Featured ข่าววันนี้

เงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบ 5 สัปดาห์ เช่นเดียวกับหุ้นไทยลดลงตามแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ

บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด สรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรายสัปดาห์ (14-18 พ.ย. 2559) เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 5 สัปดาห์ ที่ 35.62 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงปลายสัปดาห์ ท่ามกลางแรงหนุนที่แข็งแกร่งของเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังจากประธานเฟดกล่าวต่อคณะกรรมาธิการในสภาคองเกรสว่า เฟดมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้

นอกจากนี้ เงินดอลลาร์สหรัฐ ยังมีปัจจัยบวกจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ (อาทิ ยอดค้าปลีก การเริ่มสร้างบ้าน จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์) ที่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด ขณะที่ เงินบาทมีปัจจัยลบกดดันตลอดสัปดาห์จากแรงขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ ประกอบกับทิศทางสกุลเงินเอเชียในภาพรวมก็เคลื่อนไหวในทิศทางที่อ่อนค่าด้วยเช่นกัน สำหรับในวันศุกร์ (18 พ.ย.) เงินบาทอยู่ที่ 35.58 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับระดับ 35.31 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ (11 พ.ย.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (21-25 พ.ย.) ธนาคารกสิกรไทย ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 35.30-35.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยจุดสนใจของตลาดการเงินทั่วโลกน่าจะอยู่ที่สัญญาณของทิศทางนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปีหน้า ทั้งในฝั่งมาตรการกระตุ้นของรัฐบาลทรัมป์ และสัญญาณแนวโน้มดอกเบี้ยของเฟด โดยเฉพาะจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านใหม่-บ้านมือสอง ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนต.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต-ภาคบริการ (ขั้นต้น) เดือนพ.ย. นอกจากนี้ นักลงทุนอาจรอติดตามบันทึกการประชุมเฟด (เมื่อต้นเดือนพ.ย.) ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนต.ค. ของญี่ปุ่น และตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/2559 ของไทยด้วยเช่นกัน

ดัชนีหุ้นไทยปรับลดลงจากแรงขายอย่างต่อเนื่องของนักลงทุนต่างชาติ โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,473.86 จุด ลดลง 1.38% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 23.26% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 56,039.80 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 568.65 จุด ลดลง 3.28% จากสัปดาห์ก่อน

ตลาดหุ้นไทยปรับร่วงลงในวันจันทร์ โดยได้รับแรงกดดันจากกระแสเงินทุนไหลออก ก่อนที่ดัชนีจะฟื้นขึ้นในวันอังคารจากแรงหนุนของหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้น จากนั้น ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงต่อในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ ก่อนจะทรงตัวในวันศุกร์ โดยมีแรงกดดันจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่องท่ามกลางเงินบาทที่อ่อนค่าลง หลังประธานเฟดส่งสัญญาณถึงความพร้อมในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วๆ นี้ Thailand’s SET index

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (21-25 พ.ย.) บริษัท หลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,450 และ 1,425 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,485 และ 1,500 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ การรายงานข้อมูลจีดีพีไตรมาส 3/2559 ของไทย และพัฒนาการทางการเมืองของสหรัฐฯ ตลอดจนสภาวะเงินทุนเคลื่อนย้ายในตลาดเกิดใหม่ ขณะที่ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ คำสั่งซื้อสินค้าคงทน ดัชนี PMI ภาคการผลิต ส่วนปัจจัยต่างประเทศอื่นๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ การรายงานดัชนี PMI ของญี่ปุ่น และเยอรมนี

 

ที่มา ช่าวสดออนไลน์ 

Related Posts

จากแม่ที่อยากให้ลูกพูดไทยได้ สู่เจ้าของหลักสูตร “สอนภาษาไทยให้ต่างชาติ” เปิดโอกาสอาชีพติวเตอร์ออนไลน์ รับนักเรียนทั่วโลก
MK GROUP สยายปีกอาณาจักรสุกี้ครบทุกเซกเมนต์ ตั้งเป้าโต 12%