Featured ข่าววันนี้

“ร้านอาหารกำลังแย่” ซีอีโอ Wongnai วอน มีโอกาสออกไปทาน อย่าลืมทิปเยอะๆ

“ร้านอาหารกำลังแย่” ซีอีโอ Wongnai วอน มีโอกาสออกไปทาน อย่าลืมทิปเยอะๆ

Wongnai แพลตฟอร์มสัญชาติไทย ตั้งเป้าหมายทำหน้าที่  “เชื่อมต่อสิ่งดีๆ ให้คนไทย” ผ่านเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่น ด้วยการนำเสนอเนื้อหาและข้อมูลรีวิวจากผู้ใช้จริงแบบครบวงจร ทั้งร้านอาหาร สูตรอาหาร ความสวยความงาม และท่องเที่ยว ปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้กว่า 10 ล้านรายต่อเดือน และมีฐานข้อมูลร้านอาหารที่ใหญ่ที่สุดในไทยกว่า 300,000 ร้านทั่วประเทศ

โดยเมื่อวันที่ 19 มี.ค.  คุณยอด ชินสุภัคกุล บิ๊กบอสแห่ง Wongnai ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Yod Chinsupakul เป็นจดหมายเปิดผนึกส่งถึง ร้านอาหาร มีเนื้อหาแสดงความห่วงใยเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด –19 ที่สร้างผลกระทบเป็นวงกว้างว่า  ผู้คนในสังคม ณ เวลานี้พยายามหลีกเลี่ยงความเสี่ยงโดยการออกจากบ้านให้น้อยลง งดการทำกิจกรรมในที่สาธารณะหรือบริเวณที่มีผู้คนแออัด ตอนนี้จำนวนคนที่ไปทานข้าวข้างนอก น่าจะลดลงมากกว่า 50% ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบกับร้านอาหารของทุกคนโดยตรง หรือแม้แต่ Wongnai เองก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน

คุณยอด ระบุต่อ พวกเราชาว Wongnai เองไม่นิ่งนอนใจ กำลังพยายามให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ พร้อมสู้ไปกับทุกคน โดยเราได้มีมาตรการสนับสนุนร้านอาหาร ทั้งผ่านช่องทางต่างๆ ของ Wongnai รวมไปถึงผ่านทาง LINE MAN ซึ่งเป็นพาร์ตเนอร์ของเรา ดังนี้

.* เพิ่มช่องทางเพื่อช่วยโปรโมตเมนู Delivery มากขึ้น

* พยายามทำให้ร้านอาหารใหม่ๆ ขึ้นระบบ delivery ได้เร็วที่สุดภายใน 7 วัน

* พัฒนาฟีเจอร์ Pick-up (Take-out) และจะนำไปปรับใช้กับร้านอาหารให้เร็วที่สุด ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถกดสั่งอาหารไว้ก่อนแล้วค่อยไปรับหน้าร้าน เพื่อหลีกเลี่ยงการรอคิวหน้าร้านนานๆ ซึ่งจะสามารถลดการสัมผัสใกล้ชิดระหว่างบุคคลได้ในระดับหนึ่ง

* เตรียมปล่อยแคมเปญดีล/เวาเชอร์เพื่อช่วยนำ cashflow เข้ามาให้ร้านอาหารก่อน และให้ลูกค้ากลับเข้ามาใช้บริการเมื่อสถานการณ์เริ่มดีขึ้นในภายหลัง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับร้านอาหาร หรือถ้าจะมีก็อาจจะมีแค่ค่า Payment Gateway เท่านั้น

.“ผมขอยืนยันอีกครั้งว่า การพยายามช่วยเหลือร้านอาหารและวงการร้านอาหาร ถือเป็นวาระสำคัญที่สุดของผมและทีมงานในเวลานี้ ถ้าพาร์ตเนอร์ร้านอาหารท่านใดต้องการคำปรึกษา ผมและชาว Wongnai ทุกคนยินดีให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่เสมอครับ” คุณยอด ระบุ

