Exclusive Featured SMEs ข่าววันนี้

ปีแห่งบททดสอบ! “บรรทัดทอง” ไม่เหมือนเดิม ผู้ประกอบการต้องไปให้รอด

#SMEsSurvivor ขอย้อนไปราว 3-4 ปีก่อน ซึ่งหลายคนคงพอจำได้ และยอมรับว่า “บรรทัดทอง” คือย่านสตรีตฟู้ดและไลฟ์สไตล์ที่ร้อนแรงที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ จากถนนเงียบๆ ใกล้มหาวิทยาลัย สู่จุดหมายของนักกิน นักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติ และนักลงทุนรุ่นใหม่น้อยใหญ่

ประกอบกับคอนเทนต์หลากหลายที่กลายเป็นกระแสไวรัลจากโซเชียลมีเดีย ทำให้ “ร้านดัง” ผุดขึ้นแทบทุกเดือน

กระทั่งเกิดปรากฏการณ์ “แห่ลงทุน” ทั้งจากผู้ประกอบการรายย่อย ไปจนถึงแบรนด์ทุนหนา ส่งผลให้บรรทัดทอง กลายเป็น “สนามแข่ง” ที่ไม่ได้วัดกันแค่รสชาติ แต่รวมถึงเงินทุน ความเร็ว และพลังการตลาด

เมื่อมี “ดีมานด์” จากผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่รายย่อย แน่นอนว่า สิ่งที่ตามมากระทั่งกลายเป็นหนึ่งในปัญหาหลักที่ถูกพูดถึงมากที่สุด นั่นคือ ค่าเช่าพื้นที่ที่พุ่งขึ้นภายในระยะเวลาสั้นๆ หลายโซนเริ่มขยับปรับราคาขึ้นหลายเท่าตัว ส่งผลให้ผู้ค้ารายเล็กที่เติบโตมากับช่วงเริ่มต้น หลายรายเริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหว และทยอยถอนตัวออกจากพื้นที่ แต่ก็มีผู้ค้ารายใหญ่ทุนหนากว่า พร้อม “เสียบ” ในทุกทำเล

แต่เมื่อล่วงเข้าปี 2568 ท่ามกลางบรรยากาศการ “ลงทุนใหม่” ในหลายโซนของบรรทัดทอง กลับเกิดเหตุไม่คาดฝัน เมื่อนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มหลัก อย่าง ชาวจีน กลับหายวับไปกับตา ชนิดที่ตัวแทนผู้ประกอบการต้องออกมาเรียกร้องผ่านสื่อให้ “ภาครัฐ” เข้าช่วยแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน เพราะมิเช่นนั้นแล้วความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ประกอบการในย่านการค้าสำคัญนี้ อาจถึงหลักพันล้านบาท

“หลังจากเกิดเหตุการณ์ ซิงซิง ดาราจีน หายตัวไปช่วงมาเมืองไทย นักท่องเที่ยวหลักของบรรทัดทองคือ คนจีน ก็หายตามไปอย่างน่าใจหาย จากนั้นเป็นเหตุการณ์ตึก สตง. ถล่ม ที่ทำให้นักท่องเที่ยวยกเลิกการมาเมืองไทยกับบริษัทัวร์แทบเป็นศูนย์เลย”

คุณนพ-สิทธิฉันท์ วุฒิพรกุล เจน 2 เจ้าของกิจการ “รสดีเด็ด” ร้านดังแห่งตำนานสยามสแควร์ ในฐานะที่ปรึกษาสมาคมผู้ประกอบการถนนบรรทัดทอง เคยให้ข้อมูลกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไว้ เมื่อกลางปีที่ผ่านมา

และท่ามกลางสถานการณ์ “ยอดขายดิ่งหัวลง” อย่างน่าใจหาย ปัญหา “ภายใน” ของบรรทัดทอง ค่อยๆ ปะทุขึ้นมาหลากหลายประเด็น ซึ่งอาจยัง “เกาไม่ถูกที่คัน” และไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ 

