วัยเกษียณ
“Laluka Pizza” (ลาลูก้า พิซซ่า) ร้านแป้งย่างแห่งลำลูกกา ธุรกิจเล็กๆ ในบ้านของ “คุณหมู-อนุสรณ์ เสนีย์ประกรณ์ไกร” อดีตนักออกแบบบ้าน ที่พบปัญหาสุขภาพจนกลายเป็น “จุดเปลี่ยน” ให้เริ่มต้น “สร้างอาชีพใหม่” ในคอลัมน์ New Chapter “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ขอพาไปพูดคุยกับคุณหมูถึงการเปิดร้านพิซซ่า จากทำไม่เป็นสู่ร้านที่ลูกค้าอุดหนุนมายาวนาน 6 ปี คุณหมูทำงานออกแบบบ้านทั้งภายในและภายนอกมานาน 30 ปี ก่อนพบปัญหาสุขภาพ ทำให้เขาเริ่มเดินเหินไม่สะดวก เข้าไซต์งานลำบาก ส่งผลกระทบต่อการทำงาน กลายเป็นจุดเปลี่ยนให้เขาเริ่มมองหาสิ่งใหม่ที่สามารถทำเองได้ที่บ้าน “สิ่งแรกที่ผมตั้งใจไว้ถ้าออกมาทำอย่างอื่น คือต้องทำได้ด้วยตัวคนเดียว จากงานที่ผ่านมาของผมมีหลายปาร์ตี้ มีความวุ่นวายมากขึ้นเรื่อยๆ ผมแก่แล้วเลยรู้สึกว่าอะไรที่จะลดความวุ่นวายได้บ้าง คิดไว้หลายอย่างจะทำนู่นทำนี่ แต่สุดท้ายจบที่อาหารเพราะผมชอบกิน แต่เผอิญว่าทำไม่เป็น ดังนั้นจะทำอาหารอะไรก็ยากพอๆ กัน” คุณหมูเล่าให้ฟัง จากโจทย์ที่คุณหมูตั้งไว้ คำตอบที่ได้คือ “พิซซ่า” เป็นเมนูที่เขามองว่าสามารถทำคนเดียวได้ที่บ้าน ด้วยกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบใช้
“ความตั้งใจจริงๆ ของลุง ไม่ได้กะทำเป็นการค้า แค่อยากทำให้บั้นปลายชีวิตมีความสุข มีมุมเล็กๆ ให้พรรคพวกมานั่งสังสรรค์ เราอายุขนาดนี้ ถ้าเราทำแบบนี้ได้ ถือว่ามันประสบความสำเร็จแล้ว” คำบอกเล่าของ คุณเสาว์ชัย เหลืองชูฤทธิ์ หรือ ลุงใหญ่ วัย 70 ปี เจ้าของร้าน sao.home.matcha ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ใน จ.ราชบุรี อาชีพเดิมของลุงใหญ่คือการค้าขายรองเท้ามานานเกือบ 20 ปี แต่ได้เลิกกิจการไปในช่วงหลังโควิด ทำให้เขามีเวลาว่าง ประกอบกับมีพื้นที่หน้าบ้าน จึงได้ปรับเป็นมุมให้พรรคพวก กลุ่มแอโรบิกกับโยคะ ที่ตนเองและภรรยา (ป้าไก่-วชิราวลัย เหลืองชูฤทธิ์ วัย 68 ปี) เป็นครูสอนมานาน 30 ปี ได้มานั่งสังสรรค์กัน โดยมีชา กาแฟ และขนมมาเลี้ยง แบบไม่ได้ทำเป็นการค้ามานาน 2 ปี “ความตั้งใจจริงๆ ไม่ได้กะทำเป็นการค้า แค่อยากทำให้บั้นปลายชีวิตมีความสุข มีมุมเล็กๆ ให้พรรคพวกมานั่งสังสรรค์กัน เพราะลุงกับป้าอยู่กันแค่ 2 คน แล้วไม่ชอบเที่ยว ลูกก็บอกว่า ถ้าพ่อแม่ไม่ชอบเที่ยวก็เอาบ้านนี่แหละมาสร้างความสุข ไม่ต้องเหนื่อยนั่งรถ และความสุขที่ได้มันก็คุ้มค่า ตอนหลังพรรคพวก ลูกศิษย์เห็นใจ ครูก็เปิดขายไปเลยสิ ในเมื่อพ
