Featured ข่าววันนี้

ทำไม “ละครผลไม้ AI” ถึงดูเพลินจนไม่ได้นอน เจาะปรากฏการณ์ครองฟีดคนไทย ไม่ได้ขายแค่ความบันเทิง แต่กระตุ้นความอยากรู้

ปฏิเสธไม่ได้ว่าช่วงที่ผ่านมา “ละคร AI” กำลังเป็นไวรัลบนโลกโซเชียล สามารถกวาดยอดวิวได้มากถึงหลักล้าน โดยเฉพาะ TikTok และ Reels ที่มีละครแนวนี้ให้ดูเต็มไปหมด เริ่มตั้งแต่ละครแมว, ละครทุง ทุง ทุง ซะฮูร์, ละครผลไม้ และอีกมากมายที่วนขึ้นหน้าฟีดแทบทุกวัน เล่นเอาผู้ชมติดตามกันจนแทบไม่ได้นอน แม้บทจะไม่สมเหตุสมผลไปบ้าง แต่กลับทำให้ติดงอมแงม 

เรามาลองไล่เรียงกันดีกว่าว่ามีละคร AI อะไรบ้างที่ทำคนไทยไม่ได้หลับได้นอน

“ละครแมว” ที่ขนกันมาเกือบทุกสายพันธุ์ ทั้งแมวส้ม แมวดำ แมวเปอร์เซีย กับบทนอกใจสุดเข้มข้น หรือละครสุนัขและแมวสวมบทบาทเป็นแม่ทัพและสาวจีนถูกครอบครัวบังคับให้แต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ได้รัก และยังสวมบทบาทเป็น “อินฟลูเอนเซอร์สายกิน” ทำคอนเทนต์ทำอาหาร ตั้งแต่เลือกซื้อวัตถุดิบ เตรียมวัตถุดิบ ก่อนนำมาปรุงเมนูต่างๆ พร้อมกินโชว์ 

ตามด้วย “ละครทุง ทุง ทุง ซะฮูร์” เช่น เก็บโทรศัพท์เก่าที่ถูกทิ้งมาทำความสะอาดแล้วขายใหม่ คนแห่มาซื้อเพียบจนรวย แต่ลูกค้าใช้แล้วระเบิดคาหูเลยโดนเอาคืน หรือย้อมสีสวนน้ำเก่าที่ถูกทิ้งร้างแล้วเปิดให้คนเข้ามาเที่ยวจนรวย สุดท้ายเครื่องเล่นพัง ลูกค้าได้รับบาดเจ็บ เลยโทร.แจ้งตำรวจมาจับ

ล่าสุดคือ “ละครผักผลไม้” ที่กำลังได้รับความนิยมจากเนื้อหาที่ชวนติดตาม เช่นเรื่องราวของครอบครัวส้มโชกุน ภรรยาคลอดลูก 2 คน แต่หนึ่งคนออกมาเป็นมะนาว สามีเลยเอาไปทิ้งถังขยะเพราะมองว่าทำให้ตระกูลส้มด่างพร้อย และเลี้ยงดูลูกอีกคนอย่างดี จากนั้นแอปเปิ้ลได้เก็บมะนาวไปเลี้ยง ก่อนตัดภาพมาปัจจุบัน มะนาวเติบโตเป็นนายแบบหน้าใหม่มาแรง ส่วนส้มเจอวิกฤตล้นตลาดจนไม่มีราคาและกำลังจะถูกยึดบ้าน สุดท้ายมะนาวกลับมาเป็นฮีโร่ของซื้อบ้านคืนให้ส้มโชกุนด้วยข้อตกลงที่ว่าต้องยอมรับว่าสีเขียวก็เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวส้ม

และมีอีกหลายบทบาท เช่น แอปเปิ้ลไล่ทุเรียนผู้เป็นภรรยาออกจากบ้านพร้อมลูกในท้อง เพราะไม่อยากให้ลูกออกมามีหนามแหลมคมทำร้ายชื่อเสียงตระกูล ซึ่งคนที่อยู่เบื้องหลังคือชู้อย่างแก้วมังกร หรือบร็อกโคลี่แอบรักแอปเปิ้ลเลยพยายามสารภาพรัก แต่โดนมะเฟืองขัดขวางพูดไม่ดีใส่ หรือเลม่อนไล่แอปเปิ้ลเขียวภรรยาท้องแก่ออกจากบ้านด้วยคำยุยงของส้มแฟนใหม่

ไม่สมเหตุสมผล แต่ทำไมติดงอมแงม 

จากละคร AI ที่ยกตัวอย่างมาข้างต้น เป็นเพียงบางส่วนบนหน้าฟีดที่ได้รับชม แม้บทจะไม่สมเหตุสมผลไปบ้าง แต่ก็สามารถทำให้ผู้ชมติดงอมแงมได้เป็นเพราะอะไร ลองมาวิเคราะห์กันดู 