“ปัญหาเร่งด่วนที่บรรทัดทอง ต้องการได้รับการแก้ไขคือ ต้องการเสน่ห์ของสตรีตฟู้ดกลับมา เราเป็นแหล่งสตรีตฟู้ด ไม่ใช่ห้างสรรพสินค้า เรามอบประสบการณ์สตรีตฟู้ดแก่นักท่องเที่ยว จึงอยากได้ระยะทางเท้าที่มีการจัดระเบียบอย่างเหมาะสม จริงอยู่มีทางเท้าให้คนเดินเป็นสิ่งดี แต่เสน่ห์ของสตรีตฟู้ดหายไป แล้วถ้าไม่ทำอะไร มันตายไปเรื่อยๆ จึงอยากได้ทางเท้าสำหรับตั้งแผงลอยกลับมา ขอสัก 90 เซนติเมตรก็พอ เราไม่อยากให้ตั้งขวางจนคนเดินไม่ได้หรอกครับ” คุณนพ ระบายความรู้สึก

“แต่เดิมบรรทัดทอง สามารถตั้งแผงลอยได้ และแผงลอยคือเสน่ห์ของสตรีตฟู้ด ถ้าเกาไม่ถูกที่คันเมื่อไหร่ การแก้ปัญหาจะผิดหมด ถามว่าทำไมเยาวราช ตั้งได้ เพราะเยาวราชเป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ บรรทัดทอง จึงอยากเป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษในเชิงสร้างสรรค์ แบบเดียวกับเยาวราช แบบเดียวกับถนนข้าวสาร ซึ่งรัฐบาล มีอำนาจประกาศผ่านทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา” ที่ปรึกษาสมาคมผู้ประกอบการถนนบรรทัดทอง บอกจริงจัง

ทั้งยังคลี่ประเด็นปัญหาของย่านบรรทัดทอง ให้ฟังต่อว่า ปัญหาใหญ่อีกเรื่องคือ ขยะอาหาร ซึ่งโดยเบื้องต้นมีการประสานกับกลุ่มรับซื้อไปทำอาหารปลา แต่อาจต้องขอให้ทาง กทม. ช่วยเพิ่มรอบเก็บ และมีภาชนะจัดเก็บที่ดีและเหมาะสม ไม่ใช่ให้ไปเทลงถังขยะรวม และพอเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตสิ่งแวดล้อม เข้ามาจัดเก็บล่าช้า ปัญหาที่ตามมาคือ หนู

“เคยเจอหนูหนักสุด ประมาณ 50-60 ตัว อยู่บนถุงขยะ ถ้าภาพเหล่านี้เผยแพร่ออกไป บอกคนทั้งโลกว่านี่แหละบรรทัดทอง จะทำยังไง ความจริงเราพร้อมจะช่วยเหลือตัวเองได้ แต่ว่าให้เครื่องไม้เครื่องมือเราหน่อย ไม่ใช่ว่าโทรบอกเจ้าหน้าที่ไป ให้รออีก 48 วัน รอตั้งคณะกรรมการก่อนว่าจะกำจัดหนูเมื่อไหร่ มันไม่ได้ ตอนนี้เจอกันทุกร้าน หนูกัดสายไฟ กัดแอร์ กัดสายอินเทอร์เน็ต เสียหายทุกวัน” คุณนพ เผย

ส่วนประเด็นค่าเช่าที่มีข่าวแพงมาก จนผู้ประกอบการหลายรายสู้ไม่ไหว คุณนพ บอกว่า ค่าเช่าที่ย่านบรรทัดทอง ไม่ได้แรงขนาดนั้น ยังพออยู่ได้ แต่มีปัญหาเชิงซ้อน ที่ต้องใช้วิธีแก้ไขทุกองค์ประกอบและทุกภาคส่วน ความจริงที่ผ่านมาทางสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาฯ อยากช่วยผู้เช่า แต่อาจติดเงื่อนไขระเบียบบางข้อของ กทม. จนทำให้มีปัญหา “ขบกัน” และไม่ได้รับการแก้ไข

แม้เสียงจากตัวแทนผู้ประกอบการ “บรรทัดทอง” จะพรั่งพรูออกมาในหลายประเด็น แต่หลังจากนั้นมาจนถึงวันนี้ ข้อเรียกร้องดังกล่าว ยังไม่ได้รับการตอบสนองหรือแก้ไขให้เห็นเป็นรูปธรรมมากนัก

