Featured Inspiration SMEs

จากเชฟตกงาน สู่ร้านอาหารดีลิเวอรี เริ่มจากครัวหลังบ้าน กับสูตรเด็ดของยาย สร้างรายได้ ไม่ง้อเงินเดือน

จากวันที่ต้องตั้งหลักเพื่อเอาตัวรอด กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางใหม่ ที่พาไปสู่การสร้างอาชีพและรายได้ให้ด้วยตัวเอง เรื่องราวของ นอต-กรณัฏฐ์ สุขปาน พนักงานประจำตำแหน่ง CDP หรือ Chef de Partie (เชฟประจำสถานีหรือหัวหน้าแผนกย่อยในครัว) ของร้านอาหารแห่งหนึ่งกลายเป็นคนว่างงานในชั่วข้ามคืน ทำให้เขาจำเป็นต้องหาทางรอด ก่อนต่อยอดสู่ร้านอาหารดีลิเวอรีแบบโฮมคุก ในชื่อ “อิ่มอร่อย” 

จากตกงานสู่ผู้ประกอบการ

นอตเริ่มต้นร้านอิ่มอร่อยในครัวหลังบ้านย่านสาทร โดยเป็นร้านขายอาหารจานเดียวดีลิเวอรี ที่เขาได้ดึงเพื่อนร่วมงานที่ว่างงานพร้อมกันมาช่วยกันสร้างธุรกิจใหม่

“ผมเปิดร้านนี้มาประมาณ 5 ปี เป็นร้านสไตล์ Home Cook โดยก่อนหน้านั้นก็ทำงานโรงแรมและร้านอาหารมาโดยตลอด จนมาถึงตำแหน่งสุดท้ายคือ CDP หรือ Chef de Partie ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านพระราม 9 แต่เพราะสถานการณ์โควิดทำให้เจ้าของต้องปิดกิจการแบบ Set Zero 

ตอนแรกผมก็พยายามหางาน แต่ตอนนั้นไม่มีที่ไหนรับคนเพิ่ม มีแต่จะเอาคนออก ผมว่างงานอยู่ประมาณ 6 เดือน ระหว่างนั้นก็ต้องใช้ชีวิตอย่างประหยัด พร้อมๆ กับศึกษาการขายอาหารแบบดีลิเวอรีว่าระบบเป็นอย่างไร เช่น การบริหารจัดการและการต่อรองค่า GP”

ในระหว่างที่ว่างงานอยู่ราว 6 เดือน โชคดีเขาอาศัยอยู่กับคุณยายซึ่งเป็นข้าราชการบำนาญ ทำให้มีเพียงตัวเองเท่านั้นที่ต้องรับผิดชอบ เขาจึงนำเงินเก็บที่มีอยู่ก้อนหนึ่งมาเปิดร้านดีลิเวอรีแห่งนี้ โดยใช้พื้นที่หลังบ้านเล็กๆ มาปรับเป็นครัว 

“โชคดีที่ช่วงแรกมีลูกค้าท่านหนึ่งทำงานอยู่หนังสือพิมพ์ไทยรัฐมาอุดหนุน แล้วช่วยประชาสัมพันธ์ให้ ทำให้ร้านเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ซึ่งในช่วงโควิดนั้นก็จะมีลูกค้าเป็นแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์จำนวนมาก เพราะช่วงแรกผมก็ทำอาหารไปแจกคนกลุ่มนี้และไรเดอร์ ผมจึงเกิดไอเดียส่งอาหารให้บุคลากรทางการแพทย์ในราคาพิเศษ ทำให้มีโรงพยาบาลหลายแห่งมาสั่งอาหารจากร้านผม สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงสร้างรายได้ แต่ยังสร้างชื่อเสียงและความเชื่อมั่นในคุณภาพให้ร้านเราด้วย” นอตเล่าให้ฟัง

