AI
นี่คือ 10 AI prompts ที่จะเปลี่ยน AI เป็นผู้ช่วยให้คำปรึกษาธุรกิจระดับสูงแก่ผู้ประกอบการ ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าที่ปรึกษาธุรกิจหลักแสนหลักล้านเสมอไป เพราะ AI สามารถช่วยวิเคราะห์ธุรกิจ วางกลยุทธ์ และหาโอกาสเติบโตได้ภายในไม่กี่วินาทีแล้ว นี่คือ 10 Prompt ที่เจ้าของธุรกิจ นักการตลาด และคนทำแบรนด์ในไทยสามารถนำไปใช้ได้ทันที 1. วิเคราะห์ SWOT ธุรกิจ “ช่วยวิเคราะห์ SWOT ของ [ชื่อบริษัท/แบรนด์/ธุรกิจ] ในตลาดประเทศไทย โดยระบุจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคอย่างละเอียด พร้อมเสนอแนวทางว่าควรใช้จุดแข็งเพื่อสร้างโอกาสอย่างไร และควรรับมือกับจุดอ่อนและความเสี่ยงอย่างไร โดยคำนึงถึงสภาพการแข่งขันในตลาดไทย” หรือ “Analyze [Company/Project] and provide a comprehensive SWOT analysis. Identify internal strengths and weaknesses, as well as external opportunities and threats. Suggest strategies to leverage strengths and mitigate threats.” เหมาะสำหรับ: เจ้าของธุรกิจที่ต้องการเห็นภาพรวมก่อนวางแผนธุรกิจ 2. วางกลยุทธ์เข้าสู่ตลาดไทย “ช่วยวางกลยุทธ์การนำ [สินค้า/บริการ] เข้าสู่ตลาดประเทศไทย โดยวิเคราะห์ขน
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ LINE MAN Wongnai เดินหน้านโยบายสร้าง AI Talent ให้ประเทศไทย ผ่าน “LINE MAN Wongnai Tech Camp 2026” ค่ายเทคสำหรับเยาวชนระดับมัธยมศึกษา พร้อมเปิดตัว “AI Thinking Framework” กรอบการเรียนรู้ที่ถอดบทเรียนจากการทำงานร่วมกับ AI ของทีมงาน LINE MAN Wongnai เป็นครั้งแรก โดยผู้เข้าร่วมค่ายกว่า 100 คนจะได้เรียนรู้และทดลองใช้ Framework ผ่านโจทย์จริงร่วมกับทีมผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม ก่อนเปิดให้คนไทยทั่วประเทศดาวน์โหลดไปใช้ได้ฟรี โดยมี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, รศ.ดร.ธีระเดช เจียรสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และ ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai ร่วมเปิดงาน ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า กระทรวง อว. มุ่งขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาทุนมนุษย์ ภายใต้วาระแห่งชาติ “Thailand² ยกกำลังประเทศไทย ยกระดับทุนมนุษย์” เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) และพัฒนาก
ประเทศจีนกำลังเผชิญกับการปฏิรูปโครงสร้างการศึกษาระดับอุดมศึกษาและขั้นพื้นฐานครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ เพื่อปรับทิศทางของคนรุ่นใหม่ให้สอดรับกับเป้าหมายการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก ท่ามกลางวิกฤตการณ์ว่างงานของเยาวชนที่พุ่งสูงเกิน 16% และการเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ทำให้ทักษะเดิมๆ หมดความหมายไปอย่างรวดเร็ว มหาวิทยาลัยจีน ยุบ 12,000 หลักสูตร ข้อมูลจากกระทรวงศึกษาธิการจีน ระบุว่า ระหว่างปี 2021 ถึง 2025 สถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศได้ประกาศสั่งยกเลิกหรือระงับหลักสูตรปริญญาตรีไปมากถึง 12,200 หลักสูตร และเปิดตัวหลักสูตรใหม่เข้ามาแทนที่ราว 10,200 หลักสูตร ซึ่งหมายความว่ามากกว่า 30% ของหลักสูตรมหาวิทยาลัยในจีนถูกปรับเปลี่ยนโครงสร้างอย่างสิ้นเชิง ด้านกลุ่มวิชาที่ถูกยุบมากที่สุด ได้แก่ ศิลปศาสตร์, มนุษยศาสตร์, ภาษาต่างประเทศ และการจัดการ เนื่องจากถูกมองว่ามีผู้จบการศึกษาล้นตลาด และปรับตัวไม่ทันกับการมาของ AI โดยมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งเซี่ยงไฮ้ (USST) สั่งหยุดรับนักศึกษาในสาขา การออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product Design) หลังพบว่างานสร้างโมเดล 3D และการเร