“เช้าสวมบูทลุยฟาร์ม เย็นสวมไข่มุกรับลูกค้า” เรื่องราวของ New Chepter อย่างเพนนี โบเวอร์ส-เชบัล (Penny Bowers-Schebal) หญิงแกร่งวัย 55 ปี ผู้เปลี่ยนบทบาทจากเกษตรกรเลี้ยงแพะในเมืองลับตาคน ให้กลายเป็นเจ้าของธุรกิจชุดเจ้าสาวที่สร้างรายได้หลักสิบล้านบาทต่อปี Business Model ที่เฉียบคม เปลี่ยน “ความไร้ค่า” ให้เป็น “มูลค่ามหาศาล” ท่ามกลางทุ่งหญ้าในออสตินเบิร์ก รัฐโอไฮโอ เพนนีเริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยการดูแลแพะและนกยูง ก่อนจะขับรถเพียง 7 นาทีเข้าสู่ตัวเมืองเพื่อสวมบทซีอีโอแห่ง Formality Bridal ร้านชุดเจ้าสาวที่ตั้งตระหง่านอยู่ในโบสถ์เก่าสุดคลาสสิก หัวใจของธุรกิจนี้คือ Smart Strategy เพนนีมองเห็นช่องว่างในอุตสาหกรรมวิวาห์ เธอรับซื้อชุดตัวอย่างจากรีเทลเลอร์ยักษ์ใหญ่ทั่วอเมริกา แล้วนำมาจำหน่ายต่อในราคาที่ใครก็เอื้อมถึง ไม่เกิน 999 ดอลลาร์ (ราว 35,000 บาท) ซึ่งถูกกว่าราคาตลาดเกือบเท่าตัว เธอบริหารความเสี่ยงอย่างเหนือชั้นด้วยการสร้างพันธมิตรกับร้านค้าที่อยู่ไกลออกไป เพื่อไม่ให้กลายเป็นคู่แข่งกันเอง กลายเป็นโมเดลธุรกิจที่วิน-วินทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ความสำเร็จที่วัดจาก “ความสุข” ไม่ใช่แค่ “ตัวเลข” แม้ตั
ในวัย 70 กว่าๆ ขณะที่ใครหลายคนกำลังนั่งหมดไฟ หรือพักผ่อนแบบปล่อยให้เวลาผ่านไปในแต่ละวัน แต่สำหรับ New Chapter อย่าง คุณลุงเคที (แทน เคียน ทัต) KT (Tan Kian Tat) ในวัย 77 และ คุณป้าย่าจู (Yazhu) วัย 73 ที่มอบเวลาวัยเกษียณให้กับร้านไอศกรีมเล็กๆ ที่ชื่อ Freshio Gelato ที่เป็นเสมือนเครื่องมือพิสูจน์ว่าไฟในการทำงานของคนเราไม่มีวันมอดดับตามอายุ จาก “ราชาเครย์ฟิช” สู่ชีวิตที่ว่างจนหายใจไม่ออก ย้อนกลับไปในยุคทอง คุณลุงเคที เขาเป็นนักธุรกิจระดับพรีเมียมในประเทศจีน ที่ถูกขนานนามว่าเป็น “ราชาเครย์ฟิช” ผู้กุมบังเหียนโรงงาน 8 แห่ง ส่งออกกุ้งแช่แข็งมูลค่านับพันล้านบาทไปทั่วโลก ส่วนคุณป้าย่าจู ก็ไม่ใช่แม่บ้านธรรมดา เธอคือนักบริหารร้านกาแฟฝีมือดีในเซี่ยงไฮ้ที่มีสาขากระจายไปทั่วเมือง แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้อง “เกษียณ” จริงๆ ทั้งคู่ย้ายไปใช้ชีวิตสงบๆ ที่แคนาดา แต่ทว่าความเงียบเหงาหลังเกษียณนี้เองที่เป็นเสมือนศัตรูของพวกเขา “ผมเป็นพวกบ้างาน ชีวิตที่แคนาดาคือการขับรถไปนั่นมานี่อย่างไร้จุดหมาย มันว่างเกินไป และมันเป็นการใช้เงินไปวันๆ โดยไม่มีอะไรตอบแทนกลับมา” คุณลุงเล่าถึงความอึดอัดในใจ เปลี่ยนหยาดน้ำตาเป็นพล