ร้านอิ่มอร่อย
ร้านอิ่มอร่อย

กลยุทธ์ขายอาหารท่ามกลางวิกฤต

กลยุทธ์อย่างหนึ่งในช่วงนั้นก็คือ การจัดทำเมนูพิเศษราคาประหยัดสำหรับผู้ที่เผชิญปัญหาทางเศรษฐกิจ เช่น เมนูกะเพราโควิดซึ่งเป็นกะเพราหมูผสมไก่ราดข้าว พร้อมไข่ดาว จ่ายเพียง 59 บาทก็อิ่ม 

นอกจากนี้เขายังเข้าใจกลุ่มลูกค้าซึ่งอยู่ในละแวก 5 กิโลเมตรจากร้านในย่านสาทรว่า เป็นพนักงานออฟฟิศและชาวต่างชาติ ทำให้มีเมนูที่ร้านอาหารจานเดียวทั่วไปมักไม่ค่อยมีขาย เช่น สปาเกตตี รวมทั้งเมนูขวัญใจชาวไทยและเทศอย่างผัดไทยซึ่งเป็นสูตรเฉพาะที่สืบทอดมาจากคุณยาย

“เมนูโดดเด่นของอิ่มอร่อยคือผัดกะเพรากับผัดไทย โดยเราจะคั่วกะเพราแบบแห้งๆ ไม่มีน้ำ ไม่ใส่สิ่งแปลกปลอมนอกจากกะเพรา ส่วนผัดไทยเป็นสูตรของคุณยายที่ท่านเคยทำขายมานานตั้งแต่รุ่นคุณทวด โดยท่านทำผัดไทยหาบเร่ไปตั้งขายแถวสนามม้านางเลิ้ง ความโดดเด่นของผัดไทยร้านเราคือ จะนำเต้าเจี้ยวขาว พริกแห้ง และหอมแดงมาปั่นรวมกันจนเป็นพริกแกง แล้วเอามาผัดกับเส้นให้เข้าเส้นก่อน จากนั้นเวลามาผัดก็ใส่ซอสผัดไทยต่างหากอีกที” 

เคล็ดลับอีกอย่างของเขาคือ รสมือที่ต้องคงที่และสูตรที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่ขณะเดียวกันก็ต้องมีความยืดหยุ่นตามความต้องการของลูกค้าด้วย ไม่ใช่ยึดติดกับสูตรของตัวเองจนเกินไป ที่สำคัญคือเป็นเมนูพื้นฐานที่กินได้ทุกวัน ใช้เวลาทำไม่นาน เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ส่วนใหญ่มีเวลาจำกัด

หลังจากอยู่ตัวกับธุรกิจดีลิเวอรี เขาก็มีไอเดียขยับขยายกิจการด้วยการออกบูธตามอีเวนต์ต่างๆ  

“ผมอยากให้คนรู้จักร้านเรามากขึ้น เลยใช้วิธีออกบูธตามตลาด อีเวนต์ และคอนเสิร์ต เพราะเวลาผมไปเที่ยวงานต่างๆ ก็จะเห็นว่าร้านส่วนใหญ่ขายดี เลยศึกษาหาข้อมูลว่า ทำอย่างไรให้ได้ไปออกงาน เขาคัดเลือกร้านกันอย่างไร จนได้งานแรกเป็นงานบิ๊กเมาน์เท่น ปรากฏว่าขายดี ทำให้มีคนรู้จักมากขึ้น ที่ขายดีน่าจะเป็นเพราะอาหารตรงกับ Type ของลูกค้า เพราะงานลักษณะนี้เน้นอาหารที่ปรุงเสร็จเร็ว อิ่มเร็ว ราคาจับต้องได้ 

ส่วนร้านที่ไม่ประสบความสำเร็จอาจเป็นเพราะไม่ตรงกับ Type ของลูกค้า เช่น ก๋วยเตี๋ยวที่ร้อน ทานยาก เป็นต้น นอกจากนี้ผมยังไปออกบูธตามอีเวนต์ต่างๆ เช่นที่จุฬาฯ บรรทัดทอง ซึ่งเราก็ต้องดูว่าอาหารแบบไหนที่เหมาะกับลูกค้าที่มางานอีเวนต์นั้นๆ”