ในงานสัมมนา “AI Switch: The Future of Brand Loyalty in the Age of Generative Engines” วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) เปิดผลวิจัย Generative AI (GenAI) กำลังเปลี่ยนบทบาทจากเครื่องมือค้นหาข้อมูลไปสู่ผู้ช่วยสำคัญในการเปรียบเทียบ ประเมิน และแนะนำแบรนด์ ส่งผลให้เส้นทางการตัดสินใจซื้อและความภักดีต่อแบรนด์ของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน รองศาสตราจารย์ ดร.พัลลภา ปีติสันต์ หัวหน้าสาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) เปิดเผยว่า การศึกษา “AI Switch” ในครั้งล่าสุดมุ่งสำรวจบทบาทของ Generative AI ต่อการเลือกแบรนด์ของผู้บริโภค สะท้อนให้เห็นว่า การแข่งขันเพื่อสร้างและรักษาความภักดีของลูกค้าไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะระหว่างแบรนด์กับแบรนด์อีกต่อไป แต่กำลังมี AI เข้ามาเป็น “ตัวกลางใหม่” ในการตัดสินใจ ทำหน้าที่ตั้งแต่รวบรวมและคัดกรองข้อมูล เปรียบเทียบทางเลือก ไปจนถึงช่วยยืนยันว่าแบรนด์ใดน่าเชื่อถือและเหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด ส่งผลให้ Brand Loyalty ในอนาคตไม่ได้ขึ้นอยู่กับชื่อเสียง ความคุ้นเคย หรือประสบการณ์เดิมที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์เท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับส
Andon Market คือร้านบูติกค้าปลีกแห่งแรกของโลกที่บริหารโดย AI ซึ่งแสดงให้เห็นว่า AI เป็นหัวหน้างานที่ผ่อนปรนและใจดี อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีนี้ยังมีปัญหาเรื่องการขอบเขตการทำงาน และยังไม่สามารถทำกำไรได้เลย จากรายงานของ หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ พนักงานของร้าน Andon Market ในซานฟรานซิสโก ได้สัมผัสประสบการณ์การทำงานภายใต้การควบคุมของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ด้วยตนเองมานานถึงสี่เดือนแล้ว ร้านดังกล่าวได้รับการขนานนามว่าเป็นร้านบูติกค้าปลีกแห่งแรกของโลกที่บริหารงานด้วย AI โดยมี AI Agent ชื่อ “Luna” เป็นผู้จัดการและคอยสั่งการพนักงานที่เป็นมนุษย์ 3 คน Andon Labs สตาร์ทอัพผู้อยู่เบื้องหลังโครงการนี้พบว่า บอส AI นั้นใจดีและให้อภัยได้อย่างน่าประหลาดใจ ตัวอย่างเช่น มันมองข้ามการเข้างานสายซ้ำๆ ของพนักงานที่เป็นมนุษย์ แต่ในขณะเดียวกัน มันกลับไม่สนใจภารกิจหลักของงาน นั่นคือ การสร้างผลกำไรให้เกิดขึ้น จริง “เธออาจจะเป็นเจ้านายที่ใจดีที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมาเลยค่ะ” ไคอา ริเวรา (Kaia Rivera) วัย 22 ปี ให้สัมภาษณ์กับ Times ถึง เกี่ยวกับลูน่า โดยเธอจะเป็นคนมาเปิดร้านทุกเช้า จัดเรียงสินค้าบนชั้นวาง
