Featured Inspiration

“ป้าจิบ” วัยเกษียณที่ออกจากเซฟโซน หันมาเที่ยวคนเดียว-ตัดชุดใส่เอง ใช้ชีวิตแบบกระตือรือร้น พยายามไม่เครียด 

ทันทีที่ก้าวเข้าไปในรั้วบ้านของ “ป้าจิบ” สิ่งแรกที่สะดุดตาคือเสื้อผ้าที่แสนจะแฟชั่น ที่ป้าจิบบอกกับเส้นทางเศรษฐีด้วยรอยยิ้มว่า “ชุดนี้ตัดเอง ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงก็เสร็จแล้ว”

ป้าจิบในวัย 60 ปี เต็มไปด้วยความสดใส พร้อมกับเอเนอร์จี้ความกระตือรือร้นในการทำกิจกรรมหลายอย่าง จนเราแทบไม่เชื่อ เมื่อป้าจิบเริ่มเล่าให้ฟังว่า “ชีวิตวัยรุ่น ชีวิตแม่บ้าน ไม่มีอะไรเลยค่ะ… เงียบมาก เงียบจนไม่คิดว่าเราจะมีอนาคต”

หากมองย้อนกลับไปในอดีต ชีวิตของเธอมีเพียงแค่การทำกับข้าว รับส่งลูก ดูแลความเรียบร้อยในบ้าน เป็นวงจรชีวิตที่เรียบง่ายจนเจ้าตัวยังไม่เคยคาดคิดเลยว่า ชีวิตในวัยเกษียณของเธอจะเปลี่ยนไป เพราะตอนนี้ได้ตัดชุดใส่เองในแบบที่ตัวอยากเป็น รวมถึงการแบกกระเป๋าเป้เที่ยวคนเดียวมาแล้วหลายประเทศ 

วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปพูดคุยกับ คุณจิบ-สุภาวดี บัณฑิต ถึงจุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวในวัยเกษียณ และเรื่องราวการทำแบรนด์ยาหม่องที่ชื่อสุดพีค “ยาหม่องฤาษีอุ้มนางพันธุรัตน์วิ่งข้ามเขา 3 ลูกไม่มีเหนื่อย” 

จุดเริ่มต้นจากการให้สิ่งดีๆ กับคนที่รัก 

ป้าจิบเล่าว่า ช่วงนั้นพี่สาวที่อยู่เยอรมันอยากได้น้ำมันไพรและน้ำมันเหลือง แต่เมื่อไปเดินหาดูในท้องตลาดกลับรู้สึกไม่ถูกใจ เธอจึงลองเปิดหนังสือหาวิธีทำ ตอนแรกคิดว่าคงง่าย แต่พอลงมือทำจริงกลับไม่ใช่เลย

“เคี่ยวสมุนไพรครั้งหนึ่งประมาณ 7-8 ชั่วโมงต่อครั้ง ทำคืนแรกนี่ปวดข้อมือจนร้องไห้เลยค่ะ” ป้าจิบกล่าว

สูตรยาดมยาหม่องของป้าจิบเน้นการทำด้วยมือทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น การใช้ครกหินโขลกกานพลู หรือการปอกสมุนไพร อย่างว่านนางคำและว่านเอ็นเหลือง ที่ต้องอาศัยความอดทนสูง

หลังจากลองผิดลองถูกจนได้น้ำมันไพรแบบที่ต้องการ ป้าจิบก็ต่อยอดมาทำยาหม่องเพราะตอบโจทย์เรื่องการเดินทางมากกว่า เพราะเนื่องจากน้ำมันเหลืองแบบน้ำไม่สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้

สำหรับชื่อแบรนด์สุดแหวกแนวอย่าง “ฤาษีอุ้มนางพันธุรัตน์วิ่งข้ามเขาสามลูกไม่มีเหนื่อย” นั้น ป้าจิบเล่าว่าได้แรงบันดาลใจมาจากจดหมายและข้อความขอบคุณของลูกค้าที่ใช้แล้วเห็นผลจริง จนแวบขึ้นมาในหัวว่าสรรพคุณยาหม่องของเธอนั้นทรงพลังไม่ต่างจากภาพจินตนาการนี้

ความพิเศษของยาหม่องป้าจิบคือความเข้มข้นออร์แกนิก หากเปิดฝาทิ้งไว้นาน จะทำให้ยาหม่องที่มีสีเหลืองเข้มทำปฏิกิริยากับแสงจนกลายเป็นสีขาว โดยวิธีเก็บรักษาคือต้องห่อกระดาษแช่ตู้เย็นไว้ ซึ่งจะอยู่ได้นานถึง 3 ปีโดยที่คุณภาพไม่เปลี่ยนเลย

“ยาหม่องของเรา ลองแตะแล้วทาดูก่อน มีหลายคนบอกว่ายาหม่องของเรามันก็เหมือนคนอื่น แต่เมื่อไหร่ที่ลองเปิดใช้ แล้วจะรู้ว่ามันไม่เหมือนของคนอื่นเขา”

ลูกค้าหลายคน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุตั้งแต่วัย 80 ถึง 93 ปี มักจะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ยาหม่องของป้าจิบไม่เหมือนของคนอื่นเลย เพราะมันถึงเครื่อง เข้มข้นเหมือนกับข้าวรสจัดจ้าน มีทั้งคนนำไปทาบรรเทาอาการคันจากโรคสะเก็ดเงิน และนวดดูแลเล็บที่เป็นเชื้อราจนดีขึ้น

