Featured PR News

จากความตั้งใจ 10 ปี สู่กระเป๋าที่ต่างชาติบินมาเหมา แบรนด์ไทยที่ไม่รอแค่ตลาดในประเทศ แต่ใช้กลยุทธ์ “โตนอกบ้าน” จนขายดีใน SEA

แม้จะเป็นแบรนด์ไทย แต่รู้หรือไม่ว่า “HOUSE OF LITTLEBUNNY” คือกระเป๋าที่กลายเป็นไอเทมยอดฮิตในอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเมียนมา กลยุทธ์ “โตนอกบ้าน” ของ คุณมิ้ง-ลักษิกา กรรณสูตร CEO และผู้ก่อตั้งแบรนด์ที่เริ่มต้นจากความฝันและความตั้งใจในการทุ่มเทสร้างแบรนด์กระเป๋าให้คนสะสม จนเกิดกระแสบอกต่ออย่างทรงพลังในแบบที่ตัวเธอเองก็คาดไม่ถึง

เส้นทางการเติบโตของ HOUSE OF LITTLEBUNNY เกิดขึ้นได้อย่างไร “เส้นทางเศรษฐี” จะพาไปพูดคุยกับซีอีโอของแบรนด์นี้

HOUSE OF LITTLEBUNNY
HOUSE OF LITTLEBUNNY

จากโพสต์ออร์แกนิกสู่ไอเทมฮิต

คุณมิ้งคือซีอีโอผู้อยู่เบื้องหลังแบรนด์นี้มาตลอด 10 ปี เธอทุ่มเทสร้าง HOUSE OF LITTLEBUNNY ด้วยความตั้งใจและลุยงานด้วยตัวเองเพื่อให้แบรนด์นี้เติบโต สะท้อนความสำเร็จจากการเป็นแบรนด์แรกๆ ที่สามารถบุกตลาดการไลฟ์ผ่านทางเฟซบุ๊กและเป็นผู้สร้างคอนเทนต์วิดีโอการใช้งานกระเป๋าผ่านไลฟ์สไตล์ในแบบต่างๆ ทางโซเชียลมีเดีย ทำให้มีฐานลูกค้าชาวไทยในระดับหนึ่ง 

จนในที่สุดคอนเทนต์ที่เธอสร้างสรรค์ขึ้นอย่างต่อเนื่องและไม่ย่อท้อก็ถูกแชร์ต่อในกลุ่มลูกค้าชาวอินโดนีเซียจนเกิดเป็นกระแสไวรัล สามารถ “แจ้งเกิด” แบรนด์ในระดับนานาชาติได้สำเร็จ

ซึ่งกระแสความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิด “โมเดลธุรกิจรับหิ้ว” ที่บินตรงจากอินโดนีเซียเพื่อมาเหมาสินค้าในไทยจนเกิดภาวะขาดตลาด ส่งผลให้แบรนด์กลายเป็น Must-have Item ที่นักท่องเที่ยวสายแฟชั่นทั่วอาเซียนปักหมุดว่า “ต้องมาซื้อกลับไปให้ได้เมื่อมาเยือนประเทศไทย”

กลยุทธ์โตนอกบ้าน 

ความสำเร็จของ HOUSE OF LITTLEBUNNY ไม่ได้หยุดอยู่แค่กระแสไวรัลชั่วคราว แต่คุณมิ้งได้พาแบรนด์ไปสู่การเติบโตอีกขั้น เมื่อ “Kim Chiu” นักแสดงระดับ A-List ของฟิลิปปินส์ตกหลุมรักกระเป๋าของเธอ จนนำไปสู่การนำสินค้าไปจำหน่ายที่ Pop-Up Store ในเมือง Cebu ประเทศฟิลิปปินส์ พร้อมแผนการตลาดเชิงรุกที่ทำให้แบรนด์ขึ้นแท่นแฟชั่นไอคอนในฟิลิปปินส์ และขยายอิทธิพลต่อเนื่องไปยังเมียนมา มาเลเซีย และสิงคโปร์

คุณมิ้งเล่าต่อว่า หลังจากที่ได้รับกระแสความนิยมในต่างประเทศ แบรนด์จึงใช้โอกาสนี้สร้างความเชื่อมั่น โดยให้ความสำคัญกับ Customer Experience ผ่านการเปิด Offline Store สร้างประสบการณ์สนุกสนาน และเพลิดเพลินจากการเลือกช้อปปิ้งสินค้าที่หน้าร้าน เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ลองถือสินค้าจริงๆ และลองแมตช์สินค้ากับสไตล์ของตัวเอง 