เมื่อ AI กลายเป็นผู้ร่วมก่อตั้งธุรกิจที่มองไม่เห็น… ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา การก่อตั้งธุรกิจมักผูกติดอยู่กับการมีทีมงานและเงินทุน แต่ในช่วงปี 2025-2026 ภาพดังกล่าวเริ่มเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เมื่อปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาทำหน้าที่แทนทีมงานทั้งฝ่ายพัฒนา การตลาด และบริการลูกค้าได้ในเวลาเดียวกัน งานที่เมื่อก่อนต้องใช้คน 4-5 คน วันนี้ทำคนเดียวได้จริง ปรากฏการณ์นี้ผลักดันให้เกิดผู้ประกอบการรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “Solopreneur” หรือผู้ก่อตั้งและบริหารธุรกิจด้วยตนเองเพียงคนเดียว โดยอาศัย AI เป็นกำลังเสริมแทนการจ้างพนักงานประจำ ตัวเลขที่บ่งชี้การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ สำนักงานสำมะโนประชากรสหรัฐฯ ระบุว่าปัจจุบันมีผู้ประกอบธุรกิจแบบไม่มีลูกจ้างในสหรัฐฯ ราว 29.8 ล้านราย สร้างรายได้รวมกว่า 1.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 6.8% ของ GDP ประเทศ ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือผลประกอบการ ผลสำรวจ New Business Formation 2025 ของ Gusto พบว่าธุรกิจที่เปิดโดยเจ้าของคนเดียวมีกำไรตั้งแต่ปีแรกสูงถึง 77% ขณะที่ธุรกิจซึ่งมีลูกจ้างประจำมีกำไรปีแรกเพียง 54% และ Solopreneur ถึง 93% คาดว่าจะทำกำไรได้ในปี 2025 เทียบกับ
ย้อนกลับไปในปี 2017 ตอนที่ วิกเตอร์ ริพาร์เบลลี (Victor Riparbelli) ร่วมก่อตั้ง Synthesia สตาร์ตอัปจากลอนดอน ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสร้างวิดีโอ AI สำหรับองค์กร ช่วยให้พนักงานทำวิดีโอเทรนนิงหรือนำเสนองานได้ง่ายๆ ผ่าน AI Avatar และเครื่องมือเปลี่ยนข้อความเป็นวิดีโอ ในตอนนั้น ChatGPT ยังไม่เกิดขึ้นด้วยซ้ำ เพราะกว่า ChatGPT จะเปิดตัวก็อีกตั้ง 5 ปีให้หลัง แทบจะเรียกได้ว่า Synthesia มาก่อนกาลในยุค AI หรือปัญญาประดิษฐ์ วิกเตอร์ เล่าว่า ช่วงที่เขาออกไปเจอเหล่านักลงทุนเพื่อหาเงินทุนเข้าบริษัท แต่พอบอกว่า “AI จะปฏิวัติวงการวิดีโอ” นักลงทุนมากกว่า 100 รายกลับปฏิเสธ พร้อมมองว่ามันเป็นแค่ “ความคิดเพ้อเจ้อจากหนังไซไฟ” ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน นักลงทุนต่างแย่งชิงกันลงเงินในบริษัท AI โดยสถิติปี 2025 ชี้ว่าวงการ AI กวาดเงินทุนเงินร่วมลงทุนไปมากถึง 61% ทั่วโลก แม้ว่ารายงานจาก McKinsey จะระบุว่ามีเพียง 39% ของบริษัทองค์กรเท่านั้นที่เห็นผลกำไรจาก AI ชัดเจน แต่เม็ดเงินที่ธุรกิจต่างๆ ทุ่มซื้อเครื่องมือ Generative AI ก็พุ่งสูงถึง 37,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 แม้วิกเตอร์จะไม่เปิดเผยรายได้ต่อปีของ Synthesia แต่ปัจจุ
เทคโนโลยี AI ไม่ใช่เรื่องของอนาคตอีกต่อไป แต่ได้กลายมาเป็น “เพื่อนสนิทที่รู้ใจ” ในชีวิตประจำวันไปเรียบร้อยแล้ว ล่าสุด Google ได้เผยรายงาน Gemini Report: Southeast Asia 2026 ซึ่งตอกย้ำว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) เป็นภูมิภาคที่มีอัตราการเติบโตในการใช้งาน Gemini รวดเร็วกว่าแอปพลิเคชันอื่นๆ ของ Google โดยมียอดผู้ใช้งานที่พุ่งสูงขึ้นกว่าเท่าตัวภายในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะคนไทย ที่หันมาใช้ Gemini กันอย่างล้นหลาม พูดภาษาท้องถิ่นชัดแจ๋ว ไม่ต้องแปลไทยเป็นไทย เคล็ดลับความปังของ Gemini คือ “ความเข้าใจในภาษาท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง” โดยเกือบ 70% ของคำสั่ง (Prompts) ถูกส่งด้วยภาษาท้องถิ่น