดความโดดเดี่ยวในกลุ่มผู้สูงวัย และส่งเสริมความเข้าใจข้ามวัฒนธรรมไปพร้อมกัน

ร้านเล็กดังไกลถึงจอเน็ตฟลิกซ์

ความน่ารักและเรื่องราวที่ลึกซึ้งของร้านนี้ไปไกลเกินกว่าแค่ร้านอาหารท้องถิ่นธรรมดา เพราะนำไปสู่การสร้างภาพยนตร์เรื่อง Nonnas ของ Netflix ที่นำเสนอเรื่องราวของครัวซึ่งหมุนเวียนด้วยฝีมือคุณยายจากทั่วโลกในลักษณะเดียวกัน

แม้จะตั้งอยู่ในมุมที่ชาวนิวยอร์กบางคนบอกว่าไม่ค่อยไป อย่าง Staten Island ที่ต้องนั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากไปราว 25 นาที แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความนิยมของร้านลดลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม คนกลับยินดีเดินทางไกลเพื่อไปสัมผัสประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่ไหน

บทเรียนที่ร้านอาหารเล็กๆ แห่งนี้สอนเรา

Enoteca Maria พิสูจน์ให้เห็นว่าคอนเซปต์ร้านอาหารที่ทรงพลัง มาจากความจริงใจและเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังทุกจาน

ในโลกที่ร้านอาหารแข่งกันด้วยดีไซน์สวยหรู หรือดาวมิชลิน ร้านแห่งนี้กลับเลือกเดินสวนทาง ด้วยความเชื่อว่าไม่มีอะไรทดแทนรสชาติจากมือของคุณยายได้ และนั่นเองที่ทำให้ Enoteca Maria กลายเป็นมากกว่าร้านอาหาร แต่เป็นสถานที่ที่ทุกคนสามารถกลับไปหา “รสชาติของบ้าน”  ไม่ว่าจะมาจากมุมไหนของโลกก็ตาม

Related Posts

เบื้องหลัง “พิลาทิสกลางสวน” ที่คนแห่จองเต็มใน 1 นาที เปลี่ยนพื้นที่สีเขียว เป็นคอมมูนิตี้สุขภาพ ที่ใครก็เข้าถึงได้