หากแต่ธุรกิจใน “ย่านนี้” ก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป

แม้หลายคนจะบอกทำนองเดียวกัน ปัจจุบัน “บรรทัดทอง” กลายเป็นย่านยัง “มีคนเดิน” แต่ “ยอดซื้อต่อหัว” นั้น ลดลงมากชนิดน่าใจหาย

และถ้าจะมองให้ลึกลงไปอีกสักหน่อย อาจพบว่า สิ่งที่ บรรทัดทอง กำลังเผชิญอยู่นี้ มันคือ “กับดักความสำเร็จ” พูดง่ายๆ คือ ยิ่งดัง ยิ่งแพง ยิ่งแข่ง ยิ่งเสี่ยง แต่ขณะเดียวกัน ลูกค้าไม่ได้มีมาแบบ “มหาศาล” เหมือนช่วงรุ่งโรจน์แล้ว

คำถามสำคัญของวันนี้ ทำเลย่าน “บรรทัดทอง” จึงไม่ใช่แค่เปิดร้านได้ไหม แต่ร้านที่มีอยู่จะอยู่ได้นานแค่ไหน

โอกาสนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จึงมีข้อเสนอแนะเป็น “ทางออก” ให้ผู้ประกอบการพิจารณาเป็นไอเดีย แบ่งออกเป็นประเด็น ดังนี้

ทางออกที่ 1

ต้องเปลี่ยนจากขายกระแสเป็นขายตัวตน ร้านที่ยังยืนระยะได้ มักมีเรื่องเล่า มีเอกลักษณ์ชัด ไม่ว่าจะเป็นสูตรเฉพาะ วัตถุดิบพรีเมียม หรือการเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้า

ทางออกที่ 2

ต้องบริหารต้นทุนอย่างมืออาชีพ ตั้งแต่การเจรจาค่าเช่า การแชร์ครัว การใช้ครัวกลาง หรือแม้แต่การปรับเวลาเปิด-ปิด ให้สอดคล้องกับช่วงพีก เพื่อลดค่าใช้จ่ายคงที่

ทางออกที่ 3  

ต้องขยายรายได้ออกนอกหน้าร้าน ไม่พึ่งรายได้จากคนเดินถนนเพียงอย่างเดียว แต่ต่อยอดสู่ดีลิเวอรี สินค้าแพ็กกลับบ้าน ซอสสูตรเฉพาะ หรือแม้แต่การทำคอนเทนต์ออนไลน์ เพื่อสร้างรายได้หลายทาง

และสำหรับนักลงทุนหน้าใหม่ บทเรียนจากปีที่ผ่านมา น่าจะทำให้ตระหนักได้ว่า อย่ามองแค่ตัวเลขคนเดิน แต่ต้องประเมินโครงสร้างต้นทุน ระยะเวลาคืนทุน และควรมีแผนสำรอง หากกระแสความนิยมใน “ทำเลทอง” นั้น ไม่เป็นไปตามคาด

“ปีหน้า บรรทัดทอง อาจยังไม่หายไปไหน แต่กำลังคัดกรองตัวเอง ให้เหลือเพียงผู้ประกอบการที่เข้าใจเกมธุรกิจอย่างแท้จริง หากใครปรับตัวได้ ยืนระยะไหว บรรทัดทอง น่าจะยังเป็นถนนแห่งโอกาส แต่สำหรับผู้ประกอบการที่หวังพึ่งแค่กระแส ระยะเวลาบนถนนสายนี้อาจสั้นกว่าที่คิดก็เป็นได้”

คือ ประเด็นส่งท้าย ที่ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ขอฝากไว้

Related Posts

MK GROUP สยายปีกอาณาจักรสุกี้ครบทุกเซกเมนต์ ตั้งเป้าโต 12%
สบายใจ ไม่รวย แต่พอกิน! คนรุ่นใหม่ทำเกษตร ปลูกผักสลัดบนดอย มีรายได้หลักหมื่น
“โก๋แก่” แตกไลน์เปิดตัว “โก๋นมถั่ว” (Nut Milk Bar) พร้อมเมนูถั่วสุดฟิน ปักหมุดสาขาใหม่ “ซีคอนบางแค” 1 มิ.ย. นี้!