Featured How to Leadership

ต้นกำเนิดแบรนด์ “วาโก้” เริ่มต้นจาก “ทหารผ่านศึกญี่ปุ่น” ที่อยากช่วยผู้หญิงยุคหลังสงคราม แต่ทำไมวาโก้ในไทย ถึงฮิตในหมู่นักช้อปจีน เกิดวลีฮิต “แค่ซื้อวาโก้ ก็คุ้มค่าตั๋วบินไป-กลับแล้ว” 

“วาโก้ที่จีนราคาสูงถึงตัวละ 5,000 กว่าบาท ช็อปส่วนใหญ่จะอยู่แค่ในห้างระดับพรีเมียม พอมาเจอที่ไทย ราคาถูกกว่ามาก เลยเกิดความคิดว่า แค่ซื้อกลับไปสัก 10 ตัว ก็คุ้มค่าตั๋วเครื่องบิน กลายเป็นปรากฏการณ์นักท่องเที่ยวจีนแห่ซื้อชุดชั้นในจากไทยกลับบ้าน”

จากคำกล่าวของ ดร.ปณิชา ประทีปะวณิช Co-founder Mango Group และผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ Social Media China ได้กล่าวไว้ในเวทีเวิร์กช็อปหัวข้อ “คู่มือบุกตลาดจีน” เข้าใจพฤติกรรมลูกค้า เลือกแพลตฟอร์มถูก โอกาสทำกำไร! เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ได้ฉายให้เห็นถึงภาพของนักท่องเที่ยวชาวจีน ที่หอบหิ้วถุงวาโก้ใบโตเดินออกจากห้างสรรพสินค้าในเมืองไทย ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกตาอีกต่อไป หลายคนถึงกับบอกว่า “แค่ได้ซื้อวาโก้ ก็คุ้มค่าตั๋วเครื่องบินแล้ว” วลีนี้สะท้อนถึงคุณค่าที่แบรนด์ชุดชั้นในระดับโลกอย่างวาโก้ มอบให้กับผู้บริโภคชาวจีนได้อย่างชัดเจน 

แต่คำถามคือ ทำไมวาโก้ที่ผลิตและจำหน่ายอยู่ทั่วโลก รวมถึงในจีนเอง กลับไม่เป็นที่น่าสนใจเท่ากับวาโก้ในประเทศไทย? คำตอบสำคัญส่วนหนึ่งอาจอยู่ที่ “การเข้าถึง” และ “ระดับของสินค้า” ในตลาดจีนนั่นเอง

ในประเทศจีน การจะหาซื้อชุดชั้นในแบรนด์วาโก้ ไม่ใช่เรื่องง่ายดายเหมือนการเดินเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านค้าทั่วไป วาโก้ในจีนมักจะวางจำหน่ายใน ห้างสรรพสินค้าระดับพรีเมียม หรือห้างชั้นนำที่เน้นกลุ่มลูกค้าระดับบน เท่านั้น นั่นหมายความว่า หากคุณต้องการสัมผัสกับคุณภาพและดีไซน์ของวาโก้ คุณจะต้องเดินทางไปยังแหล่งช้อปปิ้งหรูหราใจกลางเมือง ซึ่งอาจไม่สะดวกสบายสำหรับทุกคน และที่สำคัญคือ “ราคา” ที่มาพร้อมกับทำเลและภาพลักษณ์ของแบรนด์ระดับพรีเมียม ที่มีราคาสูงถึงตัวละ 5,000 บาท

สินค้าที่วางขายในห้างหรูเหล่านี้ มักจะมีราคาสูงกว่าปกติอันเนื่องมาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นภาษีนำเข้า ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของร้านค้าในห้างและการวางตำแหน่งของแบรนด์ที่ต้องการคงภาพลักษณ์ความพรีเมียมไว้ ทำให้ราคาของวาโก้ในจีนพุ่งสูงขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง และอาจสูงกว่าที่ผู้บริโภคชาวจีนทั่วไปจะยอมจ่ายเพื่อชุดชั้นใน 1 ตัว

