บทความโดย : ดร.ยศพิชา คชาชีวะ กูรูวงการอาหาร เจ้าของคอลัมน์ “ตู้จดหมายพลศรี”
“มีบอกรายการอาหารล่วงหน้าไหมคะ”
ผมได้รับคำถามนี้จากสาวคนหนึ่งที่เข้ามาดูคลิปการสอบพ่อครัวที่โรงเรียนแม่บ้านทันสมัยในโซเชียล
ทุกๆ เดือนที่โรงเรียนแม่บ้านทันสมัยซึ่งเป็นศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานผู้ประกอบอาหารไทยระดับ 1 และ ระดับ 2 ด้วย กุ๊ก เชฟ นักเรียนทำอาหารคนไหนที่อยากไปเมืองนอกเมืองนาก็จะต้องมาสอบเอาใบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ
แต่ละครั้งของการสอบ ผู้เข้าสอบต้องผ่านข้อสอบทฤษฎี 50 ข้อ ผ่านอย่างน้อย 35 ข้อ ถึงจะมีสิทธิ์สอบปฏิบัติ ข้อสอบเป็นช้อยส์ ก ข ค ง หมุนเวียนโดยคอมพิวเตอร์ เพราะฉะนั้นแต่ละคนเลยจะได้คำถาม คำตอบไม่เหมือนกัน ยากเอาการ ผ่านด่านทฤษฎีมาได้ถึงจะได้สอบปฏิบัติ

ข้อสอบปฏิบัติก็ใช่ย่อย มีใบให้คะแนนอย่างละเอียด ทั้งเรื่องการแต่งกาย ระเบียบการทำงาน ความสะอาด อนามัย โภชนการ การใช้ไฟ ใช้มีด ใช้เครื่องมือ การเตรียม ชั่ง ตวง วัด หั่น ตัด ลงกระทะ ลงหม้อ จัดจาน ผลงานสำเร็จของอาหารคาว 3 หวาน 1 ระยะเวลา 3 ชั่วโมง
ส่วนรายการอาหารนั้น ทางกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน เขาเผยแพร่ไว้แล้ว หาดูได้ มีอะไรบ้าง ข้าวผัดหมู ก๋วยเตี๋ยวผัดไทย ข้าวกะเพราไข่ดาว น้ำพริกกะปิปลาทูทอด ต้มยำกุ้งน้ำใส ต้มข่าไก่ แกงเลียง ยำวุ้นเส้น ยำหมูย่าง ข้าวเหนียวเปียก ฟักทองแกงบวด สังขยาหน้าฟักทอง (กรรมการคงชอบกินฟักทอง) ส่วนรอบไหนจะเจออาหารคาวอะไร หวานอะไร ไปรู้เอาวันสอบครับ
สำหรับคนเคยทำอาหาร กินอาหารไทย รู้จักอาหารไทยเป็นอย่างดี ข้อสอบนี้ก็ไม่ยากอะไร แต่สำหรับคนที่เป็นมือใหม่ หรือแม้แต่กุ๊กที่ทำงานมาแล้วหลายปี ประสบการณ์ช่ำชอง แต่ไม่ค่อยได้กินหรือศึกษาอาหารไทย ตกกระทะตายมาหลายคนแล้วครับ
ล่าสุดมีกุ๊กมาจากโรงแรมดังบอกว่าผัดข้าวผัดประจำอยู่ห้องจีน พอมาเจอตำรับข้าวผัดแบบไทยๆ ที่ใส่หมู ก้านคะน้า หอมใหญ่ มะเขือเทศ ไข่ ข้าวผัดออกสีเข้มหน่อย ผลปรากฏว่าทำข้าวผัดเกือบไม่ผ่านครับ

ด้วยเหตุว่าเกณฑ์ในการให้คะแนน มันเป็นข้าวผัดแบบไทย ไม่ใช่ข้าวผัดปู กรรมการดูอะไรบ้าง ข้าวต้องเป็นเม็ดเงาสวยไม่แฉะ ไข่เป็นแผ่นเล็กๆ ติดกับข้าว ผัก ไข่ไม่ได้เป็นเม็ดเล็กๆ แบบข้าวผัดปู หรือกลืนหายไปกับข้าวผัดเลย หอมใหญ่ต้องใส ก้านคะน้าใสสุกพอดีไม่มีใย ใบคะน้าเขียวสดสุก มะเขือเทศเอาเม็ดออกหั่นเป็นเสี้ยวสีสดแต่สุก จัดส่งสอบมา 2 จาน เหมือนๆ กัน
ตอนเขาลงมือผัดข้าวก็ดูดี เอาทัพพีมาผัดข้าวแบบกุ๊กจีนชอบทำกัน (ขอบอกว่ามีคะแนนการใช้อุปกรณ์ให้ถูกต้องกับการทำอาหารด้วย กระทะต้องใช้กับตะหลิวครับ) เริ่มแรกผัดกระเทียมให้หอม มือใหม่มักจะตกครัวตอนนี้ ไฟแรงกระเทียมไหม้ ฝืนผัดข้าวต่อ คราวนี้ก็ไหม้ไปหมด เอามาส่งสอบก็ตกซิครับ
