Featured ข่าววันนี้

มัทฉะที่ดี ไม่จำเป็นต้องแพง! DOS! Matcha ร้านน้องใหม่ของ UNO! เริ่มต้น 60 บาท เปิดขายแค่ 3 อาทิตย์

ในโลกของธุรกิจการสร้างความชัดเจนให้กับแบรนด์คือหัวใจสำคัญ ล่าสุด UNO! Coffee ร้านกาแฟที่มี พีช–พชร จิราธิวัฒน์ เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง โดยมีการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ “DOS! Matcha Company” ที่ขายแค่มัทฉะเพียงอย่างเดียว ซึ่งมาในคอนเซ็ปต์ “อร่อย เข้มข้น คุ้มค่า” ราคาเริ่มต้น 60 บาท เปิดเป็น Pop-up Store เซ็นทรัลลาดพร้าว ชั้น 1 ตั้งแต่วันที่ 7-28 สิงหาคม 2569

ที่มาของ DOS! Matcha 

เริ่มต้นจากคำถามง่ายๆ ว่า “มัทฉะที่ดีคืออะไร?” ซึ่งจากคำถามนี้ทำให้ทางทีมงานเริ่มออกเดินทางเสาะหาแหล่งปลูก พร้อมกับทำ Blind Test หรือการชิมแบบไม่ดูแบรนด์ 

จนพบว่า “มัทฉะเกรดสูงที่สุด หรือสายพันธุ์ที่โด่งดังที่สุด ไม่ได้แปลว่าจะถูกปากทุกคนที่สุดเสมอไป”

ซึ่งหัวใจสำคัญของ DOS! Matcha คือการส่งต่อ “ความอร่อยที่ทุกคนเข้าถึงได้” ภายใต้คอนเซ็ปต์ Great Matcha For All มาในราคาที่จับต้องได้ เริ่มต้น 60 บาท ไปจนถึงระดับพรีเมียมที่ราคา 180 บาท

จุดเด่นที่น่าสนใจคือการตั้งชื่อเมนูที่สื่อถึงรสชาติและที่มาให้ลูกค้าเข้าใจได้ทันที 

  • Kungfu Matcha (กังฟู มัทฉะ) มัทฉะจากแหล่งปลูก ในมณฑลฟูเจี้ยน ประเทศจีน รสชาติเข้มข้น นุ่มละมุน ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าชนะใจหลายคนจากการทำ Blind Test โดยมีรสชาติเข้มข้น นุ่มละมุน เริ่มต้น 60 บาท
  • Nutcracker (นัทแครกเกอร์) มัทฉะโทนถั่วที่เน้นความครีมมี่ กลมกล่อม เริ่มต้น 115 บาท
  • Nuarrr (นัวววร์) มัทฉะเกรดพิเศษจากญี่ปุ่น ให้ความนุ่ม หวานธรรมชาติ และอูมามิเต็มคำ เริ่มต้น 175 บาท 

ทำไมต้องแตกแบรนด์?

การตัดสินใจไม่นำมัทฉะไปรวมกับร้าน UNO! Coffee เดิม แต่แยกออกมาเป็นแบรนด์ใหม่ โดยใช้ชื่อ DOS ที่ในภาษาสเปนแปลว่า 2 เพื่อสื่อว่าเป็นน้องของ UNO (แปลว่า 1) ถือเป็นกลยุทธ์ที่ดีในเชิงการตลาด

โดยร้านกาแฟ UNO! โดดเด่นและสร้างกระแสไวรัลด้วยการเสิร์ฟเมล็ดกาแฟสายพันธุ์หายากระดับโลกอย่าง “เกอิชา (Geisha/Gesha)” และมาในราคาที่เข้าถึงได้เพียง 85 บาทต่อแก้ว ซึ่งทำให้แบรนด์ UNO! Coffee มีจุดเด่นในเรื่องกาแฟไปแล้ว ถ้าหากนำมัทฉะคุณภาพสูงเข้าไปแทรกอาจทำให้จุดเด่นของร้านดร็อปลงไป

ดังนั้น การแตกแบรนด์ใหม่จะช่วยให้ DOS! Matcha สามารถสื่อสารได้เต็มที่ว่าเป็นร้านมัทฉะที่อร่อย เข้มข้น และคุ้มค่า ซึ่งจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับกลุ่มลูกค้าสายมัทฉะได้มากกว่า

ต่อมากับการเปิดร้านเป็น Pop-up Store เพียง 3 สัปดาห์ เป็นการสร้างความตื่นเต้นและทำให้ลูกค้ารู้สึกอยากลอง เพราะมีระยะเวลาการขายจำกัด และเป็นการวัดผลได้จริงว่าสูตรไหนขายดี ลูกค้าส่วนใหญ่ชอบรสชาติแบบไหน รวมไปถึงในเรื่องของการที่แบรนด์ไม่ต้องเช่าพื้นที่ระยะยาว ช่วยให้ลดต้นทุนได้

ตามมาด้วย ภาพลักษณ์ที่เข้าถึงง่าย เพราะตลาดมัทฉะพรีเมียมมักถูกมองว่าเป็นของราคาสูงและเข้าถึงยาก แต่ DOS! ราคาเริ่มต้นเพียง 60 บาท ซึ่งเป็นการเปิดประตูให้ลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ที่อาจจะไม่อยากซื้อเครื่องดื่มราคาเกินร้อยบาท อีกทั้งยังช่วยขยายฐานลูกค้าได้กว้างกว่าการนำเสนอแค่ระดับพรีเมียมเพียงอย่างเดียว

สุดท้ายการทำร้านที่ขายสินค้าเพียงอย่างเดียว ช่วยให้กระบวนการผลิตเร็วขึ้น แม่นยำขึ้น และลดความซับซ้อนของวัตถุดิบในร้านหลัก ทำให้ควบคุมคุณภาพได้ง่ายกว่าการมีเมนูที่ผสมผสานกันเกินไป

อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์ของแบรนด์ DOS! Matcha Company เป็นการใช้แบรนด์แม่ อย่าง UNO! Coffee เป็นฐานสร้างความเชื่อมั่น แล้วแตกแบรนด์ลูกออกมาเพื่อเจาะกลุ่มนิช (Niche) ให้แมส โดยใช้ความยืดหยุ่นของ Pop-up Store มาเป็นเครื่องมือลดความเสี่ยงและสร้างกระแสการตลาดไปพร้อมกัน

พิเศษ : สำหรับลูกค้า 50 คนแรกของวันที่ 8–9 สิงหาคมนี้ รับฟรี DOS! Tumbler Exclusive Edition เมื่อซื้อเครื่องดื่มใดก็ได้ครบ 2 แก้ว (1 คน/1 สิทธิ์)

Related Posts