ในทางกลับกัน เมื่อนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาถึงประเทศไทย พวกเขาได้พบกับ “ช็อปวาโก้” ที่ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในห้างหรูเท่านั้น แต่มีวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าทั่วไปที่เข้าถึงได้ง่ายกว่ามาก ไม่ว่าจะเป็นตามห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ไปจนถึงสาขาที่กระจายอยู่ทั่วเมือง ความสะดวกสบายในการเข้าถึงนี้เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดนักช้อปชาวจีน

ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวจีนตื่นตาตื่นใจคือ “ราคาที่คุ้มค่าอย่างเหลือเชื่อ” เมื่อเทียบกับคุณภาพ โปรโมชันและส่วนลดที่วาโก้ไทยมักจะมีจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ราคาของชุดชั้นในวาโก้ในไทยนั้น ถูกกว่าในจีนอย่างมีนัยสำคัญ บางครั้งส่วนต่างราคาก็มากพอที่จะทำให้รู้สึกว่า แค่ส่วนต่างราคาวาโก้ที่ซื้อกลับไป ก็คุ้มค่าตั๋วเครื่องบินแล้วจริงๆ

นอกจากเรื่องราคาแล้ว คุณภาพของวาโก้ไทยซึ่งผลิตภายใต้มาตรฐานเดียวกับวาโก้ญี่ปุ่น และความหลากหลายของดีไซน์ที่ตอบโจทย์สรีระผู้หญิงเอเชีย ก็เป็นอีกจุดแข็งที่ทำให้วาโก้ไทยโดดเด่น ยิ่งผนวกเข้ากับเรื่องราวการบอกต่อจากเพื่อนสู่เพื่อน จากบล็อกเกอร์สู่ผู้ติดตามในโลกโซเชียลมีเดีย ยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ของวาโก้ไทยให้กลายเป็น “Must-Buy Item หรือ สินค้าที่ต้องซื้อ” สำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีน

ต้นกำเนิดวาโก้ ไม่ใช่ไทยแต่เป็นญี่ปุ่น และเจ้าของคือ อดีตนายทหารผ่านศึก

วาโก้ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2492 (ค.ศ. 1949) ที่เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น โดย มร.โคอิจิ สึคาโมโตะ (Koichi Tsukamoto) ซึ่งเป็นอดีตนายทหารผ่านศึก หลังจากสงครามโลกครั้งที่สอง คุณสึคาโมโตะได้เริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ ด้วยการเปิดร้านขายเครื่องประดับ

แรงบันดาลใจในการทำชุดชั้นในของเขามาจากความต้องการที่จะช่วยเหลือผู้หญิงญี่ปุ่นในยุคหลังสงคราม ที่สรีระอาจจะไม่ได้สมส่วนเหมือนผู้หญิงตะวันตก และยังขาดชุดชั้นในที่เหมาะสมที่จะเสริมความมั่นใจได้ คุณสึคาโมโตะได้เห็นโฆษณาชุดชั้นในตะวันตกในนิตยสาร จึงเกิดไอเดียที่จะสร้างสรรค์ชุดชั้นในสำหรับผู้หญิงญี่ปุ่นโดยเฉพาะ โดยเริ่มจากการทดลองออกแบบและผลิตชุดชั้นในด้วยตัวเอง โดยมีภรรยาเป็นนางแบบคนแรก จุดเด่นที่เขาคิดค้นขึ้นมาคือ แผ่นเสริมทรง (Bra Pad) ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ในสมัยนั้นที่ช่วยแก้ปัญหาเรื่องสรีระที่ไม่สมส่วนของผู้หญิงญี่ปุ่น ทำให้พวกเธอสามารถอวดสรีระที่สวยงามและมั่นใจขึ้นได้

จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ วาโก้ก็เติบโตอย่างรวดเร็วด้วยวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการศึกษา “สรีระของผู้หญิง” อย่างลึกซึ้ง เพื่อออกแบบชุดชั้นในที่สวมใส่สบาย กระชับ และเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดีให้กับผู้หญิงทุกช่วงวัย