ละครคุณธรรมเวอร์ชั่น AI 

ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ “ละครผักผลไม้ AI” กับ “ละครแมว” ที่หยิบตัวละครผักผลไม้และแมวมาเล่าเรื่องดราม่าครอบครัว ชีวิตรัก การนอกใจ การหักหลัง ก่อนปิดท้ายด้วย “ผลแห่งการกระทำ” คล้ายสูตรสำเร็จของละครคุณธรรม ต่างกันแค่เป็น AI ไม่ใช่คนแสดง จนเกิดความรู้สึกสนุกและตลกร้ายไปพร้อมกันเหมือนเอาปัญหาชีวิตจริงมาสวมบทบาท

นิวชา ชาฟิอาบาดี ศาสตราจารย์ด้านปัญญาประดิษฐ์เชิงคำนวณ มหาวิทยาลัยคาทอลิกแห่งออสเตรเลีย (ACU) และ เทเรซา ดิกเคอ จากสถาบันจิตวิทยาเชิงบวกและการศึกษา มหาวิทยาลัยออสเตรเลียนคาทอลิก เผยผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าเนื้อหาที่กระตุ้นอารมณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อหาเชิงลบหรือน่าตกใจมีแนวโน้มที่จะดึงดูดความสนใจของคนได้มากกว่าเนื้อหาทั่วไป

ละคร AI เหล่านี้เล่นกับจิตวิทยาของมนุษย์ ร่วมกับฟีเจอร์ของแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาให้เสพติดง่าย อย่างการเลื่อนดูได้ไม่รู้จบยิ่งทำให้คนหยุดดูไม่ได้ แม้เนื้อหาจะไร้สาระหรือบางครั้งดูไม่เหมาะสมก็ตาม 

คล้ายกับจิตวิทยาเดียวกับระบบของการพนัน เพราะสมองคนเราชอบ “ความแปลกใหม่” และ “ความคาดเดาไม่ได้” ซึ่งเป็นสิ่งที่กระตุ้นการหลั่งโดปามีน (Dopamine) หรือสารสื่อประสาทและฮอร์โมนในสมองที่กระตุ้นระบบรางวัลในสมอง ความสุข ความพึงพอใจ และความตื่นตัว ทำให้อยากดูและอยากรู้ต่อแม้จะไม่รู้ว่าคลิปต่อไปจะตลก ดราม่า หรือหักมุมยังไง ก็อยากเลื่อนดูต่อเรื่อยๆ แบบหยุดไม่ได้

ดูเพลิน เอาความบันเทิง

ในชีวิตประจำวันเราอาจเจอเรื่องเครียด มีความกดดันจากการทำงาน หรือมีปัญหาส่วนตัว ละคร AI จึงกลายเป็นความบันเทิงเบาสมองสามารถดูได้แบบเพลินๆ แม้จะดูไร้สาระในสายตาบางคน แต่สำหรับอีกหลายคนมันคือความสนุกเล็กๆ บนหน้าฟีดโซเชียล

กระชับ ดูจบในตอนเดียว 

ปกติละครแต่ละเรื่องมักมีความยาวหลายตอนกว่าจะจบ แต่ละคร AI เป็นความบันเทิงแบบดูจบไว เล่าเรื่องจบใน 1-2 นาที เป็นความบันเทิงที่ไม่ต้องใช้สมาธิมาก แต่สามารถเข้าใจเนื้อเรื่องได้ในเวลาที่กระชับและได้อารมณ์ร่วมครบทั้งดราม่า ตลก และหักมุม อีกทั้งเมื่อดูหนึ่งเรื่องอัลกอริทึมยังแนะนำคอนเทนต์แนวนี้มาให้ดูอีกมากมาย 

หลีกเลี่ยงละคร AI

หากอยากหลีกเลี่ยงละคร AI ที่อยู่บนฟีด สามารถหลีกเลี่ยงได้ด้วยวิธีการง่ายๆ เช่น เลื่อนผ่านไปวิดีโอถัดไป โดยสามารถฝึกฝนอัลกอริทึมได้ด้วยการกด “ไม่สนใจ” ในวิดีโอที่ไม่ต้องการดู แล้วเปลี่ยนการเลื่อนดูแบบไร้จุดหมายเป็นการรับชมอย่างตั้งใจโดยการค้นหาเนื้อหาที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น

อ้างอิงข้อมูลจาก 

independentonsaturday

Related Posts

เบื้องหลังพาแบรนด์ "Gong Cha" ขยายไปมากกว่า 2,000 สาขา ทิ้งเก้าอี้ผู้บริหารธนาคาร มาขายชานม
เบื้องหลัง “พิลาทิสกลางสวน” ที่คนแห่จองเต็มใน 1 นาที เปลี่ยนพื้นที่สีเขียว เป็นคอมมูนิตี้สุขภาพ ที่ใครก็เข้าถึงได้