หากเอ่ยถึงร้านอาหารพื้นบ้านติดอันดับ Top 5 ที่ต้องมาเยือนเมื่อเดินทางมา จ.สุพรรณบุรี ชื่อของ “ร้านอาหารครัวกางนา” อ.สองพี่น้อง ย่อมอยู่ในใจของใครหลายคน ด้วยเสน่ห์อาหารไทยพื้นบ้านรสชาติต้นตำรับ บรรยากาศเรือนไทยสุดสง่างามกลางทุ่งนาร่มรื่น ตลอดจนบริการรีสอร์ทพักผ่อนครบวงจร
แต่กว่าจะเติบโตเป็นแลนด์มาร์กบนเนื้อที่ 8 ไร่ในวันนี้ เส้นทางของ คุณภัทรภณ ล้อมมหาดไทย ต้องผ่านบททดสอบและวิกฤตมานับครั้งไม่ถ้วน ทั้งโดนไล่ที่ เจอน้ำท่วมซ้ำ แต่ไม่เคยถอดใจ

จุดเริ่มต้น ‘ร้านอาหารครัวกางนา’
ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน คุณภัทรภณตัดสินใจลาออกจากงานประจำกลับบ้านเกิดที่สุพรรณบุรี เริ่มต้นทำร้านอาหารอีสานเล็กๆ ชื่อ “แซ่บอีสาน” แต่ธุรกิจกลับไม่เติบโต ซ้ำร้ายยังถูกไล่ที่ จนต้องมองหาทางรอดใหม่ โดยเปลี่ยนมาใช้พื้นที่นาของคุณแม่ และตั้งชื่อว่า “ครัวกางนา”
โดยคำว่า “กาง” ในความหมายของคุณภัทรภณ คือการขยายให้เติบโตและใหญ่ขึ้น
ทว่าในช่วงเริ่มต้น ครัวกางนาเป็นเพียงซุ้มมุงจากเล็กๆ มีพนักงานเพียง 2 คน และต้องเผชิญกับวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ถึง 2 ครั้ง ทั้งในช่วงปลายเดือนตุลาคม และน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 จนต้นไม้ตายหมด กลายเป็นครัวกลางน้ำที่ต้องบูรณะใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ต้น
“ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตอะไรก็แล้วแต่ เราสู้ไม่ถอย มีความมุ่งมั่น เพราะเป็นอาชีพที่เรารัก เราเริ่มจากศูนย์จนมาถึงทุกวันนี้ คิดว่าเดินมาไกลมากแล้ว เราไม่สามารถที่จะท้อถอย ถอดใจ หรือถอยหลังได้อีก” คุณภัทรภณกล่าว

รสชาติพื้นบ้าน ครองใจลูกค้า
จุดเด่นที่ทำให้ครัวกางนากลายเป็นร้านอันดับ 1 ใน อ.สองพี่น้อง และติด Top 5 ของจังหวัดสุพรรณบุรี คือ “ความจริงใจ” และ “เสน่ห์อาหารไทยพื้นบ้าน” ที่หาทานได้ยาก

ไม่ว่าจะเป็น ไก่อบฟาง, ต้มยำปลาคัง, ฉู่ฉี่ปลาหมอ, ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม, ปลาช่อนเผา, สำรับอาหารไทย, เมี่ยงปลาทู และต้มยำรวมมิตร จนเกิดการบอกต่อแบบปากต่อปากจากกลุ่มลูกค้าครอบครัว ทั้งคนในพื้นที่ คนกรุงเทพฯ จังหวัดใกล้เคียง รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เช่น ญี่ปุ่นและเกาหลี
เมื่อร้านเริ่มเติบโต คุณภัทรภณจึงยกระดับมาตรฐานร้าน นำสถาปัตยกรรมเรือนไทยมาใช้ออกแบบ เพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทยที่สง่างาม มองได้ไม่เบื่อ พร้อมทั้งให้น้องสาวเข้ามาช่วยต่อยอดทำธุรกิจรีสอร์ทเรือนไทยบรรยากาศส่วนตัว ร่มรื่น ปัจจุบันขยายบริการเป็น 13 หลัง ราคาคืนละ 1,000 บาท พร้อมอาหารเช้า และเปิดรับจัดงานแต่งงานอย่างครบวงจร

มองรอบด้าน ไม่ย่ำอยู่กับที่
ในยุคที่หลายธุรกิจเจอมรสุมเศรษฐกิจ คุณภัทรภณได้แบ่งปันมุมมองการบริหารงานว่า
“ถามว่ากระทบไหม กระทบทุกคน แต่เราจะทำยังไงให้เราอยู่ได้และเดินต่อไปได้ เราต้องมองรอบด้าน ตรงไหนต่อยอดได้ก็ค่อยๆ ทำไป ค่อยๆ เดิน ไม่ย่ำอยู่กับที่”
แนวคิดในการดำเนินธุรกิจ คุณภัทรภณมองว่า “อย่างแรกต้องมีความรักในอาชีพ และต้องมีความอดทน แม้จะเจออุปสรรคต้องไม่ท้อถอย ที่สำคัญต้องมีความจริงใจกับลูกค้า ทั้งเรื่องอาหาร ราคา ให้ลูกค้าเชื่อมั่นในร้านเรา”
โดยอนาคตวางแผนจะขยายพื้นที่ลานกางเต็นท์เพิ่มอีก 4 ไร่ เพื่อรองรับสายแคมปิ้งที่อยากสัมผัสบรรยากาศทุ่งนาสีเขียว
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ “ครัวกางนา” ก้าวข้ามข้อจำกัด คือการมีพันธมิตรทางการเงินที่ดีอย่าง ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank
“ผมเป็นลูกค้า SME D Bank มาประมาณ 5 ปี ประทับใจการให้บริการที่รวดเร็ว เอกสารไม่ยุ่งยาก และเข้าใจผู้ประกอบการ SME D Bank จึงเปรียบเสมือนการเข้ามาช่วย ‘ขยายรันเวย์’ ให้ธุรกิจเรากว้างขึ้น และเติบโตได้อย่างมั่นคง” คุณภัทรภณ กล่าวทิ้งทาย