ร้านอิ่มอร่อย
ร้านอิ่มอร่อย

ทำเล็กๆ แต่เลี้ยงตัวเองได้

กิจการของนอตอาจไม่ใหญ่โต แต่ก็พอเลี้ยงชีพได้อย่างสบาย ไม่ต้องพึ่งพาใคร รวมทั้งครอบครัวของนอตที่ตอนแรกก็อยากให้เขาไปช่วยกิจการทำเหมืองหินปูนที่สระบุรี แต่เพราะเขายืนกรานในความฝันของตัวเองที่อยากทำอาหาร ความสำเร็จในวันนี้จึงเป็นเครื่องยืนยันกับคนรอบข้างว่า เขามาถูกทาง

“ผมเรียนจบด้านศิลปะการประกอบอาหารมาจากวิทยาลัยดุสิตธานี เพราะชอบทำอาหารมาตั้งแต่เด็ก ส่วนหนึ่งน่าจะเพราะซึมซับมาจากคุณยายด้วย ผมถึงเลือกเรียนทางด้านนี้ ซึ่งวิทยาลัยดุสิตธานีมีเนื้อหาการสอนที่เข้มข้นมาก ทุกวิชาที่เรียนสามารถเอาไปใช้จริงได้ทั้งหมด เช่น วิชา Food Control ที่สอนสุขาภิบาลอาหาร ความสะอาด การใช้เขียง มีด ถุงมือ ซึ่งร้านอื่นๆ อาจไม่คำนึงถึง 

หรืออย่างวิชา Restaurant and Coffee Shop Management ที่เรียกกันง่ายๆ ว่า Profess ซึ่งเรียนตอนปี 4 ที่สอนให้เราเห็นเลยว่า การประกอบธุรกิจอาหารทำเช่นไร ได้ผลกำไรอย่างไร เรียกว่ารู้ทุกขั้นตอนเกี่ยวกับการทำร้านอาหารจริงๆ นอกจากนี้ด้วยความที่เป็นหลักสูตรบริหารธุรกิจ จึงมีความรู้ด้านการบริหารคน บริหารงาน บริหารตัวเอง จะเป็นลูกจ้างหรือเจ้าของก็ได้ ได้ฝึกปฏิบัติจริงเหมือนคนทำงานในอุตสาหกรรมจริงๆ” 

ถึงแม้จะเรียกว่าเขาประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งกับธุรกิจดีลิเวอรี แต่ก็ไม่ต่างจากผู้ประกอบกิจการคนอื่นๆ ที่สุดท้ายแล้วก็ใฝ่ฝันอยากมีหน้าร้านของตัวเอง อย่างไรก็ตามตอนนี้เขาก็รู้สึกมีความสุขดีกับความสำเร็จในวันนี้

“ผมแฮปปี้กับธุรกิจที่ทำ เพราะเรายืนด้วยตัวเอง การหาเงินเองได้ทุกบาททุกสตางค์เป็นความภูมิใจที่สุดของผม” 

นอตเป็นตัวอย่างที่ดีของการเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส เพราะถ้าไม่มีวิกฤตในวันนั้น คุณนอตคงไม่มีโอกาสเติบโตเป็นเจ้าของกิจการเองเช่นในวันนี้

ติดตามได้ที่เพจ อิ่มอร่อย

ร้านอิ่มอร่อย
ร้านอิ่มอร่อย

Related Posts

คุยกับ ‘NYŪ’ แบรนด์ไทยคิดต่าง
เริ่มธุรกิจเสริมจาก Pain Point ใกล้ตัว เมื่อหา “ม็อกเทล” ที่ถูกใจไม่ได้ สองแม่ลูกเลยทำขายเอง สร้างรายได้ 16 ล้านในเวลาไม่ถึงปี
NUTS, YES! อ่านว่า “นัทส์ เยส” แบรนด์นมถั่วน้องใหม่ ชื่อปั่น รู้ไหมทำไมต้องตั้งชื่อกำกวม
Tinder เผย 85% คนโสดไทยรู้สึกเหงา แต่ยังเปิดใจสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆ และเชื่อว่าจะได้เจอ “คนที่ใช่”