หากพูดถึง ย่านจูเชียต (Joo Chiat) มักจะนึกถึงคาเฟ่ ร้านอาหารที่ทันสมัย และเป็นแหล่งรวมตัวของเหล่าฮิปเตอร์ แต่ว่าจะมีบ้านหลังหนึ่งที่ดูธรรมดาๆ กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก บ้านหลังนี้ตั้งอยู่บนถนนเติมเบอลิง (Tembeling Road) โดยเปิดเป็นร้าน Kopikhoo ร้านกาแฟแบบซื้อกลับบ้านขายผ่านช่องหน้าต่างเล็กๆ ถ้าเดินผ่านมาอาจจะมองข้ามร้านนี้ไปได้ง่ายๆ แต่พอหยุดดู จะสังเกตเห็นได้ว่า ในร้านมีบาริสต้าวัย 73 ปี ยืนชงเครื่องดื่มให้กับลูกค้า เธอชื่อว่า พอลิน คู (Paulin Khoo) เริ่มต้นร้านกาแฟเล็กๆ ในตอนอายุ 73 ปี พอลิน คู อาศัยอยู่กับนิโคลัส ลูกชายของเธอและครอบครัว ในบ้าน 2 ชั้น เมื่อถามว่าทำไมพวกเขาถึงตัดสินใจเริ่มกิจการนี้ ลูกชายเขากล่าวว่า เขาต้องการให้คุณแม่มีอะไรทำที่เติมเต็มความสุขในช่วงเกษียณ พอลิน คู เกษียณอายุในปี 2005 หลังจากการทำงานเป็นครูสอนเด็กเล็กมาเป็นเวลานาน เธอได้ใช้เวลาหลายปีหลังจากนั้นในการดูแลหลานทั้ง 5 คนของเธอ เมื่อหลานๆ โตขึ้น นิโคลัสจึงเกิดความคิดให้แม่ของเขาเปิดร้าน Kopikhoo โดยได้รับแรงบันดาลใจจากคาเฟ่อื่นๆ ในย่านนั้น นิโคลัส กล่าวว่า “เราคิดว่า การเริ่มร้าน Kopikhoo เป็นวิธี
วัยเกษียณ ไม่ใช่อุปสรรคของการเริ่มต้นใหม่ แต่เป็นโอกาสให้เราได้ค้นพบทั้ง “ความสุข” และ “เป้าหมายชีวิต” จากอาชีพใหม่ที่ทำด้วยความตั้งใจ เช่นเรื่องราวของ คุณดามพ์ ภูมิจิตร และ คุณพิม-ศิริเพ็ญ ปรุงวนิชศิริ คู่รักวัยเกษียณ ที่เปลี่ยนบ้านเป็นคาเฟ่เล็กๆ “Dough A Lot” เสิร์ฟเบเกิลและเพรทเซลโฮมเมด พร้อมเครื่องดื่มรสชาติเข้มข้น จนกลายเป็นร้านโปรดของลูกค้าทุกช่วงวัย ในคอลัมน์ New Chapter เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปพูดคุยกับคุณดามพ์และคุณพิม ถึงเรื่องราวของการเริ่มต้นอาชีพใหม่หลังวัยเกษียณ ที่พิสูจน์ว่า ชีวิตบทใหม่สามารถเริ่มต้นได้เสมอ ยุคเปลี่ยนผ่านของคนวงการโทรทัศน์ คุณดามพ์กับคุณพิม ทำงานในสถานีโทรทัศน์ที่เดียวกัน ผ่านทั้งยุครุ่งเรืองของวงการโทรทัศน์และยุคที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด “สมัยก่อนถ้าเกิดทัน เมื่อไหร่ที่ฉายละครตอนจบ ถนนจะว่าง เพราะคนกลับบ้านมาดูโทรทัศน์ พอเป็นดิจิตอลทีวี มีคนกินเพิ่มประมาณ 21 คน พอมีแพลตฟอร์มเข้ามา คนกินมีเป็นร้อย แต่เค้กก้อนเท่าเดิม มันก็เลยทำให้ทุกอย่างค่อนข้างลำบากสำหรับวงการทีวี สำหรับสื่อสารมวลชน ก็คิดว่าเราคงจะคิดไม่ทันพวกเด็กๆ สมัยนี้แล้ว ขอเป็นคนดูดีกว่า เป็นค
