Featured ข่าววันนี้

“ความสุขที่ไม่รู้สึกผิด” แนวคิด BEARHOUSE ปั้นเมนูให้คนอยากกินซ้ำทุกวัน ขายได้มากกว่า 4 ล้านแก้ว

ในงาน LINE MAN Wongnai AI Accelerator ทางแบรนด์ชานมไข่มุกอย่าง BEARHOUSE ได้เปิดตัว “Pista Pillow” เมนูใหม่ที่นำ น้ำมะพร้าวไทย มาจับคู่กับ วิปสมูทพิสตาชิโอ 

แต่ขณะเดียวกัน ภายในงานยังมีการพูดถึงอีกหนึ่งแนวคิดที่น่าสนใจของแบรนด์ นั่นคือ BEARHOUSE ไม่ได้มองว่าเครื่องดื่มที่ดีจะต้องอร่อยที่สุดจน “แสงออกปาก” หากแต่เป็นรสชาติที่อร่อยในแบบที่สามารถดื่มได้ทุกวัน และทำให้ลูกค้าอยากกลับมากินซ้ำ

แนวคิดนี้สอดคล้องกับ Mission ของ คุณซารต์-ปัทมพร ปรีชาวุฒิเดช และ คุณกานต์ – อรรถกร รัตนารมย์ เจ้าของแบรนด์ BEARHOUSE และ แบรนด์ SUNSU ที่ต้องการทำของอร่อยภายใต้คอนเซ็ปต์ “ความสุขที่ไม่รู้สึกผิด” โดยมองว่าของอร่อยควรเป็นสิ่งที่วันนี้กินแล้ว พรุ่งนี้ยังสามารถกินต่อได้ 

จากจุดเริ่มต้นของร้านเพียงไม่กี่ปี BEARHOUSE เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2025 ทำรายได้ราว 520 ล้านบาท ปัจจุบันมีมากกว่า 80 สาขาทั่วประเทศ และขายได้มากกว่า 4 ล้านแก้วในปี 2025

ขณะที่ SANSU สามารถทำรายได้ในปีที่ผ่านมาเกือบ 2,000 ล้านบาท พร้อมแตกไลน์ผลิตภัณฑ์ออกมาหลากหลาย 

โดยหนึ่งในสินค้าที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือ “หมึกกรุบ” ซึ่งนอกจากจะกลายเป็นสินค้าหลักของ SANSU แล้ว ปัจจุบันยังขยายตลาดไปวางจำหน่ายในประเทศเกาหลีใต้และกำลังเป็นที่นิยมจากกระแสของ  ROSÉ จาก BLACKPINK อีกด้วย

อีกหนึ่งเกร็ดเล็กๆ ที่น่าสนใจคือ เมนูที่เป็น Life Course ของคุณกานต์และคุณซานต์ใน BEARHOUSE โดยคุณกานต์จะชอบเมนู Choco Pillow และ Pu’er Silver Milk Tea 

ขณะที่คุณซานต์ชอบเมนู ชาดำยูสุ และ เมนูที่เปิดตัวล่าสุดอย่าง Pista Pillow 

“เมนูนี้ถ้าไม่ใช้หลอดกินจะอร่อยกว่า กลัวเหมือนกันที่ลูกค้าจะมาว่าไหม ที่ไม่แจกหลอด เอ้ย แต่ว่าถ้าเกิดเรากระดก ซิปน้ำมะพร้าวอะ มันจะได้กลิ่นน้ำมะพร้าว แล้วก็กลิ่นพิสตาชิโอที่มากขึ้นเลยค่ะ” 

จากตรงนี้จะเห็นได้ว่า เมนูของ BEARHOUSE ไม่ได้เกิดขึ้นจากแค่การมองหาของอร่อยเท่านั้น แต่ยังมาจากความชอบและความรักในอาหารของเจ้าของแบรนด์เองด้วย 

ขณะเดียวกัน เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น การบริหารจัดการก็มีรายละเอียดมากขึ้น ทั้งเรื่องข้อมูล การสต๊อกสินค้า การคาดการณ์ยอดขาย ไปจนถึงการตัดสินใจต่างๆ ทำให้ BEARHOUSE นำ Wongnai Genie AI ผู้ช่วยร้านอาหารจาก LINE MAN Wongnai เข้ามาเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการจัดการข้อมูลและการทำงานภายในสาขา

คุณกานต์เล่าว่า พนักงานหน้าร้านใช้เวลาวันละ 1 ชั่วโมงในการจัดทำตาราง Excel ซึ่งเมื่อรวมเวลาจากพนักงานในหลายสาขาตลอดทั้งปีแล้ว ถือเป็นเวลาจำนวนไม่น้อย