จากนั้นได้เขียนจดหมายเปิดผนึกอีกฉบับ ส่งถึงผู้ใช้งาน Wongnai ทุกคน ระบุว่า

.“ตามที่ทราบกันดี สถานการณ์โควิด-19 ลุกลามมากขึ้น ใกล้ตัวเรามากขึ้น และดูท่าว่าจะอยู่กับเราไปอีกสักพักใหญ่แน่ๆ ผมและทีมงาน Wongnai ทุกคนเข้าใจและตระหนักถึงผลกระทบของวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพที่พวกเราทุกคนจำเป็นต้องใส่ใจดูแลตัวเองและคนรอบข้างให้มากที่สุด Wongnai เองก็เช่นกัน ตอนนี้เรามีมาตรการให้ทีมงานของเราแยกย้ายทำงานกันที่บ้านและได้กำชับให้หลีกเลี่ยงการไปสถานที่เสี่ยงเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงของทุกคน โดยผมยืนยันว่า Wongnai ดำเนินการตามปกติและทีมงานทุกคนพร้อมให้บริการแก่สมาชิกทุกคนอย่างเต็มรูปแบบเช่นเดิม แม้จะทำงานจากที่บ้านก็ตาม

.นอกจากเรื่องสุขภาพของทุกคนแล้ว อีกหนึ่งเรื่องที่ผมเป็นห่วงมากเป็นพิเศษคือ พาร์ตเนอร์สำคัญของเรา นั่นก็คือ “ร้านอาหาร” ครับ

.ผมต้องบอกสมาชิก Wongnai ทุกคนตรงนี้ว่า..

“ร้านอาหารกำลังแย่”

ร้านที่เคยคิวยาวหลายร้าน ช่วงนี้ก็ไม่มีคิวแล้วจริงๆ คลื่นยักษ์ครั้งนี้ไม่ได้ถล่มแค่เจ้าของธุรกิจเท่านั้น แต่ยังส่งแรงกระเพื่อมอย่างรุนแรงไปถึงเชฟ คนทำครัว น้องๆ พนักงานเสิร์ฟ พี่แม่บ้าน และทุกคนในร้านด้วยเช่นกัน

ในขณะที่เพื่อนคนสำคัญของเรากำลังแย่ ผมก็อยากจะใช้โอกาสนี้ขอแรงสมาชิก Wongnai ทุกคนร่วมด้วยช่วยกันเท่าที่เราจะช่วยได้กันเถอะครับ

.* ออกไปทานข้าวบ้าง หลายร้านที่ปรับตัวสู้โควิด-19 ทำ Social Distancing ด้วยการจัดโต๊ะให้ห่างกัน แยกชุดภาชนะ ชุดอาหารเป็นของแต่ละบุคคล รวมไปถึงมีขั้นตอนการทำความสะอาดภาชนะและร้านเป็นอย่างดี แต่เพื่อความปลอดภัยของทุกคน อย่าลืมใส่ผ้าปิดปาก พกเจลแอลกอฮอล์กันไปด้วยนะครับ

* ถ้ามีโอกาสได้ออกไปทาน อย่าลืม ให้ทิปพนักงานเยอะๆ

* ใช้ฟีเจอร์ใหม่ Pick-up (Take-out) กดสั่งอาหารแล้วแวะไปรับหน้าร้าน จะได้หลีกเลี่ยงการรอคิวหน้าร้านนานๆ หรือสั่ง Delivery โดยเฉพาะกับร้านที่ไม่เคยสั่ง Delivery มาก่อน

* ซื้อ Voucher ร้านเก็บไว้ใช้เมื่อสถานการณ์ดีขึ้น หรือซื้อของที่ระลึกของร้านเก็บไว้ก็ได้

ถ้าเมื่อไหร่ที่สถานการณ์ดีขึ้น ผมหวังว่าพวกเราจะกอดคอกันไปอุดหนุนร้านอาหารกันเยอะๆ แต่ ณ เวลานี้ ขอให้เราช่วยเท่าที่ช่วยได้กันไปก่อนนะครับ ก่อนที่จะไม่เหลือร้านอาหารดีๆ ให้เราทาน” ซีอีโอ Wongnai ระบุ

Related Posts

พื้นที่นอนเปื่อย นั่งชิล กับโมเดลธุรกิจฮีลใจ “Quiet Room” ชวนทุกคนมาวางสิ่งที่แบกอยู่ ในวันที่เหนื่อยล้าและวุ่นวาย
Iberry Group
คุยกับ ‘NYŪ’ แบรนด์ไทยคิดต่าง
เริ่มธุรกิจเสริมจาก Pain Point ใกล้ตัว เมื่อหา “ม็อกเทล” ที่ถูกใจไม่ได้ สองแม่ลูกเลยทำขายเอง สร้างรายได้ 16 ล้านในเวลาไม่ถึงปี