เพราะมีความฝันที่อยากลงมือทำ การ “วางแผนชีวิต” จึงเริ่มต้นขึ้น แม้จะอยู่ในวัยใกล้เกษียณแต่ เสนีย์ กาญจนสุนทร หรือ ลุงเส ไม่เคยมองว่าวัยนี้คือวัยหมดไฟ ตรงกันข้าม เขาเชื่อว่านี่คือ “วัยที่ต่อยอดได้” เพราะเต็มไปด้วยประสบการณ์ชีวิตมากมาย นั่นจึงทำให้เขาตั้งใจเก็บออมเงิน ทั้งจากเงินเดือน เงินโบนัส และส่วนอื่นๆ เพื่อสานต่อความฝันให้เป็นความจริง จนเกิดเป็น “บ้านสวนโบนัส” โฮมสเตย์และคาเฟ่ริมคลอง ที่ลุงเส บอกว่า “เป็นโบนัสชีวิตหลังวัยเกษียณ” เป็นมนุษย์เงินเดือนมาทั้งชีวิต ลุงเสทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนมาโดยตลอดนับตั้งแต่เรียนจบปริญญาตรี งานธนาคารคืออาชีพที่ยึดมากว่า 30 ปี จนอายุประมาณ 50 ต้นๆ ลุงเสเริ่มรู้สึกว่าชีวิตในวัยทำงานที่ผ่านมาประสบความสำเร็จมากพอสมควรแล้ว สามารถปลดภาระหนี้สินต่างๆ ได้ และไม่คิดว่าตนเองจะทำงานธนาคารไปจนเกษียณ ลุงเสจึงเริ่มมองหาสิ่งที่จะทำต่อไป โดยต้องมีความรักและความชอบรวมอยู่ด้วย “เรามีความฝันว่าอยากจะมีที่ดินสักแปลง ทำสวนผักแนวเศรษฐกิจพอเพียง ของรัชกาลที่ 9 เลยเอามาเป็นโมเดลที่เราคิดไว้ตอนนั้น แล้วเริ่มวางแผนไว้บ้าง พยายามหาที่ดินสักแปลงหนึ่ง เดิมผมอย
เรื่องราวของ คู่รักวัยเกษียณ คุณดามพ์ ภูมิจิตร และ คุณพิม-ศิริเพ็ญ ปรุงวนิชศิริ แม้จะเกษียณจากงานประจำแล้ว ยังช่วยกันเริ่มต้นสร้างอาชีพใหม่ เปิดคาเฟ่เล็กๆ ในบ้านของตัวเอง ชื่อว่า “Dough A Lot” ด้วยเพราะต้องซ่อมบ้านหลังเก่าอายุ 30 ปี ที่อยู่อาศัยมานาน ประกอบกับความชอบทำขนมปังของคุณพิม จึงกลายเป็นโอกาสในการต่อยอดเป็นธุรกิจเล็กๆ แม้ในตอนแรกจะไม่ได้ตั้งใจเปิดเป็นคาเฟ่ แต่ด้วยสไตล์ร้านที่อบอุ่น การตกแต่งที่ถูกใจลูกค้า รวมถึงเมนูเบเกิล เพรทเซล และเครื่องดื่มรสชาติดี จึงทำให้ใครๆ ต่างเรียกร้านนี้ว่า “คาเฟ่” ความโดดเด่นของ Dough A Lot คือขนมปังโฮมเมดที่คุณพิมใส่ใจทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ การทำสดใหม่ ไปจนถึงซอสทุกชนิดที่ทำเองทั้งหมด ส่งผลให้รสชาติแตกต่างและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ส่วนเมนูเครื่องดื่ม เป็นฝีมือการชงของคุณดามพ์ แม้จะไม่ใช่คอกาแฟ แต่ก็ศึกษาจนเข้าใจทั้งข้อดีและลักษณะของกาแฟแต่ละแบบ จนสามารถชงออกมาได้รสชาติกลมกล่อม นอกจากนี้ยังมีเมนูยอดนิยมอย่าง มัทฉะ ที่ขายดีไม่แพ้กัน หากอยากแวะเวียนไปไปร้าน Dough A Lot 📍ร้านเปิด : วันอังคาร ถึงวันศุกร์ เวลา 09.30-15.00 น. โทร. : 082-515-1641
