บรรทัดทอง
#SMEsSurvivor ขอย้อนไปราว 3-4 ปีก่อน ซึ่งหลายคนคงพอจำได้ และยอมรับว่า “บรรทัดทอง” คือย่านสตรีตฟู้ดและไลฟ์สไตล์ที่ร้อนแรงที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ จากถนนเงียบๆ ใกล้มหาวิทยาลัย สู่จุดหมายของนักกิน นักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติ และนักลงทุนรุ่นใหม่น้อยใหญ่ ประกอบกับคอนเทนต์หลากหลายที่กลายเป็นกระแสไวรัลจากโซเชียลมีเดีย ทำให้ “ร้านดัง” ผุดขึ้นแทบทุกเดือน กระทั่งเกิดปรากฏการณ์ “แห่ลงทุน” ทั้งจากผู้ประกอบการรายย่อย ไปจนถึงแบรนด์ทุนหนา ส่งผลให้บรรทัดทอง กลายเป็น “สนามแข่ง” ที่ไม่ได้วัดกันแค่รสชาติ แต่รวมถึงเงินทุน ความเร็ว และพลังการตลาด เมื่อมี “ดีมานด์” จากผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่รายย่อย แน่นอนว่า สิ่งที่ตามมากระทั่งกลายเป็นหนึ่งในปัญหาหลักที่ถูกพูดถึงมากที่สุด นั่นคือ ค่าเช่าพื้นที่ที่พุ่งขึ้นภายในระยะเวลาสั้นๆ หลายโซนเริ่มขยับปรับราคาขึ้นหลายเท่าตัว ส่งผลให้ผู้ค้ารายเล็กที่เติบโตมากับช่วงเริ่มต้น หลายรายเริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหว และทยอยถอนตัวออกจากพื้นที่ แต่ก็มีผู้ค้ารายใหญ่ทุนหนากว่า พร้อม “เสียบ” ในทุกทำเล แต่เมื่อล่วงเข้าปี 2568 ท่ามกลางบรรยากาศการ “ลงทุนใหม่” ในหลายโซนของบรรทัดทอง กลับเกิดเห
‘ล้งเล้ง’ ร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาเจ้าเก่าแก่กว่า 40 ปีในย่านบรรทัดทอง สืบทอดสู่ทายาทรุ่นที่ 2 คือ คุณมุก-มุกรวี หวังเพื่อสุข โดยร้านมีจุดเริ่มต้นจากธุรกิจครอบครัวทางฝั่งคุณแม่ ก่อนจะแยกมาเปิดร้านของตัวเองที่บริเวณตลาดสวนหลวงและได้ย้ายร้านมายังที่ตั้งในปัจจุบัน โดยมีเมนูขึ้นชื่อของร้านคือ เกี๊ยวปลาจัมโบ้ ที่โดดเด่นด้วยไส้แน่น แป้งบาง ทำสดใหม่ทุกวัน นอกจากนี้ ยังมีเมนูยอดนิยมอื่นๆ เช่น บะหมี่เย็นตาโฟ, เกาเหลาเส้นปลาน้ำใส, หนังปลากรอบสูตรล้งเล้ง และเกี๊ยวทอดไส้หมู ต่อมาได้ขยายสาขาที่ 2 ไปยังบริเวณริมถนนพระราม 4 ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากกัน โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อขยายพื้นที่ครัวสำหรับการผลิตลูกชิ้น แม้จะได้รับการติดต่ออยู่หลายครั้ง แต่คุณมุกย้ำว่า “ยังไม่คิดจะขายแฟรนไชส์ เพราะต้องการควบคุมคุณภาพให้ได้มากที่สุด เพื่อคงมาตรฐานของร้านในระยะยาว” โดยเลือกต่อยอดธุรกิจไปสู่แพลตฟอร์มดีลิเวอรีและรับจัดเลี้ยงนอกสถานที่ โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำที่ประทับใจในรสชาติและคุณภาพที่สม่ำเสมอ ในวันที่บรรทัดทอง กลายเป็นจุดเช็กอินของเหล่านักกินและนักท่องเที่ยว การแข่งขันที่สูงขึ้นเป็นเรื่องที่หลีก
