“อยากให้พวงหรีดอันหนึ่งสามารถสร้างประโยชน์ให้คนได้มากที่สุด” ผุดไอเดียใหม่ “พวงหรีดไข่” จบงานแบ่งปันต่อ ได้อาลัยแบบรักษ์โลก
เมื่อพูดถึง ‘พวงหรีด’ สัญลักษณ์ที่ใช้ในงานอวมงคล หลายคนอาจนึกถึงพวงหรีดดอกไม้สวยๆ แต่หลังจบพิธี ของเหล่านี้อาจจะเหี่ยวเฉา ทว่า มีอีกสิ่งหนึ่งสามารถส่งต่อให้ผู้อื่นได้อย่างมีประโยชน์และคุ้มค่า นั่นคือ ‘พวงหรีดไข่’ พวงหรีดรักษ์โลกที่พัฒนาไอเดียโดย คุณจูน-ปภัชญา เบญจาทิกุล วัย 42 ปี
คุณจูน เล่าให้ ‘เส้นทางเศรษฐีออนไลน์’ ฟังว่า พวงหรีดไข่ เป็นไอเดียที่เธอคิดขึ้นมาตั้งแต่โควิดเข้าไทยสัปดาห์แรก ขณะนั้น บริษัทที่ทำงานอยู่ ต้องพยุงตัวเองให้รอดพ้นจากวิกฤตรายได้เป็นศูนย์ พนักงานหลายคนจึงร่วมกันแชร์ไอเดียเพื่อหารายได้เพิ่ม

แต่พวงหรีดไข่ที่เธอแชร์ไอเดีย ไม่สามารถทำได้ในทันที เพราะต้องใช้เวลาในการพัฒนา จึงได้พับโปรเจ็กต์นี้ไป แต่ก็ได้พัฒนาด้วยตัวเองมาเรื่อยๆ เพราะอยากทำออกมาให้ดีที่สุด เพื่อเป็นธุรกิจให้คนในครอบครัวได้ช่วยกันทำ
ซึ่งจุดเริ่มต้นไอเดียอีกอย่าง ก็มาจากการไปงานขาวดำมากมาย และสังเกตได้ว่า แต่ละงานมีพวงหรีดจำนวนมาก
“เวลาไปงานศพ เราสังเกตหลายครั้ง ถ้างานนั้นมีคนไปเยอะเป็นพันคน พวงหรีดก็มีเป็นพันอัน สุดท้ายจบงานก็ทิ้ง ไม่ได้ก่อประโยชน์อะไรเลย ถ้าทำเป็นพัดลมก็มอบให้คนได้แค่คนเดียว บางบ้านมีอยู่แล้ว ส่วนวัดก็มีพัดลมตั้งเต็มไปหมด
เลยคิดว่า ทำยังไงให้พวงหรีดอันหนึ่งสามารถสร้างประโยชน์ให้คนได้มากที่สุด ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง รู้สึกว่า ไข่นี่แหละ คือสิ่งที่ทุกคนต้องทาน ไม่ว่าคนรวยคนจน อายุเท่าไหร่ก็แล้วแต่ มันคืออาหารพื้นฐาน หาทานได้ง่ายที่สุด สามารถแบ่งให้คนได้หลายคน คนหนึ่งได้หลายฟอง ซึ่งก็มีบางคนที่ถือ และไม่ถือ”

