Featured How to Leadership

รักเหมือนลูก เปย์ประดุจเจ้านาย! ส่องเทรนด์ Pet Parent ทาสยอมจ่ายเพื่อให้ลูกรักอยู่ด้วยกันไปนานๆ จนตลาดสัตว์เลี้ยงปี 68 โต 9 หมื่นล้าน

เมื่อสัตว์เลี้ยงไม่ใช่แค่เพื่อน แต่คือลูก เชื่อว่าเกือบจะทุกบ้านจะต้องมีน้องหมาน้องแมวเป็นสัตว์เลี้ยงประจำครอบครัว ปัจจุบันเทรนด์ Pet Parent หรือการเลี้ยงสัตว์เสมือนลูกคนหนึ่งกำลังมาแรงอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่เราเลี้ยงหมาไว้เฝ้าบ้าน เลี้ยงแมวไว้จับหนู แต่ทุกวันนี้กลายเป็นเราที่ “รับใช้เขา” พร้อมเปย์ทุกอย่างเพื่อให้ ประดุจเจ้านาย แต่เพื่อความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด เหล่าทาสก็จำเป็นต้องยอม

ในงาน “เคทีซี” จับมือ “เพ็ทเจนเอ็กซ์” (PetgeneX) และอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 อาจารย์สัตวแพทย์ชัยยศ ธารรัตนะ ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษา PetGeneX ได้กล่าวตอนหนึ่งว่า 

“ทุกวันนี้ พ่อๆ แม่ๆ ของน้องหมาน้องแมว ต่างเฟ้นหาสิ่งที่ดีที่สุด ไม่อยากให้กินอาหารทั่วไป ยอมจ่ายเพื่อคุณภาพชีวิตสัตว์เลี้ยง มองหมาแมวว่าเป็นอีกหนึ่งชีวิตที่มีคุณค่า”

ทำไมใครๆ ก็เป็นทาสหมา-ทาสแมว

ปัจจัยหลักมาจากโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป ทั้งสังคมผู้สูงอายุที่เหงามากขึ้น คนรุ่นใหม่ที่แต่งงานช้าลงหรือเลือกไม่มีลูก สัตว์เลี้ยงจึงเข้ามาเติมเต็มในฐานะ Emotional Support ช่วยเยียวยาจิตใจและเป็นสมาชิกคนสำคัญของครอบครัว ส่งผลให้ตลาดสัตว์เลี้ยงโตจนฉุดไม่อยู่

ปี 2568 มูลค่าตลาดอยู่ที่ 92,000 ล้านบาท ธุรกิจอาหารสัตว์ ครองส่วนแบ่งอันดับ 1 ตามมาด้วย Healthcare, ของใช้ และบริการสัตว์เลี้ยงตามลำดับ และในปี 2569 คาดว่าจะเติบโตไปถึง 101,000 ล้านบาท

“สเต็มเซลล์” ทางเลือกใหม่ รักษาลูกรักให้ยืนยาว

เมื่อความรักสวนทางกับอายุขัย จึงเกิดนวัตกรรมใหม่อย่าง PetGeneX ธนาคารเซลล์ต้นกำเนิดสำหรับสัตว์เลี้ยงที่ช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในโรคที่รักษายาก เช่น ข้อเสื่อม โรคไตเรื้อรัง หรือภูมิแพ้ผิวหนัง

เพ็ทเจนเอ็กซ์ (PetgeneX) เกิดมาจากแรงกดดันและประสบการณ์จริงของ ดร.พงศกร กันหอม นักวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวภาพและผู้ร่วมก่อตั้ง PetGeneX ได้กล่าวว่า มีน้องหมาที่ป่วยเป็นโรคหายากในสัตว์ อย่างโรคแพ้ภูมิตัวเอง หรือ SLE ทำให้เกิดภาวะต่างๆ เป็นแผลไม่หาย ปวดข้อต่างๆ จึงมองหาวิธีการในการช่วยเหลือ ด้วยที่มีประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีชีวภาพของมนุษย์อยู่แล้ว จึงเป็นต้นเหตุที่ทำให้ก่อตั้งขึ้นมา โดยสเต็มเซลล์ที่มักจะจัดเก็บมากที่สุด คือ 

