ข่าววันนี้ Featured

อัพเกรดแล้ว ร้านกาแฟ ใช้ สายพาน รับเงิน-ส่งของ ลูกค้าแฮปปี้ ลดการสัมผัส

อัพเกรดแล้ว ร้านกาแฟ ปรับตัวยุคโควิด ใช้ สายพาน รับเงิน-ส่งของ ลูกค้าแฮปปี้ ลดการสัมผัส

หากยังจำกันได้ เมื่อต้นปี เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เคยนำเสนอเรื่องราวของร้านกาแฟแห่งหนึ่งในรั้วมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ชื่อว่า ร้าน Art of Coffee ที่ปิ๊งไอเดียปรับตัวรับมือภาวะคนไม่กล้าออกจากบ้าน ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ด้วยการใช้หลัก Social Distancing ในการบริการให้กับลูกค้าผ่าน การชักรอก (อ่านข่าวก่อนหน้า คลิก)

ล่าสุด ทางร้านได้อัพเดตวิธีการรับมือใหม่ โดยเปลี่ยนจากการใช้การชักรอกมือ มาเป็นการใช้สายพาน ในการลำเลียงสินค้าและรับ-ทอนเงินแล้ว โดย คุณอาร์ท–อภิรักษ์ ฉ่ำรักษ์สินธุ์ หนึ่งในเจ้าของร้าน Art of Coffee เล่าว่า หลังจากที่นำ รอกชักมือ มาใช้รับ-ส่ง ของและเงินทอน เพื่อแก้ปัญหาและเป็นการสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าไปในรอบที่มีการระบาดของโควิด-19 ช่วงแรก ผลตอบรับที่ได้มาค่อนข้างดี จึงใช้วิธีการนี้เรื่อยมาและพัฒนามาเป็นการใช้สายพานในที่สุด

แต่เมื่อสถานการณ์มีท่าทีที่ดีขึ้น จึงเลิกใช้สายพานและกลับมาซื้อขายตามปกติ จนเมื่อสถานการณ์กลับมาแย่อีกครั้ง จึงได้นำสายพานกลับมาใช้และโปรโมตวิธีการรับมือของทางร้านให้ลูกค้าได้ทราบ ผ่านทางเพจเฟซบุ๊กของร้านนั่นเอง

“จริงๆ สายพานใช้มาตั้งแต่โควิดรอบที่แล้วแล้วครับ แต่ใช้ระยะเวลาไม่นาน เห็นว่าสถานการณ์มันดีขึ้นก็กลับมาซื้อขายแบบเดิม จนโควิดมันมาอีกระลอก เลยได้ฤกษ์นำกลับมาใช้เมื่อไม่นานมานี้เอง ผลตอบรับก็คล้ายๆ กับครั้งที่แล้วครับ คือลูกค้ามีความมั่นใจที่จะมาใช้บริการ ลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อ แต่ข้อเสียมันก็มีคืออาจจะได้ของช้าหน่อย แต่ผมว่าวิธีนี้ มันทำให้ร้านดูมีสตอรี่ มีวิธีการรับมืออยู่เสมอๆ แล้วก็ดูสะอาดกว่า”

นอกจากนั้น หนุ่มเจ้าของร้านยังเผยความกังวล เกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดในรอบนี้อีกว่า ไม่รู้ว่าการระบาดในครั้งนี้จะยืดเยื้อไปอีกเมื่อไหร่ เพราะยิ่งยืดเยื้อ ร้านค้าต่างๆ ก็ยิ่งทำมาหากินลำบาก ยิ่งมีมาตรการปิดสถานที่ออกมา ก็กระทบกับยอดขายของร้าน เพราะนักศึกษาไม่ได้มาเรียน มีเพียงบุคลากร เจ้าหน้าที่มาทำงานอยู่

“ส่วนตัวก็มีประสบการณ์และเรียนรู้จากรอบที่แล้ว เลยมีวิธีรับมือและแก้ไขอยู่บ้าง อย่างเพิ่มช่องทางการขายให้มากขึ้น ทำดีลิเวอรี่ แล้วก็หันมาทำกาแฟที่ร้านดริปเอง ให้ลูกค้าที่อยากทานกาแฟซื้อไปทำเองที่บ้าน เพื่อแก้ปัญหาช่วงโควิดนี้โดยเฉพาะ” เจ้าของหนุ่ม กล่าวทิ้งท้าย

 

 

Related Posts

เริ่มธุรกิจเสริมจาก Pain Point ใกล้ตัว เมื่อหา “ม็อกเทล” ที่ถูกใจไม่ได้ สองแม่ลูกเลยทำขายเอง สร้างรายได้ 16 ล้านในเวลาไม่ถึงปี
NUTS, YES! อ่านว่า “นัทส์ เยส” แบรนด์นมถั่วน้องใหม่ ชื่อปั่น รู้ไหมทำไมต้องตั้งชื่อกำกวม
Tinder เผย 85% คนโสดไทยรู้สึกเหงา แต่ยังเปิดใจสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆ และเชื่อว่าจะได้เจอ “คนที่ใช่”
แบรนด์โยเกิร์ตเกิดใหม่เพียบ “Yoguruto” เลยมองหาตลาดใหม่ เปิดตัว “Nuts, Yes!” (นัทส์เยส) ขยายพอร์ตสู่เครื่องดื่มนมถั่ว