ข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ที่ผ่านมา นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ใช้เวลานอกราชการลงพื้นที่ถนนบรรทัดทอง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พร้อมด้วย นายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ คณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้แทนสมาคมผู้ประกอบการถนนบรรทัดทอง ตามนโยบาย “พาณิชย์พึ่งได้” เพื่อตรวจเยี่ยมและรับฟังปัญหา รวมถึงข้อเสนอแนะของผู้ประกอบการร้านอาหารและสตรีตฟู้ดในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์สำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ สำหรับ ถนนบรรทัดทอง เป็นย่านร้านอาหารที่ได้รับการจัดอันดับโดย นิตยสาร Time Out ให้เป็น “ถนนที่เท่ที่สุดในโลก อันดับที่ 14” (World’s Coolest Streets) เมื่อปี 2014 ปัจจุบันมีร้านอาหารทั้งเก่าแก่และรุ่นใหม่กว่า 300 ร้าน สร้างรายได้หมุนเวียนให้เศรษฐกิจหลายพันล้านบาทต่อปี แต่ในระยะหลัง ผู้ประกอบการต้องเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง ค่าเช่าพื้นที่ที่สูงขึ้น และกำลังซื้อของคนไทยที่ชะลอตัว นายจตุพร ก
เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ที่ผ่านมา เวลา 12.00 น. ณ สามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพฯ ภายในงาน Thailand Healthcare 2025 มหกรรมสุขภาพอันดับ 1 ของประเทศ ภายใต้ธีม ‘A Better Life : สร้างสุขทุกช่วงวัย’ คุณรัชฎา สีสวย เจ้าของร้าน “พาข้าว” บรรทัดทอง ได้ขึ้นเวทีช่วง Food Therapy : ไส้กรอกอีสาน ความกลมกล่อมที่ถูกส่งต่อมาจากครอบครัวมากกว่า 30 ปี เพื่อเผยเคล็ดลับความอร่อย หากพูดถึงร้านอาหารอีสานที่มาพร้อมความ “ติดแกลม” หรือความหรูหราทันสมัย ชื่อของ “พาข้าว” มักจะเป็นหนึ่งในร้านขวัญใจผู้บริโภคเสมอ คุณรัชฎา เผยบนเวทีว่า “คอนเซ็ปต์ของร้านพาข้าวคือ อาหารอีสานติดแกลม” และในวันนี้ เธอได้คัดสรร 2 เมนูเด็ดมานำเสนอ คือ ตำฤดูกาล และ ไส้กรอกอีสาน ตำฤดูกาล แซ่บครบรสเพื่อสุขภาพ เมนูแรกคือ ตำฤดูกาล หรือ ตำสตรอเบอร์รี ตำมังคุด ที่โดดเด่นด้วยน้ำปลาร้าสูตรเฉพาะของร้าน ซึ่งสายสุขภาพก็ทานได้อย่างสบายใจ เพราะมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์จากปลาหลายสายพันธุ์ เช่น ปลากระดี่ และปลาเนื้อแดง ที่ผ่านกรรมวิธีหมักอย่างพิถีพิถันจนได้ที่ ทำให้ ไม่มีกลิ่นคาว มารบกวน การปรุงเริ่มจากการใช้พริกแดงจินดาแห้งผสมกับพริกแดงจินดาสดในอัตราส