ซึ่งประเทศที่เป็นผู้นำเทรนด์นี้ ได้แก่ อันดับ 1 เวียดนาม 89% อันดับ 2 ไทย 87% และอันดับ 3 อินโดนีเซีย 84% สถาบันวิจัย AI Singapore (AISG) ได้ประเมินผ่านกรอบ SEA-HELM และยกให้ Gemini เป็นโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ที่ประสิทธิภาพดีที่สุดในภาษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะเข้าใจบริบทวัฒนธรรม ไม่ใช่แค่การแปลคำต่อคำ ต่อมา กลุ่มผู้ใช้งานหลัก คือคนรุ่นใหม่ที่อายุต่ำกว่า 25 ปี คิดเป็น 40% ของประชากรในภูมิภาค โดยวัยรุ่นกล
วันที่ 29 มิถุนายน 2569 ผลสำรวจ UOB Business Outlook Study สำหรับครึ่งปีแรกของปี 2026 ในประเทศไทย ระบุว่า ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมของไทยกำลังปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจใหม่เพื่อรับมือกับต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยมีการนำ AI มาใช้ในอัตราที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาค เอสเอ็มอีไทยก้าวนำภูมิภาคด้านการนำเทคโนโลยีมาใช้ หนึ่งในสัญญาณสำคัญคือ เอสเอ็มอีไทยกว่า 7 ใน 10 ที่ตอบแบบสำรวจ ระบุว่ากำลังนำ AI มาใช้ในธุรกิจ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาค ขณะที่กว่า 8 ใน 10 ได้นำโซลูชันดิจิทัลมาใช้แล้ว สะท้อนว่าเทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเสริม แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เร่งการตัดสินใจ และเสริมความสามารถในการแข่งขัน โดยในกลุ่มธุรกิจที่นำ AI มาใช้ ร้อยละ 58 ระบุว่าสามารถลดต้นทุนการดำเนินงานได้ ขณะที่ ร้อยละ 44 รายงานว่าประสิทธิภาพการดำเนินงานเพิ่มขึ้น สะท้อนให้เห็นว่า AI กำลังสร้างคุณค่าทางธุรกิจที่สามารถวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม แรงกดดันด้านต้นทุนยังคงเป็นข้อกังวลหลักของภาคธุรกิจ ต้นทุนการดำเนินงานที่ปรับ
ในยุคที่ AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือช่วยตอบคำถาม แต่สามารถ “ลงมือทำงาน” แทนมนุษย์ได้อย่างเป็นระบบ แนวคิดของ AI Agent จึงกลายเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในองค์กรและธุรกิจยุคใหม่ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีคอร์สเรียนออนไลน์ฟรีจากมหาวิทยาลัยมหิดลมาแนะนำกัน เป็นการยกระดับทักษะด้าน Data, AI และเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อสร้างความก้าวหน้าในอาชีพ เรียนรู้ ลงมือทำ และได้รับรองมาตรฐาน AI Agents in Action – “ให้ AI ทำงานแทน” หลักสูตร AI Agent in Action นี้ ออกแบบมาเพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจตั้งแต่พื้นฐานของ AI Agent ไปจนถึงการพัฒนาและใช้งานจริง โดยเน้นการเรียนรู้แบบลงมือทำ (Hands-on) ผ่าน Workshop และโปรเจกต์ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทันที ผู้เรียนจะได้เรียนรู้การออกแบบ Workflow ของ AI Agent การใช้งานผ่าน CLI การสร้าง Content อัตโนมัติ การพัฒนา Web Application ที่เชื่อมต่อกับ AI รวมถึงการใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลและสรุป Insight อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อจบหลักสูตร ผู้เรียนจะสามารถสร้าง AI Agent ของตนเอง ที่ช่วยลดงานซ้ำซ้อน เพิ่มความรวดเร็วในการทำงาน และยกระดับศักยภาพในการทำงานในยุคดิจิทัลไ