สำหรับคุณกานต์ เวลาดังกล่าวถือเป็นต้นทุนที่ไม่น้อย และยังเป็นเวลาที่พนักงานสามารถนำไปใช้กับงานหน้าร้านและการดูแลลูกค้าได้มากกว่า ดังนั้น AI จึงเข้ามาช่วยลดขั้นตอนการทำงาน และช่วยจัดการข้อมูลให้เป็นระบบมากขึ้น ขณะที่พนักงานยังคงมีบทบาทสำคัญในส่วนของการบริการลูกค้า

นอกจากการจัดการข้อมูลแล้ว AI ยังถูกนำมาใช้ช่วยคาดการณ์ยอดขายและการสั่งวัตถุดิบ โดยพนักงานสามารถนำข้อมูลยอดขายที่ผ่านมาให้ AI ช่วยวิเคราะห์ว่าแต่ละวันมีแนวโน้มขายได้มากน้อยเพียงใด เพื่อนำไปประกอบการวางแผนสั่งสินค้าและลดปัญหา Food Waste

อย่างไรก็ตาม คุณกานต์มองว่า AI ไม่ใช่ผู้ตัดสินใจทั้งหมด แต่คือ “หนึ่งเสียง” ที่ช่วยเสนอข้อมูลให้กับทีม เพราะ AI อาจไม่รู้บริบทบางอย่างที่เกิดขึ้นในแต่ละสาขา เช่น กิจกรรมของห้าง หรือพฤติกรรมของลูกค้าในพื้นที่แบบ Real Time 

ดังนั้นสุดท้ายแล้ว การตัดสินใจยังต้องอาศัยทั้งข้อมูลจาก AI ประสบการณ์ของพนักงานหน้าร้าน และมุมมองของผู้บริหารมาประกอบกัน

นอกจากนี้ AI ยังเข้ามามีบทบาทในกระบวนการตัดสินใจเกี่ยวกับเมนูของ BEARHOUSE ด้วย โดยคุณกานต์เล่าถึงกรณีหนึ่งที่ทีมเคยพิจารณาจะตัดเมนูที่มียอดขายไม่ดีออกจากร้าน แต่เมื่อให้ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูล กลับพบว่าเมนูดังกล่าวเป็นหนึ่งในเมนูที่ทำกำไรได้สูงของบริษัท ทำให้ทีมเลือกที่จะเก็บเมนูนี้ไว้

ตัวอย่างดังกล่าวสะท้อนว่า AI ไม่ได้มีหน้าที่เพียงช่วยลดเวลาการทำงาน แต่ยังสามารถช่วยให้ทีมมองเห็นข้อมูลในมุมที่อาจถูกมองข้าม และนำข้อมูลเหล่านั้นมาประกอบการตัดสินใจทางธุรกิจได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม สำหรับคุณกานต์แล้ว การนำ AI มาใช้จึงไม่ได้หมายถึงการเข้ามาแทนที่คนทำงาน แต่เป็นการเข้ามาช่วยจัดการงานที่เป็นขั้นตอนซ้ำๆ เพื่อให้พนักงานได้โฟกัสกับงานที่ต้องอาศัยคนมากขึ้น โดยเฉพาะการบริการลูกค้า

เพราะท้ายที่สุดแล้ว AI อาจไม่ได้เข้ามาเพื่อทำให้คนทำงานน้อยลง แต่ช่วยให้คนได้ใช้เวลาไปกับงานที่มีความสำคัญและเหมาะกับตัวเองมากขึ้น

Related Posts

"ความสุขที่ไม่รู้สึกผิด" แนวคิด BEARHOUSE ปั้นเมนูให้คนอยากกินซ้ำทุกวัน ขายได้มากกว่า 4 ล้านแก้ว
สร้างประวัติศาสตร์! "เนเน่ รอยัล" เด็กไทยคนแรก คว้าแชมป์ America’s Got Talent
ผลงานสองผู้ก่อตั้ง Gen Z ‘ตู้สุ่มมินิโปสการ์ด’ ไอเดียธุรกิจจับคู่ศิลปิน-เล่าเสน่ห์ย่าน ของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยวสะสม
ส่องเทรนด์ Golden Week ปีนี้ คนจีนเที่ยวกันยาว ลาเพิ่ม 3 วัน เที่ยวได้ถึง 13 วัน ภูเก็ต-เชียงใหม่ยังฮอต