ปัจจุบันแบรนด์เปิดให้บริการ 6 สาขาหลักในไทย ได้แก่ ร้านแฟลกชิปสโตร์ที่ The Market Bangkok ชั้น 1, เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลลาดพร้าว, ศูนย์การค้าเมกาบางนา และ เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ รวมถึงอีเวนต์เซลล์ประจำปีที่กลายเป็นหมุดหมายสำคัญของทั้งลูกค้าชาวไทยและนักท่องเที่ยว

HOUSE OF LITTLEBUNNY
HOUSE OF LITTLEBUNNY

ดีไซน์หลากหลายตอบโจทย์ทุกลุคทุกสไตล์ 

กุญแจสำคัญที่ทำให้แบรนด์ยืนหยัดได้อย่างสง่างาม คือแนวคิด “Wardrobe of bag, style it your way” ด้วยความเชื่อว่าผู้หญิงทุกคนมีความชอบที่หลากหลาย และในแต่ละวันแต่ละโอกาสก็ต้องการกระเป๋าที่ต่างกันไป 

แบรนด์จึงออกแบบกระเป๋าหลากหลายสไตล์ และมีตัวเลือกให้ได้ตกแต่งกระเป๋าตามสไตล์ของแต่ละคน ด้วยสีสันกว่า 50 เฉดสี ซึ่งเป็นจุดแข็งเฉพาะตัวของแบรนด์ ทำให้ผู้หญิงทุกคนได้สนุกกับการสะสมคอลเล็กชันและสนุกกับการคอมพลีทลุคตามมู้ดและโทนในแต่ละวัน

คุณมิ้งเสริมว่าอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ช่วยสร้างภาพจำให้กับแบรนด์อย่างชัดเจน คือโลโก้ทรงสัญลักษณ์ที่มีเส้นสายโมเดิร์น สอดรับกับดีไซน์กระเป๋าที่เรียบหรู โลโก้นี้มีชื่อว่า Infinity and Beyond ซึ่งพัฒนามาจากตัวอักษร L (LittleBunny) ที่ถูกตีความใหม่ให้อยู่ในรูปทรงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด 

สะท้อนแนวคิดของการเติบโต การเคลื่อนไหว และพลังแห่งความต่อเนื่องตามหลักศาสตร์ฮวงจุ้ย จนกลายเป็นหนึ่งในซิกเนเจอร์สำคัญที่สื่อสารตัวตนของ HOUSE OF LITTLEBUNNY ได้อย่างชัดเจนในระดับสากล

คุณหลิงหลิง ศิริลักษณ์
คุณหลิงหลิง ศิริลักษณ์

แรงบันดาลใจจาก “ไอคอน” สู่ผู้หญิงทุกคน

ความสำเร็จนี้ยังได้รับการการันตีจากเหล่าคนดังในไทยที่หยิบยก กระเป๋า TREASURE BELT SUEDE หนึ่งในกระเป๋าซิกเนเจอร์ของ HOUSE OF LITTLEBUNNY มาเป็นไอเทมคู่ใจในวันสบายๆ อาทิ คุณหลิงหลิง ศิริลักษณ์ ที่ยกระดับลุคเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซส์ด้วยกระเป๋า TREASURE BELT SUEDE สี LITTLEBUNNY PINK คุณออม กรณ์นภัส กับการมิกซ์แอนด์แมตช์คู่สีสุดชิค กางเกงยีนส์สีน้ำตาลมอคค่า และ กระเป๋า TREASURE BELT SUEDE สี GRASS และคุณฟรีน สโรชา และ คุณเบ็คกี้ รีเบคก้า ที่ร่วมนำเสนอความคลาสสิกผ่านสี TAN TAUPE ในสไตล์ที่แตกต่างกันอย่างลงตัว

ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา HOUSE OF LITTLEBUNNY ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อสินค้าที่มีคุณภาพเจอกับจังหวะเวลาที่เหมาะสม และวิสัยทัศน์การบริหารที่ยืดหยุ่น แบรนด์ไทยก็สามารถก้าวไปไกลระดับสากลได้อย่างภาคภูมิใจ

Related Posts

กล้อง - อาริยะ คําภิโล CEO & Founder แบรนด์โจนส์สลัด
“หาบเร่” ฟาสต์ฟู้ดหัวใจบ้านนา จากวัฒนธรรมทำบุญแลกกับข้าว คืนคุณค่าให้ผู้สูงวัยและชุมชนยั่งยืน
เที่ยวไทยง่ายขึ้น! ไทยเปิด QR Payment ให้นักท่องเที่ยวสแกนจ่ายได้เหมือนคนไทย รองรับ 9 สกุลเงิน
คู่รักออกจากงานมารับ “ซ่อมตุ๊กตา” แม้ค่าซ่อมถึงหลักพัน แต่ลูกค้า ยอมบินข้ามประเทศมาใช้บริการ