การเข้ามาของวาโก้ในประเทศไทย

วาโก้ได้ขยายธุรกิจออกสู่ต่างประเทศ และประเทศไทยเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญ โดย บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2513 (ค.ศ. 1970) โดยเป็นการร่วมทุนระหว่าง บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (ปัจจุบันคือ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน)) ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำของไทย และ Wacoal Corporation ประเทศญี่ปุ่น

การเข้ามาของ ไทยวาโก้ ถือเป็นการนำอุตสาหกรรมการผลิตชุดชั้นในสตรีระบบอุตสาหกรรมมาสู่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก ก่อนหน้านั้นชุดชั้นในส่วนใหญ่ในไทยอาจจะมาจากการตัดเย็บแบบช่างฝีมือ หรือนำเข้าจากต่างประเทศ

นับตั้งแต่ก่อตั้ง บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) ก็ได้ทุ่มเทให้กับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง โดยนำเทคโนโลยีและ Know-how จากวาโก้ญี่ปุ่นมาปรับใช้ให้เข้ากับสรีระและความต้องการของผู้หญิงไทย ทำให้วาโก้กลายเป็นแบรนด์ชุดชั้นในอันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้หญิงไทยมาอย่างยาวนาน และยังคงรักษาความเป็นผู้นำตลาดจนถึงปัจจุบัน

ในปี พ.ศ. 2526 (ค.ศ. 1983) บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งสะท้อนถึงความมั่นคงและการเติบโตของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์

สรุปไทม์ไลน์สำคัญ

  • พ.ศ. 2492 (ค.ศ. 1949) มร.โคอิจิ สึคาโมโตะ ก่อตั้ง Wacoal Corporation ที่เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น
  • พ.ศ. 2513 (ค.ศ. 1970) บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้น โดยการร่วมทุนระหว่าง บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด และ Wacoal Corporation ประเทศญี่ปุ่น
  • พ.ศ. 2526 (ค.ศ. 1983) บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

วาโก้ในประเทศไทยไม่เพียงแต่เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายชุดชั้นในคุณภาพสูงเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้บุกเบิกและพัฒนามาตรฐานของอุตสาหกรรมชุดชั้นในในประเทศ และยังคงเป็นแบรนด์ที่สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้หญิงอย่างไม่หยุดยั้ง

ดังนั้น การที่วาโก้กลายเป็นสินค้าที่นักท่องเที่ยวจีนต้องซื้อติดไม้ติดมือกลับไป ไม่ได้เป็นเพียงเพราะคุณภาพที่ดีเยี่ยม แต่ยังเป็นเพราะกลยุทธ์การตลาดที่ชาญฉลาด ราคาที่คุ้มค่า และเหนือสิ่งอื่นใด คือการนำเสนอสินค้าคุณภาพระดับพรีเมียมในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับข้อจำกัดในการหาซื้อและการกำหนดราคาในประเทศบ้านเกิดของพวกเขาเอง ซึ่งทำให้วาโก้ในไทย ไม่ใช่แค่ชุดชั้นใน แต่คือสัญลักษณ์ของ “ความคุ้มค่า” และ “โอกาสพิเศษ” ที่พวกเขาจะไม่ยอมพลาดเมื่อมาเยือนประเทศไทย

Related Posts

คุยกับ ‘NYŪ’ แบรนด์ไทยคิดต่าง
เริ่มธุรกิจเสริมจาก Pain Point ใกล้ตัว เมื่อหา “ม็อกเทล” ที่ถูกใจไม่ได้ สองแม่ลูกเลยทำขายเอง สร้างรายได้ 16 ล้านในเวลาไม่ถึงปี
NUTS, YES! อ่านว่า “นัทส์ เยส” แบรนด์นมถั่วน้องใหม่ ชื่อปั่น รู้ไหมทำไมต้องตั้งชื่อกำกวม
Tinder เผย 85% คนโสดไทยรู้สึกเหงา แต่ยังเปิดใจสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆ และเชื่อว่าจะได้เจอ “คนที่ใช่”