Featured How to Leadership

“Made in Thailand ยังทรงพลัง!” ดร.ปณิชา นักการตลาดหญิง ผู้ปั้นแบรนด์ไทยโกอินเตอร์ ชี้ทางรอดในยุคที่คนจีนเริ่มเปลี่ยนใจ

“ทุกวิกฤตมันมีโอกาส เพียงแค่เราหาให้เจอว่า วิกฤตครั้งนี้โอกาสมันคืออะไร แล้วเราก็รีบทำทันที”

ในวันที่ตลาดจีนไม่เหมือนเดิม “ดร.ปณิชา ประทีปะวณิช” คือหนึ่งในนักการตลาดหญิงไทยที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปีในประเทศจีน จนเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคและความเปลี่ยนแปลงของตลาดเอเชียอย่างลึกซึ้ง

ผ่านมุมมองจาก Mango Group บริษัทที่ให้คำปรึกษาและวางกลยุทธ์ให้แบรนด์ไทยในการขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะจีนและเวียดนาม โดยมีประสบการณ์ที่ประเทศจีนมามากกว่า 10 ปี ได้เปิดมุมมองเรื่องยุทธวิธีทำการค้ากับจีนผ่านการสัมภาษณ์จาก ประชาชาติธุรกิจ โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้

“Mango Group” ผู้ช่วยเชื่อมสินค้าไทยสู่สากล

สิ่งที่ Mango Group ทำคือการให้คำปรึกษาแก่แบรนด์ไทยใน 2 แนวทางหลัก คือ

1. สำหรับสินค้าที่มีขายในจีนแล้ว โดยจะช่วยให้คนจีนรับรู้และเกิดการซื้อสินค้าที่นั่นโดยตรง

2. สำหรับสินค้าที่ขายในไทย (ซึ่งมีเป็นส่วนใหญ่) จะช่วยการสร้างการรับรู้ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน ต้องซื้อสินค้านั้นๆ กลับประเทศเมื่อมาเยือนไทย

จุดแข็งที่ไทยมี คนจีนยังรัก “Made in Thailand”

ดร.ปณิชา ชี้ว่า สิ่งที่ไทยได้เปรียบอย่างมากคือความรักที่คนจีนมีต่อเรา “อะไรก็ตามที่เป็น Made in Thailand คือเขารู้สึกว่ามันมีคุณภาพ” ซึ่งคล้ายกับความรู้สึกที่คนไทยมีต่อสินค้า Made in Japan ในอดีต

นอกจากนี้ ในแง่ของการท่องเที่ยว ไทยยังเป็นประเทศในฝันของคนจีน เนื่องจากถูกมองว่า “ถูกด้วย ดีด้วย” ทำให้เป็นตัวเลือกแรกๆ เมื่อคนจีนต้องการเดินทางไปต่างประเทศ

นักท่องเที่ยวจีนหาย

ปัญหาหลักๆ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทยลดลงในช่วงนี้คือเรื่อง “ความปลอดภัย” ดร.ปณิชา เน้นย้ำว่า การแก้ปัญหานี้ไม่สามารถทำได้ด้วยการเชิญชวนอย่างเดียว แต่ต้อง แก้ไขที่ต้นเหตุ (Root Cause) คือ การสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยให้ชาวจีนกลับมา

คำแนะนำสุดท้าย “อย่ามองข้ามโอกาสในวิกฤต”

วิกฤตของตลาดคู่แข่งก็สามารถเป็นโอกาสของเราได้เช่นกัน อย่างเช่น เมื่อโรงงานในต่างประเทศเผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้น อาจทำให้เราได้สินค้าคุณภาพสูงในราคาที่ถูกลงมาใช้

“ทุกวิกฤตมันมีโอกาส คำนี้คือเรื่องจริง ถามว่าตอนนี้วิกฤตของเราคืออะไร เขาก็มีวิกฤตเหมือนกัน วิกฤตของเขาอาจจะเป็นการแข่งขันที่สูงขึ้น โรงงานต้องแข่งขันกันมากขึ้น การที่โรงงานแข่งขันมากขึ้นคืออะไร คือราคาจะถูกลง คุณภาพจะดีขึ้น แต่มันคือโอกาสของเราที่เราจะได้สินค้าที่ถูกลงแต่คุณภาพสูงขึ้น ทุกวิกฤตมันมีโอกาส แต่แค่เราหาให้เจอว่า วิกฤตครั้งนี้โอกาสมันคืออะไร แล้วเราก็รีบทำทันที” ดร.ปณิชา กล่าวทิ้งท้าย

จากมุมมองสู่การลงมือทำจริง

สิ่งที่ ดร.ปณิชา เน้นย้ำคือ “ทุกวิกฤตมีโอกาส” แต่โอกาสนั้นจะไม่เกิดขึ้น หากเรามองเพียงจากข่าวหรือสถิติ เจ้าของธุรกิจต้อง “ไปเห็นด้วยตาตัวเอง” และ “เข้าใจพฤติกรรมตลาดจริง” เพราะในขณะที่หลายคนกำลังชะลอการบุกตลาดจีน บางคนกลับใช้ช่วงนี้เป็นจังหวะทองในการ “เข้าไปเรียนรู้และสร้างคอนเน็กชันก่อนใคร”

“SME Shenzhen Experience & Connect”

เครือมติชน ร่วมมือกับพันธมิตรด้านธุรกิจจีน จัดโปรแกรม “SME Shenzhen Experience & Connect” ทัวร์ธุรกิจเชิงลึก 4 วัน 3 คืน ที่จะพาเจ้าของแบรนด์ไทยไปเห็น “ตลาดจีนของจริง” ผ่านการเยี่ยมชมบริษัทระดับโลกอย่าง Tencent, HeyTea, Fengqun Culture และ Lantern พร้อมเจาะลึกกลยุทธ์จากผู้เชี่ยวชาญตัวจริง ตั้งแต่การตลาดออนไลน์, KOL จีน, ไปจนถึงเทรนด์สินค้าที่กำลังมาแรงในปี 2026

“ในโลกธุรกิจ ความได้เปรียบไม่ได้อยู่ที่ใครเก่งกว่า แต่อยู่ที่ใครเห็นโอกาสก่อน และลงมือทำเร็วกว่า”

และนี่คือโอกาสที่จะเห็น เรียนรู้ และ ลงมือทำ ก่อนที่โอกาสใหม่ในจีนจะกลายเป็นของคนอื่น

📅 เดินทางวันที่ : 2–5 ธันวาคม 2568
📍 ปลายทาง : เซินเจิ้น–เมืองแห่งเทคโนโลยีและนวัตกรรมของจีน
📞 สนใจร่วมทริปหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :
เส้นทางเศรษฐี | โทร. 0-2970-8121 ต่อ 1071
หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.sentangsedtee.com

Related Posts

สบายใจ ไม่รวย แต่พอกิน! คนรุ่นใหม่ทำเกษตร ปลูกผักสลัดบนดอย มีรายได้หลักหมื่น
“โก๋แก่” แตกไลน์เปิดตัว “โก๋นมถั่ว” (Nut Milk Bar) พร้อมเมนูถั่วสุดฟิน ปักหมุดสาขาใหม่ “ซีคอนบางแค” 1 มิ.ย. นี้!
นางไปรยา ไทยชาติ ผู้อำนวยการฝ่ายพาณิชย์ บริษัท เพ็ญภาค เบฟเวอเรจ จำกัด
FULLFISH เปิดจักรวาล “Fulltopia” ครั้งแรกบนเวที THAIFEX 2026 ปิดดีลผู้นำเข้าจาก 6 ประเทศ