ในวันที่ธุรกิจอาหารไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องรสชาติ แต่ยังต้องสร้างความแตกต่างและประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภค “แม่หยกปากหม้อ” จึงเกิดขึ้นในฐานะร้านอาหารน้องใหม่ที่พัฒนาขึ้นจากทีมงานของ “หยกสด” แบรนด์ขนมไทยใบเตย โดยครั้งนี้เลือกต่อยอดจากความเชี่ยวชาญด้านอาหารไทย สู่เมนูของคาวที่มีเอกลักษณ์และหาทานได้ยากขึ้นในปัจจุบันอย่าง “ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ”
“แม่หยกปากหม้อ” เป็นร้านที่ทีมงานหยกสดร่วมกันพัฒนา โดยตั้งใจนำเสนออาหารในรูปแบบที่เรียบง่าย เข้าถึงได้ และสามารถรับประทานได้เป็นประจำในชีวิตประจำวัน ภายใต้แนวคิด “อร่อย เรียบง่าย คุ้มค่า และได้กินผักหลายชนิด” โดยก๋วยเตี๋ยวปากหม้อของแม่หยก เสิร์ฟในราคาชามละ 60 บาท (ที่บูธ 85 บาท) พร้อมเครื่องและผักหลากหลายชนิด เพื่อให้เป็นมื้ออาหารที่ทั้งอิ่ม อร่อย และทานได้เรื่อยๆ
อีกหนึ่งความตั้งใจสำคัญ คือการนำเมนูอาหารไทยที่กำลังหาทานได้ยากกลับมาอยู่ในชีวิตประจำวันอีกครั้ง เพราะ “ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ” ถือเป็นหนึ่งในอาหารไทยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งวิธีการทำสดและการรับประทานที่แตกต่างจากก๋วยเตี๋ยวทั่วไป ขณะที่ปัจจุบันร้านที่นำเสนอเมนูดังกล่าวมีจำนวนไม่มากนัก
การเกิดขึ้นของ “แม่หยกปากหม้อ” จึงไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มเมนูของคาว แต่เป็นอีกหนึ่งการทดลองของทีมงานหยกสดในการนำความเป็นอาหารไทยมาพัฒนาในรูปแบบที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น โดยยังคงหัวใจสำคัญไว้ที่ “ความอร่อยแบบเรียบง่าย” และเสน่ห์ของอาหารไทยที่อาจกำลังเลือนหายไปจากมื้ออาหารของคนยุคปัจจุบัน
ล่าสุด “แม่หยกปากหม้อ” เตรียมออกพบลูกค้าเป็นครั้งแรกในงาน FIN STAR ณ เดอะมอลล์ บางแค ระหว่างวันที่ 17–22 กันยายนนี้ โดยถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการพาเมนูก๋วยเตี๋ยวปากหม้อไปให้ผู้บริโภคได้สัมผัสรสชาติและบรรยากาศการทำปากหม้อสดๆ ด้วยตัวเอง
ภายในงาน ลูกค้าจะได้พบกับปากหม้อทำสดๆ พร้อมเครื่องแน่นๆ และความอร่อยในแบบฉบับของ “แม่หยกปากหม้อ” รวมถึงโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะภายในงาน FIN STAR ตลอดระยะเวลาการจัดงาน
“แม่หยกปากหม้อ” ครั้งแรกที่บางแค…ขอฝากเนื้อฝากตัว และฝากความอร่อยไว้ในมื้ออาหารของทุกคน