แต่กว่าจะได้ พวงหรีดไข่ ที่คุณจูนจดลิขสิทธิ์ไว้แล้วตั้งแต่ชื่อ และคอนเซ็ปต์การออกแบบ ต้องผ่านการพัฒนามายาวนานถึง 4 ปี โดยหาข้อมูลจาก Pinterest และข้อมูลว่าในไทยดีไซน์พวงหรีดรูปแบบไหนบ้าง แต่ละวันแต่ละพื้นที่ ใช้พวงหรีดต่องานเท่าไหร่ เป็น Waste เท่าไหร่
ซึ่งในเวอร์ชันแรกของการพัฒนาแพ็กเกจ สามารถใส่ไข่ได้ไม่กี่ฟอง และตั้งไม่ได้ เวอร์ชันสอง ให้ความสวยงาม แต่เสี่ยงต่อการขนส่ง เวอร์ชันสาม มิดชิดจนไม่เห็นไข่ จนได้เวอร์ชันล่าสุด สามารถตั้งได้ บรรจุไข่ได้ 62 ฟอง ตั้งแต่เบอร์ 1-3 เป็นไข่คุณภาพดี สด ใหม่ ที่คัดมาแล้ว โดยทางร้านเลือกใช้ไข่เบอร์ 3 เป็นหลัก เรียงใส่กล่องลูกฟูก น้ำหนักรวม 4.7 กิโล
แต่ก็มีเหมือนกัน ลูกค้าขอเลือกเบอร์ไข่ ยี่ห้อไข่ หรือบางทีขอเป็นไข่เค็ม ไข่เยี่ยวม้า ซึ่งต้องมีการบวกราคาเพิ่มไปตามจริง

“ส่วนของดีไซน์ เราพยายามไม่ออกแบบให้หวือหวาหรือสิ้นเปลือง เพราะไม่อย่างนั้นจะหลุดคอนเซ็ปต์ มันต้องเรียบง่ายที่สุด อยากอาลัยผู้วายชนม์ แต่เราก็อยากที่จะส่งต่อให้คนอื่นๆ ได้ สุดท้ายแล้วของเหล่านี้ต้องคืนสู่สามัญ”
และพียง 1 สัปดาห์ ที่วางจำหน่าย พวงหรีดไข่ ได้รับฟีดแบ็กดีมาก คุณจูน บอกว่า มีผู้คนเข้ามาสอบถามเป็นร้อยคนต่อวัน โดยมีการจำหน่าย 2 รูปแบบ ใน กทม. ขายพวงหรีดส่งตามวัด เริ่มต้น 1,500 บาท ซึ่งมีลูกค้าทั้งคนทั่วไปและองค์กรให้ความสนใจด้วยเหมือนกัน
ส่วนต่างจังหวัด ขายเฉพาะกล่อง สำหรับให้ร้านดอกไม้ ร้านขายโลงศพ ร้านพวงหรีด หรือผู้ที่สนใจ นำไปบรรจุไข่ ดีไซน์เป็นพวงหรีดด้วยตัวเอง เริ่มต้น ใบละ 600 บาท

โดยราคาทั้ง 2 แบบ ไม่รวมค่าส่ง สำหรับ กทม. คิดค่าส่งตามระยะทาง ณ ปัจจุบันมีออร์เดอร์หลัก 10 ชุดต่อวัน
ในแง่ของการรักษ์โลก หลังจบงาน สามารถนำไข่ไปแจกจ่ายได้ กล่องเป็นกระดาษ ส่วนโบที่ผูกเป็นผ้าต่วน แทบจะไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
“มันเกินความคาดคิดของเราเหมือนกัน ไม่ได้กะทำเป็นงานหลักอะไร เพียงแต่ว่ามันเป็นไอเดียที่สามารถลองทำได้ ถ้ามีคนสนใจเราก็ดีใจ แล้วมันกลายเป็นกระแส เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่เราคิด เราอยากให้คนสนใจโปรดักต์มากกว่า ว่าเกิดประโยชน์ยังไง แล้วส่งต่อให้คนที่ได้รับยังไงบ้าง”
คุณจูน กล่าวทิ้งท้ายว่า ในขั้นต่อไปของพวงหรีดไข่ จะมีการพัฒนาสีให้หลากหลายมากขึ้น เช่น สีดำ สีพาสเทล เพื่อให้ลูกค้ามีตัวเลือก รวมทั้งมีไอเดียเปลี่ยนต่อยอดเป็นอย่างอื่น นอกจากไข่ด้วย
