31 มี.ค. ใช้จ่าย คนละครึ่ง วันสุดท้าย ก่อนคลังนำเงินออกจากแอพ
วันที่ 31 มี.ค. 64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการคนละครึ่ง จะสิ้นสุดในวันที่ 31 มีนาคม 2564 ตั้งแต่เวลา 06.00-23.00 น. จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนที่ยังมีวงเงินเหลือ เร่งใช้จ่ายให้ครบ 3,500 บาท
หากพ้นกำหนดดังกล่าว จะไม่สามารถใช้สิทธิวงเงินที่เหลือได้ ซึ่งนอกจากจะเป็นการรักษาสิทธิของท่านแล้ว ยังเป็นการช่วยสนับสนุนการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากผ่านการบริโภคภายในประเทศอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงการคลังได้แจ้งเกี่ยวกับ โครงการคนละครึ่ง เฟส 3 ว่า อยู่ระหว่างการออกแบบโครงการ ซึ่งจะออกมาได้หลังจากที่โครงการเราชนะ และ ม.33เรารักกัน สิ้นสุดในช่วงเดือนพฤษภาคม 2564
Latest Posts
จากลูกจ้างชั่วคราว นอนใต้ถุนโรงพยาบาล สู่เจ้าของ “ป้าบุญคาเฟ่” 7 สาขา รายได้ 500 ล้านธุรกิจที่เริ่มจากเงินเก็บก้อนเล็ก ๆ และที่ดินของ “ป้าบุญ” ที่ไม่คิดค่าเช่า.ผ่านวิกฤตโควิดโดยไม่ทิ้งลูกน้อง 500 คน จนวันนี้มีพนักงานกว่า 1,300 คน“ทำธุรกิจแบบบ้าน ๆ ใช้ใจบริหาร” เพราะเชื่อว่าให้ใจกับลูกค้าก่อน แล้วธุรกิจจะเติบโตตามมา.ดูคลิปเต็มได้แล้ว | จุดเริ่มเจ็บ
ในช่วงเวลาไม่นานมานี้ บนโลกโซเชียลได้กำเนิดคอนเทนต์ไวรัลสุดร้อนแรงอย่าง “กรุงเทพ Native” คอนเทนต์ที่ทำขึ้นเพื่อตามหาว่าใครกันคือคนกรุงเทพฯ ที่แท้จริง คำว่า Native นั้นหมายถึงความดั้งเดิม หรือสิ่งที่ติดตัวมาแต่เกิด เพราะฉะนั้น พอมาจับคู่กับคำว่า “กรุงเทพฯ” เลยกลายเป็นคอนเทนต์ที่สะท้อนถึงพฤติกรรมและความเคยชินของการเป็นคนกรุงเทพฯ จนครีเอเตอร์หลายคนนำไอเดียคอนเทนต์นี้มาทำเป็นมีมสนุกๆ ที่จำกัดความหมายของคำว่าคนกรุงเทพฯ ได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้น อันดับแรก ชวนมาลองเช็กลิสต์ว่าคุณเป็นคนกรุงเทพฯ แท้ 100% ไหม -บัตรประชาชนขึ้นต้นด้วยเลข 110 -เดินเร็ว ชอบเดินใกล้ไกลขอแค่ได้เดิน -ขึ้นบีทีเอส เคหะฯ-คูคตไม่มีหลง -ยืนบนรถไฟฟ้าไม่ต้องจับเสา -เดินเซ็นทรัลเวิล์ดไม่หลง คุณสอบตกข้อไหนบ้าง? วัดที่อะไรใครคือกรุงเทพฯ แท้ จุดเริ่มต้นของเทรนด์นี้เกิดขึ้นจากการที่กลุ่ม Gen Z และ Gen Y ได้ตั้งข้อสงสัยถึงพฤติกรรม คำพูดแบบไหนที่เห็นแล้ว รู้ได้ทันทีว่าเป็นคน “กรุงเทพฯ แท้” หลังจากที่มีการตั้งคำถามเหล่านี้ขึ้นมาก็ทำให้คนบนโลกโซเชียลเข้าไปแสดงความคิดเห็นกันอย่างล้นหลาม จนคอนเทนต์ครีเอเตอร์ต่างหยิบยกไปคอมเมนต์กับประเด็นดั