ส่วนกุ๊กคนนี้มีประสบการณ์เลยหรี่ไฟ และคอยดึงกระทะหนี ผัดกระเทียมหอมแล้ว เอาหมูหมักลงผัด หมูต้องแล่เป็นชิ้นบาง คราวนี้กุ๊กผู้ช่ำชองกระดกกระทะหมูบินตามแบบฉบับ ตามวิธีการทำในสูตรต่อไปใส่หอมใหญ่ ก้านคะน้า ผัดพอสุก ใส่มะเขือเทศ ใส่ข้าว ราดซอส คลุกเคล้าให้เข้ากัน ข้าวต้องสีเสมอ ค่อยกันข้าวไว้ข้างกระทะ เติมน้ำมัน ใส่ไข่ ยีไข่ให้ฟู พอไข่สุก 70% ค่อยตักข้าวลงกลบ แซะไข่ผัดอีกทีสองที โรยต้นหอม ผักชี พริกไทย เป็นอันเสร็จ
ทีนี้ของกุ๊กคนนี้เขาชินกับการผัดข้าวผัดแบบจีน เลยกระดกกระทะผัดข้าวอยู่นั่นไม่ยอมเลิก ผลก็คือข้าวติดกระทะ ผักเละ ไข่หาย พอจัดจานมาดันวางต้นหอมเกินจาน เอาแตงกวาปิดโลโก้ร้านบนขอบจานซะอีก เลยจบข่าวเลย
ตอนวิจารณ์งานผมเลยถามเขาว่าผัดข้าวประจำทำไมจัดจานแบบนี้ เขาตอบว่า “ผมผัดอย่างเดียวครับ ไม่เคยจัดจาน มีเช็กเกอร์จัดจาน” จบข่าวอีกเหมือนกัน
ก่อนสอบผู้คุมสอบจะอธิบายการประกอบอาหาร การจัดจานให้ฟังอย่างคร่าวๆ คนสอบต้องตั้งใจฟังให้ดีว่าต้องทำยังไงบ้าง คะแนนเกินครึ่งวัดประสบการณ์ครับ อย่าเอาความเคยชินมาทำอาหาร แต่ต้องอ่านคิดดูข้อสอบและทำตาม ไม่ถึงต้องกับทำตามเป๊ะเลย แต่ผลสำเร็จต้องออกมาตามที่สูตรต้องการ
อาหารที่สอบหลายจานมีเรื่องให้ตกได้แทบทุกอัน เช่น แกงเลียง ฟักทองต้องเป็นชิ้นพอคำ สุกพอดี ไม่เละ บวบใส ข้าวโพดอ่อนสุกหวาน เห็ดหั่นบางสุกพอดี กุ้งไม่มีหัวหางผ่าหลังสุกพอดีเนื้อหวาน ต้มนานไปเนื้อจะแข็ง มีไก่ต้มฉีกโรยหน้าอีก ต้องเป็นเส้นยาวเล็ก
แกงเลียงส่วนใหญ่ที่ตกคือเละครับ มาจากหั่นฟักทองเล็กไป ต้มนานไป มีอะไรแปลกๆ ที่ผมเคยเจอมานอกเหนือจากนี้ที่ทำให้ตก เช่น อ่านสูตรผิด เขาบอกกะปิ 1 ช้อนชา พวกใส่มา 1 ช้อนโต๊ะ เค็มปี๋ ให้ใส่น้ำ 2 ถ้วย ไปเอาถ้วยอะไรมาตวงน้ำไม่รู้ แกงเลียงมีน้ำน้อยเดียว บวบไม่ปอกเปลือก ขูดมาแต่สัน อันนี้เจอบ่อย สอบถามได้ความว่า ไม่เคยกินแกงเลียง ไม่รู้จักบวบ ไม่รู้ว่าต้องทำยังไง คิดว่าต้องทำอย่างนี้ เพราะคนคุมสอบบอกว่า ให้ปอกเปลือกบวบติดเขียวเล็กน้อย พวกเลยติดมาให้เยอะเลย
การต้มแกงเลียง น้ำต้องเดือดค่อยใส่เครื่องโขลกถึงจะหอม ใส่ผักสุกยากก่อนคือฟักทอง การหั่นชิ้นสำคัญมาก หนาประมาณนิ้วก้อย และแผ่นประมาณ 1 นิ้วกำลังดี ต้มไม่นาน ไม่เละ ใส่ฟักทองไปหรี่ไฟ ไฟแรงแกงจะขุ่น น้ำงวด หนึ่งอึดใจใหญ่ตามด้วยบวบหั่นสามเหลี่ยม พอบวบเริ่มใส ค่อยใส่ข้าวโพดอ่อน เห็ด ต้มต่อหน่อยจะสุกพอดี ปรุงรสน้ำปลา เร่งน้ำเดือด ใส่กุ้ง ใบแมงลัก รอกุ้งหลังขาว เป็นอันจบครับ ทำตามนี้รับรองแกงเลียงสวยน่ากินมาก
ยังมีอาหารอีกหลายจานที่คนเข้าสอบทำผิดพลาดกันเป็นประจำ ว่างๆ ค่อยมาเผยเคล็ดไม่ลับกันอีกครับ