บรรทัดทอง ตั้งต้นจากการไม่พึ่งพิงนักท่องเที่ยวยุโรป แต่ดังในกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนและเอเชีย ช่วงพีกมีนักท่องเที่ยววันหนึ่งนับหมื่น ซึ่งประเมินว่านักท่องเที่ยว 1 คนน่าจะมีการจับจ่ายราว 250-500 บาท แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์ซิงซิง ดาราจีน หายตัวไปช่วงมาประเทศไทย นักท่องเที่ยวหลักของบรรทัดทอง คือคนจีน ก็หายไปอย่างน่าใจหาย และหลังเหตุการณ์ตึก สตง. ถล่ม ทำให้นักท่องเที่ยว ยกเลิกการมาเมืองไทยกับบริษัททัวร์แทบเป็นศูนย์เลยทีเดียว ข้อมูลดังกล่าว คือส่วนหนึ่งจากปาก คุณสิทธิฉันท์ วุฒิพรกุล ที่ปรึกษาสมาคมผู้ประกอบการถนนบรรทัดทอง ซึ่งเคยให้ข้อมูลกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไว้ และวันเดียวกันนั้น เขาได้เชิญฝ่ายการเมือง นำโดย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร “พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน” มาร่วมสำรวจสภาพจริงบนถนนบรรทัดทอง ที่จากเคยขายดิบขายดีกันทุกร้าน กลายสภาพมาเป็นเงียบเหงา ห้องเช่าแขวนป้าย “เซ้ง” กันเป็นแถว “สตรีตฟู้ดเมืองไทย เป็นที่ขึ้นชื่อในหมู่ชาวต่างชาติ และยังช่วยส่งเสริการการท่องเที่ยวได้ดีมาก แถมมีเสน่ห์อย่างแรง แต่ยอมรับว่าของค้าขายในย่านใจกลางเมือง มักมีราคาแพง ถ้ายังมีถนนสายอาหาร ที่ราคาจั
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวตอนหนึ่งระหว่างเป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาฯ กรุงเทพมหานคร (กทม.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน และตัวแทนผู้ประกอบการบนถนนบรรทัดทอง ตามคำเชิญของสมาคมผู้ประกอบการถนนบรรทัดทอง ว่า ที่มาวันนี้ เพราะได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ประกอบการเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา จึงอยากมาเห็นว่าปัญหาอยู่ตรงไหน สามารถจะแก้ไขและพัฒนาให้ยั่งยืนได้หรือไม่ แต่ต้องยอมรับว่า บางประเด็น หลายฝ่ายไม่ได้ประสานงานกัน จึงคิดว่าสิ่งที่พยายามเข้ามาจัดการนี้จะทำให้หลายอย่างดีขึ้น เพราะพวกเราเสียโอกาสกันไปเยอะแล้ว “สตรีตฟู้ดเมืองไทย เป็นที่ขึ้นชื่อในหมู่ชาวต่างชาติ และยังช่วยส่งเสริการการท่องเที่ยวได้ดีมาก แถมมีเสน่ห์อย่างแรง อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าของค้าขายในย่านใจกลางเมือง มักมีราคาแพงเหมือนกันหมด แต่ถ้ายังมีถนนสายอาหารที่ราคาจับต้องได้ บรรทัดทอง จะกลายเป็นเสน่ห์กลางเมืองตอบโจทย์การท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี” นายพิเชษฐ์ กล่าว และว่า ถ้าสามารถร่วมแรงร่วมใจกัน สร้างความเข้าใจกันระหว่างเจ้าของพื้นที่ เขต และฝ่า
