Featured ข่าววันนี้

หมีเนย มีพี่สาวแล้ว! เปิดตัว “น้องเบียงก้า” สร้างปรากฏการณ์ห้างแตก ตอกย้ำพลังมาสคอตฮีลใจแห่งยุค

หลังจากสร้างปรากฏการณ์ “น้องหมีเนย” ที่ตกมัมหมี พ่อหมี และพี่สาวทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ล่าสุดแบรนด์ Butterbear ได้เปิดตัว “Bianca Bear” หรือน้องเบียงก้า พี่สาวคนสวยแสนดีของน้องหมีเนยที่ไม่ได้เจอกันมานาน เพราะตัดสินใจเดินตามความฝันของตัวเองในการเป็นแฟชั่นดีไซน์เนอร์ แล้วก็ไปเรียนต่อที่ประเทศจีน แถมโดนแซวว่า “พอกผิว” ด้วยมีขนสีขาว และเรียบร้อยแบบลูกคุณหนู 

โดยเปิดตัวน้องเบียงก้าเป็นครั้งแรกเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เล่นเอาศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์แทบแตกเพราะเหล่ามัมหมี พ่อหมี และพี่สาวต่างมารอดูความน่ารักของสองพี่น้องกันอย่างคับคั่ง

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ได้สะท้อนความนิยมของคาแร็กเตอร์ทั้งสองเท่านั้น แต่ Butterbear ทำอย่างไรให้น้องหมีเนยและน้องเบียงก้ากลายเป็นมาสคอตที่สร้างทั้งไวรัล ความผูกพันและฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นได้

เขมนิจ มาลาเว อาจารย์ประจำสาขาการสร้างสรรค์อิเวนต์และการประชาสัมพันธ์ดิจิทัล วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ ม.รังสิต อธิบายว่า ความสำเร็จของน้องหมีเนย คือการใช้ Digital Public Relations กับ Marketing Public Relations (MPR) โดยวางกลยุทธ์การสื่อสารเพื่อสร้างตัวตนของน้องหมีเนยให้มีชีวิตผ่าน Storytelling ซึ่งแบรนด์มีการเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการกำหนดคาแร็กเตอร์และเรื่องราวให้กับน้องหมีเนย เช่น อายุ นิสัย หรือกิจวัตรประจำวัน ทำให้เกิดความรู้สึกว่า “น้องมีชีวิตจริง” จับต้องได้  

มีไลฟ์สไตล์ที่เหมือนกันกับกลุ่ม Gen Y และ Gen Z เพราะไม่ได้เป็นเพียงมาสคอตที่ยืนโบกไม้โบกมือทักทายลูกค้าอยู่หน้าร้าน แต่มีความชื่นชอบศิลปินและมีความสามารถเต้นคัฟเวอร์เพลง K-Pop และ T-Pop ที่กำลังโด่งดังอยู่ในกระแสได้เป๊ะ ทำให้ใครที่เห็นอดไม่ได้ที่จะคว้าโทรศัพท์มือถือมาถ่ายคลิปและแชร์ความน่ารักสดใสจนสามารถดึงดูดให้ผู้คนทั้งในประเทศและต่างประเทศ กดไลก์ กดแชร์ และติดตามจำนวนมาก 

น้องหมีเนยจึงทำหน้าที่เสมือนเป็นอินฟลูเอนเซอร์ ไอดอลสาวท่านหนึ่งที่มีจุดแข็ง ตรงที่แบรนด์สามารถควบคุมบุคลิก พฤติกรรมและกิจกรรมได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์มีความชัดเจน สม่ำเสมอ สามารถสร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์ นำไปสู่การเกิดความเชื่อมั่นและความภักดีในแบรนด์ได้ระยะยาว

นอกจากนี้แบรนด์ยังดึงผู้บริโภคออกจากหน้าจอมาสู่การมีประสบการณ์จริงร่วมกัน ผ่านงานอีเวนต์เพื่อสร้างประสบการณ์แบบ 360 องศา กระตุ้นให้เหล่าแฟนคลับมีส่วนร่วมผ่านการมองเห็น การได้ยิน การสัมผัส และการมีปฏิสัมพันธ์ ด้วยการสร้างพื้นที่และกิจกรรมหลากรูปแบบ เปิดโอกาสให้แฟนๆ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้ทำความรู้จักและมีความใกล้ชิดมากขึ้น 

เช่น การจัดงาน My Buttery Birthday 2025 งานวันเกิดน้องหมีเนย, การเปิดบ้านต้อนรับทุกคนเข้าสู่ BUTTERY WORLD บ้านน้องเนยใจกลางเมืองที่ชั้น 5 สยามพารากอน, การปรากฏตัวในงาน Countdown 2026 ที่ Central World, งาน Butterbear’s Jelly Heart Event เปิดตัว MV เพลงใหม่ต้อนรับวันวาเลนไทน์, งานอิเวนต์โกอินเตอร์ เช่น การเปิดป๊อปอัพสโตร์ (Pop-Up Store) ที่ห้าง Yongsan IPARK Mall ในโซล ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งมีมัมหมีและแฟนคลับชาวเกาหลีไปต้อนรับน้องเนยจำนวนมาก, น้องหมีเนยบุกสวนสนุก Fuji-Q Highland (ฟูจิคิว ไฮแลนด์) ประเทศญี่ปุ่น และล่าสุดการเปิดตัวพี่สาว “น้องเบียงก้า” ที่ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ เป็นต้น

“Butterbear Effect” จึงสะท้อนการให้เห็นว่า แบรนด์ไม่เพียงแค่ “สื่อสาร” แต่ต้อง “สร้างประสบการณ์ที่มีความหมายและการเชื่อมโยงทางอารมณ์” กับผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง น้องหมีเนยและน้องเบียงก้า จึงเป็นมากกว่ามาสคอตหรือสัญลักษณ์ของแบรนด์ แต่เป็นตัวแทนของความสุข ความรัก และความอบอุ่น สามารถสร้างความไว้วางใจ ความผูกพันทางอารมณ์ และความภักดีต่อแบรนด์ได้ในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มองว่า นอกจากความสำเร็จของแบรนด์ Butterbear แล้ว ในอีกมุมน้องหมีเนยและน้องเบียงก้ายังกลายเป็นมาสคอตที่ช่วย “ฮีลใจ” ผู้คน ด้วยคาแร็กเตอร์แสนน่ารัก ขี้เล่น และน่าเอ็นดูท่ามกลางความเหนื่อยล้าและความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน จนแฟนๆ หลายคนยกให้เป็นพื้นที่เล็กๆ ของความสุขและรอยยิ้มในยุคนี้

Related Posts

พื้นที่นอนเปื่อย นั่งชิล กับโมเดลธุรกิจฮีลใจ “Quiet Room” ชวนทุกคนมาวางสิ่งที่แบกอยู่ ในวันที่เหนื่อยล้าและวุ่นวาย
Iberry Group
คุยกับ ‘NYŪ’ แบรนด์ไทยคิดต่าง
เริ่มธุรกิจเสริมจาก Pain Point ใกล้ตัว เมื่อหา “ม็อกเทล” ที่ถูกใจไม่ได้ สองแม่ลูกเลยทำขายเอง สร้างรายได้ 16 ล้านในเวลาไม่ถึงปี
NUTS, YES! อ่านว่า “นัทส์ เยส” แบรนด์นมถั่วน้องใหม่ ชื่อปั่น รู้ไหมทำไมต้องตั้งชื่อกำกวม