ด้วยความที่เป็นงานแฮนด์เมดทำมือทุกขั้นตอน ยาหม่องนี้จึงทำได้เพียงปีละครั้ง ลูกค้าบางรายต้องรอนานถึง 5-6 เดือน จนกลายเป็นที่รู้กันในกลุ่มลูกค้าว่า หากป้าจิบประกาศเปิดเตาเมื่อไหร่ ต้องรีบสั่งตุนไว้ใช้ตลอดทั้งปี

เกษียณอย่างมีความสุข

อีกหนึ่งบทบาทที่ทำให้ชีวิตวัยเกษียณของป้าจิบมีสีสันคือการเป็น “นักเดินทาง” เธอเลือกที่จะชาเลนจ์ความกลัวของตัวเองด้วยการแบกเป้เดินทางไปต่างประเทศปีละ 1-2 ครั้ง ซึ่งไปมาแล้วกว่า 27 ประเทศ ตั้งแต่ในยุคที่ยังไม่มีอินเทอร์เน็ต ต้องอาศัยการวางแผนและความพร้อมที่จะเรียนรู้ 

ป้าจิบเล่าถึงการท่องเที่ยวให้ฟังว่า “เราไปเที่ยวโกโลโกโสของเรา เหมือนฝรั่งแบ็คแพ็คมาเที่ยวเมืองไทย ต้นทุนต่ำ เราไปนอนที่สต็อกโฮห์มคนเดียว 4 คืน เป็นโฮสเทลที่ไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่ตอนกลางคืน เราก็ถามเขาว่าทำไมไม่มีชื่อเราบนกระดาน 

เขาบอกว่าคุณเป็นผู้หญิงคนเดียว ถ้าเขียนชื่อในกระดานไปจะอันตรายมาก เขาเลยแนะนำว่าถ้าห้องเงียบเมื่อไหร่ คุณค่อยออกมาเข้าห้องน้ำ ทำให้เรารู้ว่าการใช้ชีวิตคนเดียวบางครั้งเขาก็จะเลือกทางที่ปลอดภัยให้”

การเดินทางคนเดียวยังทำให้เธอได้เรียนรู้มุมมองใหม่ๆ และมิตรภาพจากผู้คนทั่วโลก ป้าจิบเล่าด้วยรอยยิ้มว่า ความสุขอย่างหนึ่งของการเดินทางคือการได้นั่งมองวิถีชีวิตผู้คน แต่งตัวแบบไหน ใช้ชีวิตอย่างไร เธอนั่งมองได้เป็นวันๆ อย่างมีความสุข

ทุกประเทศที่ป้าจิบไป สิ่งหนึ่งที่กลายเป็นจุดเด่นคือ “เสื้อผ้าสีสันเจิดจ้าที่ไม่เหมือนใคร” ซึ่งเป็นเสื้อผ้าที่ออกแบบและตัดเย็บเอง จนชาวต่างชาติมักจะเดินเข้ามาชมและถามเสมอว่าเธอเป็นดีไซเนอร์ใช่ไหม

“ฝรั่งเขาจะเดินมาหาเรา แล้วเขาจะบอกว่าชั้นชอบชุดคุณมากเลย ช้อปอยู่ที่ไหน เราก็ตอบว่า “ไม่มี ชั้นตัดชุดใส่เอง” เขาก็บอกว่าใช่หรอ เราก็ตอบว่าใช่ๆ แล้วเขาก็จะบอกว่า แล้วคุณเป็นดีไซน์เนอร์หรอ เราก็บอกว่าไม่ เราไม่ได้เป็น”

ปัจจุบันป้าจิบในวัย 60 กว่าปียังคงกระตือรือร้นอยู่เสมอ สัปดาห์ที่ผ่านมาเธอเพิ่งไปลงคอร์สเรียนเขียนนิยายเพราะอยากลองทำสิ่งใหม่ๆ และดูศักยภาพของตัวเอง เธอกล่าวทิ้งท้ายถึงเคล็ดลับการดูแลสุขภาพใจและกายในวัยเกษียณไว้อย่างน่าคิดว่า

“เราต้องมีความรู้สึกกะตือรือร้นตลอดเวลา พร้อมที่จะเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ทำตัวเองให้สนุก ทำให้มันตื่นเต้นในชีวิต และเริ่มอะไรใหม่ๆ อยู่ประจำ ส่วนสุขภาพใจ คืออะไรที่มันหนักๆ เข้ามาหาเรา เราก็จะช่างหัวมัน เราจะตัดพวกนี้ออกหมดเลย ปล่อยมันไปเถอะ ไม่ต้องไปใส่ใจมัน เท่านั้นเอง”

หากท่านใดสนใจเรื่องราวแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตของป้าจิบ สามารถติดตามที่เฟซบุ๊ค : ยาหม่อง ฤาษีอุ้มนางพันธุรัตน์วิ่งข้ามเขา 3 ลูกไม่มีเหนื่อย 

Related Posts

โสดแล้วแฮปปี้! วิจัยเผย คนไทยกว่า 58% ชอบชีวิตอิสระ กิน เที่ยว ไม่ต้องรอใคร และส่วนใหญ่เตรียมวางแผนเพื่อสุขภาพระยะยาว
เปิดประวัติ “พิพัฒ พะเนียงเวทย์” ผู้บุกเบิกอาณาจักร “มาม่า” มายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ
ขายด้วยตัวตน ไม่ใช่ฮาร์ดเซลล์ สูตรโต 9 ปี ของ  ‘VBrand’ แบรนด์เครื่องสำอางของ ‘วิว-วรรณรท’