Exclusive Featured ข่าววันนี้

ต้นตำรับ ลูกชิ้นยืนกิน ปลื้ม! ลิซ่า พูดถึงนิดเดียว ทำยอดขายพุ่ง วันละ 70 กิโล!

ต้นตำรับ ลูกชิ้นยืนกิน ปลื้ม! ลิซ่า พูดถึงนิดเดียว ทำยอดขายพุ่ง วันละ 70 กิโล!

“…Say Lalisa love me Lalisa love me , Call me Lalisa love me Lalisa love me ,알잖아 attitude ,뭘 더 어쩌라구 , The loudest in the room…”

ไม่กี่วันมานี้ ไม่ว่าจะเข้าไปในแพลตฟอร์มไหน ก็จะได้ยินแต่เพลงโซโล่ (Solo) ครั้งแรกของ ลิซ่า–ลลิษา มโนบาล ซึ่งหลังจากที่ปล่อยออกมาได้ไม่นาน ก็กลายเป็นเพลงที่มีคนทั้งร้องทั้งเต้นคัฟเวอร์กันทั่วบ้านทั่วเมือง

ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล (lisa Photo by Youtube)

อีกทั้งเธอได้ออกสัมภาษณ์ในรายการ WOODY SHOW ซึ่งในตอนหนึ่ง ลิซ่า ได้เผยว่า อีกหนึ่งสิ่งที่อยากทำเมื่อกลับมาที่ไทยก็คือไปกินลูกชิ้นยืนกิน ที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์ แน่นอนว่าการให้สัมภาษณ์เพียงสั้นๆ ก็ปลุกกระแสให้คนไปตามรอยกันให้ควั่ก

เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้มีโอกาสพูดคุยกับ เจ้าของร้าน ลูกชิ้นยืนกินป้านก รุ่นที่ 2 อย่าง คุณรุ่ง-รุ่งอรุณ ชนะทะเล วัย 44 ปี โดยเธอเผยว่า ลูกชิ้นยืนกินป้านก หรือ ลูกชิ้นยืนกินที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์ ขายมาแล้วกว่า 40 ปี ซึ่งคุณรุ่งเป็นเจ้าของร้านรุ่นที่ 2 ต่อจากมารดา (ป้านก)

คุณรุ่ง-รุ่งอรุณ ชนะทะเล เจ้าของร้าน ลูกชิ้นยืนกินป้านก รุ่นที่ 2

“ขายมา 40 กว่าปีได้แล้วค่ะ พี่เป็นรุ่นที่ 2 รับกิจการต่อมาจากแม่นก เมื่อก่อนแม่นกหรือคนเขาเรียกๆ กันว่าป้านก ขายแบบรถเข็นใช้เตาถ่าน สมัยก่อนก็ขายไม่เยอะเท่าไหร่หรอกค่ะ เพราะแม่เขาก็เข็นขายคนเดียว” คุณรุ่ง ว่าอย่างนั้น

ถามถึงทำไมถึงเป็น ลูกชิ้นยืนกิน คุณรุ่ง เล่าว่า สมัยก่อนแม่ก็ขายลูกชิ้นทอดปกติ มีโต๊ะตั้งให้ลูกค้านั่งทาน ด้วยน้ำจิ้มที่ทำจากมะขามเปียกและพริกทอดรสเด็ด ทำให้ลูกค้านั่งทานกันจนไม่ยอมลุก ป้านกจึงตัดปัญหาโดยการนำโต๊ะนั่งทานออก แล้วให้ยืนทานกันหน้าร้าน จึงเป็นที่มาที่ไปของ ลูกชิ้นยืนกินเจ้าแรกในจังหวัดบุรีรัมย์ และกลายมาเป็นต้นแบบให้ร้านอื่นๆ ด้วย

กระทั่งเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ขึ้น ทำให้กิจการลูกชิ้นยืนกินร้านเล็กๆ ต้องเผชิญกับยอดขายที่หายไป จากที่เคยขายได้วันละเกือบ 100 กิโลกรัม เหลือเพียง 20 กิโลกรัมเท่านั้น แต่เมื่อ ลูกชิ้นยืนกิน ถูกลิซ่าพูดถึง ก็ทำให้ร้านลูกชิ้นยืนกินของตนและเจ้าอื่นๆ พอกลับมาขายได้บ้าง

“โควิดมาก็ขายได้วันละประมาณ 20 โลค่ะ จากที่ปกติขายวันละเกือบ 100 โล พอลิซ่าพูดถึงว่าอยากกิน มันก็เลยทำให้ 2-3 วันมานี้ ร้านขายดีมาก ขายได้เยอะเลยค่ะ ประมาณ 60-70 โลต่อวัน เรียกว่าเกือบจะเท่าตอนที่ไม่มีโควิด จากที่ยอดขายตกอยู่ก็พุ่งกระฉูด บอกตรงๆ ว่า ปลื้มใจที่น้องยังคิดถึงอาหารบ้านเกิด”

“ลูกค้าที่มาตามรอยน้อง ส่วนใหญ่ก็เป็นในจังหวัดนี่แหละค่ะ มีบ้างที่มาจากที่อื่น บางคนมากินที่ร้าน ประจวบกับทางจังหวัดเขาอนุญาตให้ยืนกินหน้าร้านได้ แต่ว่าต้องแยกถ้วยน้ำจิ้ม บางทีลูกชิ้นเราหมดเราก็ช่วยร้านข้างๆ ขาย แต่ก็แล้วแต่ลูกค้าว่าจะโอเคไหม อาจจะเป็นลูกชิ้นร้านอื่นแต่น้ำจิ้มร้านป้านก แบบนี้ก็มี บางคนก็มาซื้อเป็นของฝาก ซื้อไปทอดเองบ้าง เราก็มีขายเหมือนกัน ชุดละ 100 บาท ประมาณ 6 ขีด 35 ไม้ พร้อมน้ำจิ้ม ขนาด 160 ออนซ์ ส่งห้องเย็นให้” คุณรุ่ง ว่าอย่างนั้น

 

Related Posts

พื้นที่นอนเปื่อย นั่งชิล กับโมเดลธุรกิจฮีลใจ “Quiet Room” ชวนทุกคนมาวางสิ่งที่แบกอยู่ ในวันที่เหนื่อยล้าและวุ่นวาย
Iberry Group
คุยกับ ‘NYŪ’ แบรนด์ไทยคิดต่าง
เริ่มธุรกิจเสริมจาก Pain Point ใกล้ตัว เมื่อหา “ม็อกเทล” ที่ถูกใจไม่ได้ สองแม่ลูกเลยทำขายเอง สร้างรายได้ 16 ล้านในเวลาไม่ถึงปี
NUTS, YES! อ่านว่า “นัทส์ เยส” แบรนด์นมถั่วน้องใหม่ ชื่อปั่น รู้ไหมทำไมต้องตั้งชื่อกำกวม