กรุงเทพฯ ยังมีที่พักเล็กๆ อีกหลายแห่งที่ไม่ได้มีดีแค่ราคาน่ารัก เพราะแต่ละที่ยังมีเรื่องราวและแนวคิดที่แตกต่างกันไป บางแห่งใส่ใจสิ่งแวดล้อม บางแห่งช่วยฟื้นชีวิตให้ชุมชน ขณะที่บางแห่งหยิบความทรงจำของครอบครัวมาต่อยอดเป็นที่พัก ชวนรู้จัก 5 โฮสเทลและโฮมเทลน่าพักในกรุงเทพฯ ที่น่าจะถูกใจใครหลายคน The Yard Hostel – ย่านอารีย์ เดอะยาร์ด โฮสเทล ที่พักย่านอารีย์เปิดมายาวนาน 11 ปี ความโดดเด่นของที่พักแห่งนี้คือการใส่ใจสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การเลือกโครงสร้างนำตู้คอนเทนเนอร์เก่ามาปรับเป็นห้องพัก มีจุดแยกขยะ จุดเติมน้ำฟรีเพื่อลดการใช้ขวดพลาสติก และไม่เสิร์ฟอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ แต่เสิร์ฟเป็นเซ็ต เพราะไม่อยากให้เกิด Food Waste ในเซ็ตเมนูประกอบด้วย โยเกิร์ต แยมทำเอง เพราะอยากลดการใช้ Single-use plastic ส่วนกาแฟใช้ของละเลียด คาเฟ่ในย่านเดียวกัน หากเป็น The Yard สาขาเชียงใหม่ จะใช้ของอาข่า อ่ามา (Akha Ama) เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นให้โตไปด้วยกัน พร้อมดูแลลูกค้าเป็นอย่างดี เหมือนมานอนบ้านเพื่อน บ้านญาติ มีพื้นที่กลางแจ้งให้ผ่อนคลาย และเดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า นอกจากนี้ทางโฮสเทลยังทำโครงการ Rest for
ในโลกที่ทุกอย่างหมุนเร็วขึ้น “การเล่น” อาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กๆ ที่หลายคนเผลอมองข้าม แต่สำหรับ LEGO แล้ว การเล่นไม่ใช่แค่กิจกรรมยามว่าง หากคือ “ภาษาสากล (Universal Language)” ที่สามารถสื่อสารผ่านความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ และสร้างประสบการณ์ร่วมที่มีความหมาย พร้อมเชื่อมโยงผู้คนต่างวัยเข้าด้วยกัน วันนี้ LEGO กำลังนิยามคำว่า “การเล่น” ใหม่ ที่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ยุคโมเดิร์นอย่างแท้จริง จากภาพจำเดิมๆ ของการเล่นอาจเคยถูกจำกัดไว้แค่ในโลกของเด็ก แต่ในปัจจุบัน การเล่นได้ก้าวข้ามข้อจำกัดของช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยทำงาน หรือแม้แต่ “Kidult” (Kid + Adult) หรือกลุ่มผู้ใหญ่ที่ยังคงหลงใหลในความสนุกแบบเด็กๆ ซึ่งความสนุกของการเล่นได้กลายเป็นหนึ่งในวิธีการแสดงตัวตนของคนรุ่นใหม่ เป็นพื้นที่ให้ความคิดสร้างสรรค์ได้เติบโตอีกครั้ง ทั้งยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการพักใจ ช่วยให้เราได้ละสายตาจากสมาร์ทโฟน แล้วกลับมาจดจ่อกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า นอกจากนี้ ยังช่วยสร้างช่วงเวลาคุณภาพผ่านการแชร์จินตนาการ การเรียนรู้และเรื่องราวต่างๆ ร่วมกัน ช่วยเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างวัยในครอบครัว สร้างประสบการณ์ท