“ไม่มีข้อแม้ในการเริ่มต้น” คำพูดแสนธรรมดาที่อาจจะดึงชีวิตของคนกำลังหมดไฟให้มีแรงฮึดขึ้นสู้ได้อีกครั้ง เรื่องราวแสนอบอุ่นที่ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ นำมาเล่าในครั้งนี้ เป็นเรื่องราวของ New Chapter แม้จะผ่านมรสุมชีวิตมามากสักเพียงใด แต่เขาก็เริ่มต้นใหม่ได้เสมอ ตกงาน แต่ไม่ ตกใจ ลุงเจี๊ยบ-บรรยเวกษก์ ประยูรเวช อายุ 54 ปี เจ้าของร้าน “ลุงเจี๊ยบเบอร์เกอร์” และเป็นเจ้าของเรื่องราวในวันนี้ เขาเล่าให้เราฟังว่า ก่อนหน้าที่จะมาเป็นพ่อค้าขายเบอร์เกอร์ ทำอาชีพเป็นเซลส์ขายรถมาก่อน อยู่ในวงการสินเชื่อ ไฟแนนซ์ แต่ในท้ายที่สุด ชีวิตต้องมาพบกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อปี พ.ศ. 2540 ในขณะนั้นประเทศไทยกำลังประสบกับวิกฤตฟองสบู่แตก คำว่า “ตกงาน” ได้เกิดขึ้นกับตัวเขาแล้วเป็นแน่ ถึงแม้จะตกงานเขาก็ไม่ได้ “ตกใจ” เพราะได้เตรียมความพร้อมไว้อยู่แล้วว่าจะทำอะไรต่อไป หลังจากตกงาน จึงตระเวนเปิดท้ายขายของไปเรื่อยๆ จนมาเข้าวงการเบเกอรี่กับภรรยา เริ่มทำขนมปัง ทำโดนัทขาย ประจวบเหมาะกับมีโอกาสได้เข้าไปขายของในโรงเรียนประจำจังหวัด ขายอยู่ที่โรงเรียนได้สิบกว่าปี มาจนถึงช่วงโควิด-19 เรียกได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในช
“อย่าปล่อยชีวิตหรือลมหายใจของเราออกไปวันๆ หนึ่ง โดยไร้ประโยชน์” เชื่อว่าคนทุกคนไม่อยากที่จะเป็นลูกจ้างของใครไปทั้งชีวิต ต่างหาหนทางในการเป็นเจ้าของธุรกิจ ถึงแม้จะประสบความสำเร็จบ้าง ล้มเหลวบ้าง แต่สิ่งต่างๆ เหล่านั้นล้วนเป็นประสบการณ์ เป็นเสมือนรากฐานตั้งรับให้ตัวเองมีความเข้มแข็งมากขึ้น คุณพรเทพ สกลกาญจนพร วัย 78 ปี เจ้าของร้านกินติมโฮมเมด อดีตพนักงานบริษัทเอกชนที่ลาออกทิ้งเงินเดือนหลายหมื่น มาเปิดบริษัทเป็นของตนเองกับเพื่อน และสุดท้ายล้มเหลว กลายเป็นหนี้ จนสุดท้ายต้องกลับเข้ามาสู่วงโคจรของการเป็นลูกจ้างอีกหน เรื่องราวชีวิตหลังเกษียณ ต้องเผชิญกับปัญหาที่หลายหลากถาโถมเข้ามาไม่เว้นแต่ละวัน ไม่ว่าจะปัญหาทางการเงิน ปัญหาทางครอบครัว จนสุดท้ายจำต้องออกจากบ้านมา พร้อมเงินก้อนสุดท้ายในชีวิต เปิดบริษัทแล้วล้มเหลว เกือบหมดตัว ไอศกรีมชุบชีวิต อย่างที่ได้เล่าไปข้างต้นว่า เปิดบริษัทแล้วล้มเหลว หลังจากเกษียณจากงานมาก็ต้องมาเจอกับปัญหาต่างๆ จึงตัดสินใจออกจากบ้านมาพร้อมเงินที่เหลืออยู่ ในเงินก้อนนั้น เขาเองได้ตัดสินใจซื้อสิ่งที่จำเป็น คือระกระบะคันเก่าๆ ในราคา 50,000 บาท ที่พอจะพาเขาไปหาอ