เนื้อเยื่อไขมัน (Adipose Tissue) สเต็มเซลล์ที่ถูกสกัดจากเนื้อเยื่อไขมันใต้ผิวหนังของสัตว์เลี้ยง ถือเป็นแหล่งสเต็มเซลล์ที่มีจำนวนมาก เหมาะสำหรับสัตว์เลี้ยงที่กำลังผ่าตัดทำหมัน หรือผ่าตัดทั่วไป 

สายสะดือ (Umbilical Cord) สเต็มเซลล์ที่ได้จากสายสะดือของสัตว์เลี้ยง หลังคลอดทันที ถือเป็นแหล่งของเซลล์ต้นกำเนิดที่มีความบริสุทธิ์และศักยภาพสูงที่สุด ให้เซลล์อายุน้อย สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับสัตว์เลี้ยงตั้งแต่แรกเกิด

จากการค้นคว้าข้อมูล ในประเทศเพื่อบ้านหรือภูมิภาคเอเชีย มีบางประเทศที่ใช้สเต็มเซลล์ในการรักษา เช่น เกาหลี เวียดนาม และสิงคโปร์ ส่วนใหญ่เป็นการเก็บจากเนื้อเยื่อไขมันและเป็นงานวิจัยเป็นหลัก

นับว่าเป็นครั้งแรกในโลกที่ PetgeneX สามารถคิดค้นนวัตกรรมการจัดเก็บสเต็มเซลล์จากเลือด (Peripheral Blood) เป็นนวัตกรรมเฉพาะโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องวางยา ไม่ต้องกินยาหรือฉีดยากระตุ้นเซลล์ก่อนจัดเก็บ มีความสะดวกและปลอดภัย เหมาะสำหรับสัตว์เลี้ยงในทุกช่วงวัย

จากข้อมูลงานวิจัยและเคสที่ใช้สเต็มเซลล์ในการรักษาพบผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ ด้านร่างกาย (Physical Improvement) มากกว่า 70% ของสุนัขที่มีโรคข้อเสื่อม สามารถเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น เดินและวิ่งได้นานขึ้น และลดการใช้ยาแก้ปวด 

ประมาณ 50–60% ของแมวที่เป็นโรคไตเรื้อรัง มีค่าการทำงานของไตดีขึ้น ภายใน 3–6 เดือนหลังได้รับสเต็มเซลล์ และสัตว์เลี้ยงที่มีภาวะผิวหนังอักเสบหรือภูมิแพ้ มีอาการคันและผื่นแดงลดลงภายใน 1–2 เดือน ด้านคุณภาพชีวิต (Quality of Life) กว่า 80% จากการรักษารายงานว่า “น้องกลับมาสดใสขึ้น” เช่น กินอาหารได้ ขนเงางามและเล่นกับเจ้าของได้เหมือนเดิม

ก้าวต่อไปของ PetGeneX

ในปี 2568 PetGeneX ทำรายได้ถึง 10 ล้านบาท และตั้งเป้าเติบโตสู่ 25 ล้านบาทในปี 2569 พร้อมขยายเครือข่ายโรงพยาบาลสัตว์ทั่วประเทศ โดยวางเป้าหมายใหญ่สู่การเข้าตลาดหลักทรัพย์ในปี 2573 เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตสัตว์เลี้ยงอย่างยั่งยืน

Related Posts

MK GROUP สยายปีกอาณาจักรสุกี้ครบทุกเซกเมนต์ ตั้งเป้าโต 12%
สบายใจ ไม่รวย แต่พอกิน! คนรุ่นใหม่ทำเกษตร ปลูกผักสลัดบนดอย มีรายได้หลักหมื่น
“โก๋แก่” แตกไลน์เปิดตัว “โก๋นมถั่ว” (Nut Milk Bar) พร้อมเมนูถั่วสุดฟิน ปักหมุดสาขาใหม่ “ซีคอนบางแค” 1 มิ.ย. นี้!