ถนนบรรทัดทอง เมื่อสมัยก่อนย้อนไปหลายสิบปี เดิมเป็นย่านเชียงกง หรือแหล่งขายอะไหล่รถเก่า เสื้อผ้า-เครื่องกีฬา ส่วนร้านอาหารนั้น มีแทรกอยู่บ้างแต่ไม่โดดเด่นอะไร กระทั่งปี 2563 หลังสถานการณ์โควิด-19 ได้ถูกพัฒนาเป็นย่านสตรีตฟู้ดยามค่ำคืนสุดคึกคัก เป็นแหล่งรวมร้านอาหารสารพัดความอร่อย บรรดานักท่องเที่ยวทั้งไทย-เทศ โดยเฉพาะโซนเอเชียให้ความนิยมกันมาก กระทั่งหลายคนให้ฉายา เป็น ‘เยาวราช 2’ กันไปเลย แต่แล้วในราวต้นปี 2568 หมุดหมายหนึ่งของนักชิมจำนวนมหาศาล กลับเกิดข่าวว่าร้านค้าขนาดเล็กจำนวนไม่น้อย ที่เคยมาเซ้งพื้นที่จากผู้ประกอบการเก่าแก่เปิดเป็นร้านอาหาร ต่างพากันประกาศปิดตัวบ้าง ย้ายร้านออกจากพื้นที่บ้าง จนเกิดข้อสงสัยอย่างกว้างขวาง “เกิดอะไรขึ้น” กับหนึ่งในย่านการค้าสำคัญของเมืองหลวงแห่งนี้ … “บรรทัดทอง ตั้งต้นจากการไม่พึ่งพิงนักท่องเที่ยวยุโรป แต่ดังในกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนและเอเชีย ช่วงพีกมีนักท่องเที่ยววันหนึ่งนับหมื่น ซึ่งประเมินว่า นักท่องเที่ยว 1 คนน่าจะมีการจับจ่ายราว 250-500 บาท” คุณนพ-สิทธิฉันท์ วุฒิพรกุล เจน 2 เจ้าของกิจการ “รสดีเด็ด” ร้านดังแห่งตำนานสยามสแควร์ ในฐานะที่ปรึกษาสมาคมผู้ป
‘บรรทัดทอง’ ปรับตัวสร้างฐานรากมั่นคง หวังปั้น “Food Experience” ดึงดูดนักท่องเที่ยว บรรทัดทอง ถนนสายสตรีตฟู้ดเส้นใหม่ ที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ด้วยองค์ประกอบที่หลากหลาย เช่น เป็นแหล่งรวมร้านอาหารอร่อยๆ ไว้มากมาย โดยเฉพาะร้านอาหารสตรีตฟู้ด ที่หลายๆ คนมองว่าเป็นสวรรค์ของคนรักสตรีตฟู้ด บรรยากาศที่มีชีวิตชีวาและคึกคักในยามค่ำคืน และอยู่ในย่านใจกลางเมืองเดินทางสะดวก แต่นอกจากองค์ประกอบต่างๆ เหล่านี้แล้ว ยังมีทางด้านของผู้ที่สวมหมวก 2 ใบ หมวกใบแรกในฐานะ สมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารย่านบรรทัดทอง และ เจ้าของร้านอาหารในย่านบรรทัดทอง ที่จะเข้ามาช่วยส่งเสริมให้ถนนเส้นนี้เข้มแข็งและเดินหน้าต่อไปเพื่อดึงดูดผู้บริโภคจากที่ต่างๆ เข้ามาจับจ่ายใช้สอยได้ ย้อนความในช่วงแรก ด้วยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน จนทำให้ “บรรทัดทอง” ถูกขนานนามว่า “เยาวราช 2” จนกลายเป็นถนนสายสตรีตฟู้ดชื่อดังของกรุงเทพฯ แต่ก็ไม่พ้นที่จะกลายเป็นประเด็นในโลกออนไลน์ จากกระแสดราม่าที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างความสั่นคลอนต่อภาพลักษณ์ของถนนสายนี้ ถึงจะเคยถูกขนานนามว่าเป็น เยาวราช 2 ก็ต
มิชลิน ไกด์ 6 ปีซ้อน “ล้งเล้งลูกชิ้นปลา” สูตรลับ 50 ปี ส่งต่อความอร่อยสู่บรรทัดทอง ขายดีวันละ 400 ชาม! “สิ่งที่เรายึดถือมาตลอดคือ คุณภาพไม่ดี เราไม่ทำ และทำออกมาให้เหมือนกับเราทำกินเองที่บ้าน ทุกอย่างทำใหม่ ผักซื้อวันต่อวัน ไม่หมด ทิ้ง” คำบอกเล่าของ คุณมุก-มุกรวี หวังเพื่อสุข ทายาทรุ่นใหม่ “ร้านล้งเล้งลูกชิ้นปลา” ตำนานความอร่อยกว่า 50 ปี เจ้าของมิชลิน ไกด์ 6 ปีซ้อน ถึงปัจจุบันยังเป็นที่นิยมของลูกค้า โดยสามารถขายได้ประมาณ 400-500 ชามต่อวัน ในสาขาบรรทัดทอง คุณมุก เล่าให้ฟังว่า แม่ของเธอเติบโตมาในครอบครัวใหญ่ ที่ขายก๋วยเตี๋ยวเป็นอาชีพหลักตั้งแต่รุ่นอาเหล่ากู๋ จึงได้คลุกคลีในธุรกิจนี้ ทั้งช่วยลวกเส้น ทำก๋วยเตี๋ยว พอโตขึ้น ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไปเปิดสาขาของแต่ละคน หนึ่งในนั้นคือ “ล้งเล้ง” ซึ่งเปิดสาขาแรกที่ตลาดสวนหลวง ซึ่งปัจจุบันคือสามย่าน ก่อนย้ายมาอยู่บนถนนบรรทัดทองถึงปัจจุบัน ล้งเล้ง ชื่อนี้ตั้งล้อกับภาษาจีน ที่แปลว่า เสียงดัง โหวกเหวก เพราะเมื่อก่อนขายดีมาก 4 พี่น้องที่ช่วยกันขายจึงตะโกนสั่งออร์เดอร์กันไปมา เพราะใช้วิธีจำแทนการการจดมือ ประกอบกับคนที่พัฒนาสูตรคือ “เล้ง” น้องชายของแม่
ตรุษจีนนี้ไม่มีเอาต์ แต่งกี่เพ้าเดินบรรทัดทอง “ตรุษจีนบรรทัดทอง-สวนหลวง The Golden Street 2025” สํานักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PMCU) ร่วมกับ MOVF MEDIA GROUP เตรียมต้อนรับปีมะเส็งด้วยความสุข ความโชคดี และความมั่งคั่ง ในงานเทศกาลสุดยิ่งใหญ่ “ตรุษจีนบรรทัดทอง-สวนหลวง The Golden Street 2025” เชิญร่วมงานตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม ถึง 1 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 16.00-24.00 น. ณ ถนนบรรทัดทอง-สวนหลวง จุฬาฯ ซอย 14 และจุฬาฯ ซอย 1 ซึ่งจะถูกเนรมิตให้เป็นพื้นที่เทศกาลที่เต็มไปด้วยสีสันและความคึกคัก! ครั้งแรกกับงานตรุษจีนสุดปังที่จะเนรมิตพื้นที่ถนนให้กลายเป็นแลนด์มาร์กสุดฮิต! มูเฮงๆ เตรียมกล้องให้พร้อมกับอุโมงค์โคมแดง 888 ดวง ประดับประดาเรียงรายพร้อมให้ถ่ายรูปชิกๆ ลงโซเชียล พร้อมทั้งการสักการะศาลเจ้าแม่ทับทิม อุทยาน 100 ปี แลนด์มาร์กแห่งความศักดิ์สิทธิ์ที่โดดเด่นในพลังแห่งความเมตตาและการคุ้มครอง พร้อมด้วยของไหว้ครบชุดจัดเตรียมไว้ให้เลือกสรร พร้อมด้วยนายพิธีผู้เชี่ยวชาญคอยแนะนำขั้นตอนการไหว้และการขอพรอย่างถูกต้อง ต่อด้วยการลุ้นโชคเฮงๆ เสี่ยงเซียมซีรับอั่งเปา กับเซียมซียักษ์ที่ไม่เหมือนใคร
